วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 เวลา 16:07 น.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมการตรวจเยี่ยมและรับฟังแนวทางการปฏิบัติเพื่อหาแนวทางปฏิบัติในงานป้องกันและปราบปรามเรื่องรูปแบบการจัดสายตรวจ , การตั้งด่านตรวจและ การวิเคราะห์อาชญากรรม เพื่อป้องกันเหตุ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ฐานะดูแลงานป้องกันปราบปรามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีแนวคิดเดินทางไปตรวจเยี่ยมและรับฟังความคิดเห็นทุกกองบัญชาการ ตั้งแต่พื้นที่บช.น. และบช.ภ.1-9 ในเดือนพ.ย.ทั้งหมด โดยได้เดินทางไปยังบช.ปส. มาแล้ว เมื่อรับฟังความเห็นครบทั้งหมดแล้วก็จะนำมากำหนดมาตรฐานแนวทางการทำงานป้องกันปราบปราม ซึ่งบช.น. เป็นพื้นที่หลักดูแลเมืองหลวงของประเทศไทย มีจุดแข็งในเรื่องการจัดสายตรวจและระบการรับแจ้งเหตุ การวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรม โดยเฉพาะการเอาเหตุที่เกิดขึ้นรวบรวมไว้เป็นฐานข้อมูลมาใช้ในงานป้องกันปราบปราม แต่สิ่งต้องการไม่ให้เกิดขึ้นคือการทำให้ไม่เกิดเหตุ วางแผนจัดสายตรวจจักรยานยนต์ รถยนต์ เดินเท้า ทั้งนี้ รองผบช.น.ดูแลงานป. มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญงานดังกล่าว จนกนั้นจะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และผบ.ตร. เตรียมพร้อมวางแผนการป้องกันปราบปรามและทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเน้นการทำงานจากตัวบุคลากรของงานป้องกันปราบปราม สามารถเชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีหลายท่าน ตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์มีการนัดแนะก่อเหตุจากนั้นสามารถเข้าระงับยับยั้งได้หรือไม่ โดยจะกำหนดแนวทางการทำให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ แต่เน้นที่รูปแลบการตรวจและการป้องกัน

เมื่อถามถึงกรณีบช.ภ.5 มีคำสั่งเด้ง 5 เสือ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ ไปช่วยราชการทันที หลังจากทุกฝ่ายปกครองจับกุมสถานบริการผิดกฎหมายในพื้นที่พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เนื่องจากต้องการให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะที่ผ่านมาทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับต่างๆในพื้นที่ต้องรับผิดชอบกรณีที่บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และมีหน่วยงานอื่น หรือหน่วยงานตำรวจส่วนกลางมาจับกุม สิ่งผิดกฎหมายที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ เช่น บ่อนการพนัน สถานบริการ ด้วยการสั่งให้ไปช่วยราชการทันที พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะนี้ได้เตรียมให้ทบทวนคำสั่งการพิจารณาโยกย้ายดังกล่าว เพราะส่วนตัวมองว่าการโยกย้ายทันทีหลังเกิดเหตุจะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหา ทั้งยังทำให้ประสิทธิภาพของสถานีตำรวจนั้นด้อยลง เนื่องจากไม่มีคนทำงาน ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปรักษาราชการแทนเสียกำลังพลโดยใช่เหตุ
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้หารือพล.ต.อ.ต่อศักดิ์สุวิมล ผบ.ตร. พิจารณาแนวทางให้มีความเหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง ภารกิจของตำรวจที่เพิ่มขึ้นมาก ยืนยันว่าแนวคิดดังกล่าวไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้ตำรวจในพื้นที่ย่อหย่อน หรือได้ใจ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจ หากกระทำผิดจริงก็ต้องรับโทษทั้งวินัยและอาญา และจะดำเนินการเอาผิดหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้องรวมถึงผู้บังคับบัญชาด้วย
เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริกาถึงเวลา 04:00 น. ในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวคาดว่าเริ่มในวันที่ 15 ธ.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เบื้องต้นเยังเป็นเพียงแนวคิดที่อยู่ระหว่างการศึกษา เนื่องจากยังต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์จากประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาการกำหนดโซนนิ่งก่อน หหากยังไม่มีความพร้อมก็ต้องมาหารือร่วมกันอีกครั้ง แต่การบังคับใช้กฎหมายต่างๆยังคงเป็นไปตามเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมสนับสนุนในการรักษาความปลอดภัยและปฏิบัติงานร่วมเจ้าหน้าที่ปกครองตรวจสอบสถานบริการต่างๆตามอำนาจหน้าที่
