วันที่ 4 มกราคม 2568 เวลา 23:03 น.
สาวถูกการ์ดสถานบันเทิงดังย่านบางใหญ่ทำร้าย ถูกถ่ายบัตรประชาชน ร้องเพจดังขอความช่วยเหลือคดี หวั่นไม่ปลอดภัย
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 4 ม.ค.68 ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายอธิวัฒน์ สิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว พร้อมด้วย น.ส.นิว (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี นำหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.สุรศักดิ์ สังข์แก้ว สว.(สอบสวน) สภ.บางใหญ่ กรณีถูกการ์ดร้านเหล้าชื่อดังย่านบางใหญ่ ทำร้ายร่างกาย ก่อนจะถูกแอดมินเพจร้านโพสต์ข่มขู่บูลลี่ในโซเชียล จนต่อมากลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลเกี่ยวกับพฤติกรรมความกร่างของแอดมินเพจดังกล่าว
ซึ่ง น.ส.นิว (นามสมมุติ) ได้โชว์ร่องรอยการถูกทำร้ายจนเขียวช้ำที่แขนทั้ง 2 ข้างให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกับเอกสารเป็นข้อความที่แอดมินเพจร้านเหล้าแห่งนี้ ได้โพสต์ในลักษณะประจาน ข่มขู่บูลลี่และท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย น.ส.มิว จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้นำหลักฐานทั้งหมดร้องขอความช่วยเหลือจากเพจกล้าที่จะก้าว เพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านคดีและพาเข้าแจ้งความ
น.ส.นิว (นามสมมุติ) กล่าวว่า วันเกิดเหตุวันที่ 31 ธ.ค.67 ตนกับเพื่อนรวม 5 คนเข้าไปเที่ยวที่ร้านเหล้าดังกล่าว ซึ่งก่อนเข้าไปในร้านทุกคนได้ถูกถ่ายรูปบัตรประชาชนและใบหน้าเอาไว้ โดยไม่ทราบเหตุผลว่าทางร้านถ่ายไปทำอะไร ระหว่างที่ตนกับเพื่อนกินดื่มกันไปได้พักใหญ่ เพื่อนในกลุ่มขอตัวจะกลับบ้าน พวกตนจึงพาเพื่อนออกจากร้านไปรอที่รถก่อน จากนั้นระหว่างที่จะหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายก็ไม่พบจึงคิดว่าโทรศัพท์คงหล่นหาย และโทรศัพท์เพื่อนของตนอีกคนก็หายไปด้วยเหมือนกัน
ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณตี 2 ตนจึงเดินกลับไปหาโทรศัพท์ที่ร้านบริเวณโต๊ะที่ตนนั่ง แต่ไม่เจอ จึงไปถามการ์ด ซึ่งการ์ดก็ให้ตนไปสอบถามที่แคชเชียร์แทน ตนจึงเดินไปถามว่ามีใครเก็บโทรศัพท์มาฝากคืนไหม เพราะโทรศัพท์ตนกับเพื่อนหายไปทั้ง 2 เครื่อง แคชเชียร์บอกว่าไม่มี ตนจึงขอร้องให้ช่วยประกาศหาให้หน่อย ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อจะไปถามหากับพนักงานเสิร์ฟซึ่งเป็นสาวประเภทสอง โดยตั้งใจจะไปกระซิบข้างหูเพื่อบอกเขาให้ประกาศช่วยตามหาโทรศัพท์ให้หน่อย
