วันที่ 21 ตุลาคม 2566 เวลา 04:18 น.
ตร.ไซเบอร์ จับมือ กสทช. แถลงปฎิบัติการกวาดล้าง Sim Box ทั่วกรุง รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หัวใสแฝงตัวอาคารสำนักงาน
วันที่ 20 ต.ค.66 เวลา 14.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี นำโดย พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช.ด้านกฎหมายและประธานอนุกรรมการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายความผิดทางเทคโนโลยีฯ, และ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท. ,พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2, นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการ กสทช., นายจาตุรนต์ โชคสวัสดิ์ ผอ.สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม, นายสุธีระ พึ่งธรรม ผอ.สำนักกิจการภูมิภาค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสทช. และ บช.สอท. ร่วมกันแถลงผลเปิดปฎิบัติการกวาดล้าง Sim Box กลางกรุง รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หัวใสแฝงตัวอาคารสำนักงาน การตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 5 จุด ทั่วกรุงเทพฯ สามารถตรวจยึดอุปกรณ์โทรคมนาคมผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก
พล.ต.อ.ณัฐธร กล่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ร่วมกับ สำนักงาน กสทช. ปราบปรามสถานีโทรคมนาคมผิดกฎหมายและจัดระเบียบเสาสัญญาณตลอดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด, อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อสกัดไม่ให้มีการเผยแพร่สัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งกวาดล้างจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการย้ายฐานปฎิบัติการเข้าสู่พื้นที่ใหม่ๆ ที่ยังสามารถอาศัยสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตจากฝั่งไทยได้ จากการสืบสวนพบว่ามีการเช่าอาคารสำนักงานของเอกชนเพื่อวางเครื่องซิมบ๊อกซ์เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม จึงนำกำลังร่วมกันเข้าตรวจสอบ 5 จุด ในพื้นทึ่กทม. ตรวจยึดซิมบ๊อกซ์ 10 กล่อง ซิมการ์ด 320 อัน ซึ่งจะขยายผลโดยจะเชิญผู้ที่เช่าสำนักงานดังกล่าวมาสอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหา”มีและใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมและตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบนุญาต และความผิดฐาน “ประกอบกิจการ โทรคมนาคมซึ่งต้องได้รับ ใบอนุญาตแบบที่หนึ่งโดยไม่ได้อนุญาต
พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวว่าขบวนการดังกล่าวจะเช่าอาคาร สำนักงานไว้สำหรับวางเครื่องซิมบล็อกเป็นลักษณะของการใช้พื้นที่ในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ แล้วใช้เร้าท์เตอร์ของอาคาร ทำให้กลืนไปกับปริมาณการใช้งานของอาคาร เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับได้ยากขึ้น นอกจากนี้การเข้ามาตั้ง ซิมบ๊อกซ์ ทำให้หมายเลขการโทรแสดงเป็นหมายเลขภายในประเทศ เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการขึ้นหมายเลขหน้าเบอร์โทร Prefix ของ กสทช.ที่เคยกำหนดไว้และทำให้ประชาชนหลงเชื่อได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามการทลายซิมบ๊อกซ์ครั้งนี้ เป็นการตัดวงจรขบวนการคอลเซ็นเตอร์ได้ 160,000 ครั้งซึ่งเท่ากับว่า1 เลขหมายเฉลี่ยสามารถโทรหลอกเหยื่อได้ 500 ครั้งต่อวัน
พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวอีกว่านอกจากนี้ทางบช.สอท. กสทช. ได้ประสานกับผู้ให้บริการนำเลขหมายที่หลอกประชาชน นำไปตรวจสอบย้อนเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากการที่ประชาชนแจ้งความร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสามารถนำไปสู่การขยายผล จับกุม ซึ่งปัจจุบันนอกจากมิจฉาชีพจะใช้กลอุบายในการโทรหลอกลวงเช่นในอดีตที่ผ่านมาแล้ว ยังมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อที่จะโทรหลอกลวงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดการหลงเชื่อ สูญเสียทรัพย์สิน หรือ กระทำการข่มขู่ทวงหนี้ทำให้เกิดความหวาดกลัว ผ่านการใช้อุปกรณ์ซิม บ๊อกซ์ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ดที่เป็นการลักลอบใช้เป็นช่องทางการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงประชาชนบุคคลทั่วไปภายในประเทศ