วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 11:21 น.
ปภ. ร่วมกับ ทบ. ส่งเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 ขึ้นประจำการภาคเหนือ พร้อมสนับสนุนควบคุมไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ 17 จังหวัด ตั้งแต่ 7 ก.พ.66 เป็นต้นไป
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกองทัพบก (ทบ.) ส่งเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมด้วยชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) สนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป โดยมีฐานปฏิบัติการ 2 จุด จุดแรกที่พล.ร.7 ค่ายทหารเสือพระองค์ดำ จ.เชียงใหม่ จุดที่สองที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก พร้อมสั่งการ ศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่ภาคเหนือระดมสรรพกำลังเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เพื่อเข้าปฏิบัติการสนับสนุนพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า
นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ตอนบนของประเทศ พบว่าภาคเหนือ 17 จังหวัด มีจำนวนการเกิดจุดความร้อน (Hotspot) สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 1 ก.พ. 66 จำนวน 14,432 จุด (ข้อมูลวันที่ 2 ก.พ.66) ซึ่งภาพรวมการเกิดจุดความร้อน (Hotspot) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อเป็นการสนับสนุนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในภาคเหนือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับกองทัพบกจัดส่งเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมด้วยนักบิน ช่างประจำอากาศยาน และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ร่วมสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป โดยมีฐานปฏิบัติการ 2 จุด ได้แก่ ฐานปฏิบัติการที่ 1 พล.ร.7 ค่ายทหารเสือพระองค์ดำ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะประจำการทั้ง 2 ลำในห้วงวันที่ 7 – 22 กุมภาพันธ์ 2566 และฐานปฏิบัติการที่ 2 เฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย KA-32 จำนวน 1 ลำ จากเชียงใหม่จะบินไปประจำการ ณ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป ซึ่งทั้ง 2 ลำ จะประจำการเพื่อสนับสนุนการควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดฤดูกาล ในส่วนของการสนับสนุนภารกิจการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคพื้นดิน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการแก้ไขไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในภาคเหนือ อาทิ ชุดยานยนต์ดับเพลิง (LUF60) รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง 10,000 ลิตร และชุดเครื่องจักรกลด้าน ไฟป่าและหมอกควัน เพื่อเข้าปฏิบัติการสนับสนุนพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า โดย ปภ. ได้ประสานการปฏิบัติการผ่านกลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ ภายใต้แนวทางการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการและประสานข้อมูลการปฏิบัติงานจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว
นายบุญธรรม กล่าวต่อว่า ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้จัดทีมประเมินสถานการณ์ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเองเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ตามวงรอบการรายงานข้อมูลดาวเทียมของ GISTDA เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึกและวางแผนการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการติดตามข้อมูลและการบัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
สำหรับประชาชนที่พบเห็นเหตุไฟป่าหรือประสบสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุสาธารณภัยและขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือต่อไป

10 มีนาคม. 2569
10 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (10 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม.ค่าเกินมาตรฐาน 13 เขต
10 มีนาคม. 2569
10 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (10 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม.ค่าเกินมาตรฐาน 13 เขต