แต่กลับถูกสาวประเภทสองแจ้งกลับมาว่าจะให้ประกาศหายังไง เพราะเป็นร้านเหล้ามีคนจำนวนมาก พอตนได้ยินเขาพูดแบบนั้นจึงคิดในใจว่าทำไมพูดแบบนี้ จนในที่สุดก็มีปากเสียงกัน ตนรู้สึกโมโหจึงใช้มือตบลงไปที่โต๊ะ ทำให้สาวประเภทสองไม่พอใจเดินไปเรียกการ์ดที่หน้าร้าน ตนจึงเดินตามไปเพื่ออธิบายว่ามาหาโทรศัพท์ สาวประเภทสองชี้หน้าตน ตนจึงเดินเข้าไปเพื่อที่จะอธิบาย แต่สาวประเภทสองคิดว่าตนจะไปตบเขา การ์ดจึงเข้ามาห้ามและผลักตนออก จนทำให้ตนได้รับบาดเจ็บที่แขนทั้ง 2 ข้าง มีรอยเล็บ รอยข่วนและช้ำที่แขน หลังเกิดเหตุถูกแอดมินเพจของทางร้านเหล้าโพสต์ประจานว่า ตนจะไปหาเรื่องตบสาวประเภทสองก่อน ซึ่งไม่เป็นความจริง จากนั้นตนก็ถูกแอดมินเพจตามไปดูข้อมูลในเฟซบุ๊กและนำภาพห้องนอนมาประจาน รวมทั้งอาชีพ แถมยังบูลลี่ตนและท้าทายให้ไปแจ้งความด้วย
น.ส.นิว (นามสมมุติ) กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุ ระหว่างที่ตนกำลังเดินกลับไปหาเพื่อนที่รถ ได้มีชายคนหนึ่งวิ่งนำเอาโทรศัพท์มาคืนให้ที่ป้ายรถประจำทาง ตอนนั้นเป็นเวลา 03.40 น. โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่ามีคนให้เขาเอาโทรศัพท์มาคืน ส่วนโทรศัพท์ของเพื่อนยังไม่ได้คืน จากนั้นในตอนเช้าก็มีคนโทรศัพท์มาหาตนบอกว่าเจอโทรศัพท์ของเพื่อนตนแล้ว ฝากไว้ที่แคชเชียร์ให้ไปรับคืน ตนจึงบอกเพื่อให้ไปรับกลับ
หลังจากที่ตนโพสต์เรื่องราวที่ตนเจอ ทางสถานบันเทิงได้โพสต์กลับมีทั้งเรื่องส่วนตัวที่ตนทำงาน เรื่องสภาพที่พักของตนในลักษณะบูลลี่ โดยแคปมาจากรูปในเฟซบุ๊กตน แถมยังท้าทายโชว์รูปสถานีตำรวจและที่ตั้งสถานบันเทิงพร้อมกับคำพูดให้ตนเดินทางไป จากลักษณะคำพูดดังกล่าวทำให้ตนรู้สึกเหมือนถูกข่มขู่ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว
ไม่เข้าใจที่เขาทำเพื่ออะไร ตนรู้สึกแย่ทั้งที่ตนเป็นลูกค้า ไปเจอเหตุการณ์ถูกทำร้าย ยังมาถูกโพสต์ข่มขู่บูลลี่อีก ทำให้ตนรู้สึกแย่ นอกจากนี้ตนและเพื่อนทั้ง 4 คนถูกถ่ายบัตรประชาชนหน้าหลังพร้อมกับใบหน้าทุกคนก่อนจะเข้าไปในร้าน ตอนแรกตนก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะไปทุกครั้งเขาก็ถ่ายทุกครั้ง คิดว่าเป็นกฏของสถานบันเทิง แต่พอเป็นกระแสในโซเชียลขึ้นมาว่ามีการนำข้อมูลหน้าบัตรประชาชนของลูกค้าไปขายเป็นพันๆ คน ตนก็รู้สึกกลัว จึงตัดสินใจติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางเพจกล้าที่จะก้าวเพื่อให้พาเข้าแจ้งความดำเนินคดี ทั้งในเรื่องที่ตนถูกทำร้าย เรื่องบัตรประชาชนที่ถูกถ่ายเพื่อนำข้อมูลไปขายและเรื่องหมิ่นประมาทตาม พรบ.คอมพิวเตอร์
เครดิต พิรฎา
10 มีนาคม. 2569
10 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (10 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม.ค่าเกินมาตรฐาน 13 เขต
10 มีนาคม. 2569
10 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (10 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม.ค่าเกินมาตรฐาน 13 เขต