หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569

>> พบร่างหนุ่มลอยน้ำ หลังมาเที่ยวน้ำตกกับเพื่อน เห็นหญิงสาวตกน้ำ กระโดดลงไปช่วยจนรอดชีวิต เพื่อนขึ้นมาได้ แต่ตัวเองจมหาย

09.30 น.วันที่ 4 พ.ย.2569 ทีมกู้ภัยฯ หลายหน่วยงานได้นำเรือจาก อบต.สาริกา และเรือยางออกค้นหา จนมาพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย ติดอยู่กลางน้ำติดซากก่อไผ่ บริเวณโค้งน้ำบ้านตาสูตร ในพื้นที่ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการนำร่างขึ้นฝั่งและตรวจสอบ ทราบต่อมา ผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 20 ปี คนจังหวัดเชียงราย ทราบว่าก่อนหน้านี้เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดนครนายก กับกลุ่มเพื่อนๆ แล้วสูญหายในน้ำ

จากการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.69 ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำสูญหาย 1 ราย ที่แหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลสาริกา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชุดประดาน้ำหลายหน่วยงาน ร่วมกันค้นหาแต่ไม่พบ จึงยุติการค้นหา จนเพิ่งมาพบร่างดังกล่าว 
ต่อมา ญาติผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิต เป็นหลานชาย ได้เดินทางจากเชียงราย มาท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนๆ ที่จังหวัดนครนายก ซึ่งสาวในกลุ่มได้พลัดตกลงไปในน้ำที่กำลังไหลแรง และร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ หลานชายกับเพื่อนรวม 3 คน อยู่ริมน้ำได้กระโดดลงน้ำไปช่วยหญิงสาวคนดังกล่าวขึ้นจากน้ำมาได้ คาดว่า น่าจะหมดแรงจมน้ำสูญหาย ก่อนจะมาพบร่างในวันนี้ ร่วมเป็นเวลา 3 วัน

ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาล มศว.องครักษ์ เพื่อพิสูตรสาเหตุการเสียชีวิต และมอบศพให้กับทางญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


>> สั่งเด้งดาบตำรวจปากเกร็ด รุมต่อยคอมมานโด พร้อมดําเนินคดี - ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง โทษหนักถึงขั้นให้ออกจากราชการ

10.00 น. ที่สถานีตํารวจภูธรปากเกร็ด พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด, ได้ประชุมหารือร่วมกันถึงกรณีดังกล่าว โดยใช้เวลาประชุมประมาณครึ่งชั่วโมง

หลังจากนั้นมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าได้มีการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นไปตามคลิปวิดีโอที่ปรากฏ ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นดาบตํารวจ ในสังกัด สภ.ปากเกร็ด จากการสอบสวนเบื้องต้น ปมเหตุมาจากการเมาสุรา และทางฝั่งคู่กรณีได้มีการกล่าวอ้างถึงการเป็นตํารวจคอมมาโด จึงได้มีปากเสียงและทะเลาะวิวาทตามคลิปวิดีโอดังกล่าว โดยวันนี้ได้ดําเนินการให้ดาบตํารวจเข้ามาสอบปากคํา และรับทราบข้อกล่าวหา หากผลแพทย์ของทางฝั่งคู่กรณีส่งมาถึงเร็วก็จะดําเนินการส่งตัวไปยังศาลทันที โดยเบื้องต้นจะมีการตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันทําร้ายผู้อื่นทําให้รับบาดเจ็บ ส่วนจะสาหัสหรือไม่ขอรอดูผลแพทย์ก่อน

นอกจากนี้จะให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และกรรมการตรวจสอบวินัยขั้นร้ายแรงต่อไป ระหว่างที่มีการตั้งคณะกรรมการ ได้สั่งให้ดาบตํารวจ ปฏิบัติหน้าที่ ที่ ศปก.ภูธร จ.นนทบุรี ก่อน

สิ่งที่อยากจะขอย้ำ กรณีดังกล่าวเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล ไม่เกี่ยวข้อง หน่วยงานไม่อยากให้มีการตีความว่าเป็นความขัดแย้ง ระหว่างหน่วยงาน ผู้ก่อเหตุบอกเบื้องต้นแล้วว่าเกิดจากอาการเมา

โดยเบื้องต้นทราบว่าดาบตํารวจ ได้มีการนํากระเช้าไปขอโทษตํารวจคอมมานโด ซึ่งก็ได้มีการปรับความเข้าใจกัน แต่ก็ต้องดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> แฉยับเอเจนซีเรียนนอก! สถาบันต่างประเทศยันโอนเงินคืนแล้ว แต่ผู้เรียนไม่ได้คืนสักบาท

13.11 น. ผู้สื่อข่าวราย ​ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายกว่า 60 ราย นำหลักฐานเข้ายื่นร้องทุกข์ต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หลังบริษัทแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศชื่อดังใน กทม. ไม่คืนเงินค่าเรียนและค่าประกัน รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท โดยพบเบาะแสสำคัญว่า สถาบันศึกษาในต่างประเทศได้โอนเงินคืนผ่านบริษัทมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 แล้ว แต่เงินกลับส่งไม่ถึงมือผู้เรียน เมื่อทวงถามบริษัทกลับเลื่อนกำหนดจ่ายอย่างต่อเนื่อง และยื่นข้อเสนอขอผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนไร้ดอกเบี้ยนานถึง 3-5 ปี ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่ยินยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว

​ผู้เสียหายจึงยื่น 3 ข้อเรียกร้องหลักต่อพนักงานสอบสวน ได้แก่ การรับเรื่องเป็นสำนวนเดียวกันทั้งประเทศ, การเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทว่านำเงินที่สถาบันโอนคืนรวมถึงเงินลูกค้ารายใหม่ไปใช้ในจุดใด และการเร่งรัดติดตามเงินคืนให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ผู้เสียหายระบุว่าบริษัทเคยดำเนินกิจการได้จริงมาก่อน จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหลักฐานเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย


>> "พลพีร์ " ส่งหนังสือจี้ 'มูลนิธิองค์กรทำดี' ส่งรายงานบัญชีการเงิน ขีดเส้น 10 พ.ย.นี้ พร้อมเร่งปรับปรุงระบบฐานข้อมูลออนไลน์

13.12 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมจัดระเบียบมูลนิธิว่า กระทรวงมหาดไทยเตรียมตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิและสมาคมทั่วประเทศ พร้อมพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2535 ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพิ่มบทลงโทษ และกระจายอำนาจให้นายทะเบียนท้องที่สามารถตรวจสอบได้อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความโปร่งใสและให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น

ส่วนกรณีประเด็นของมูลนิธิองค์กรทำดี นับตั้งแต่มีการจัดตั้งมูลนิธิในปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ทางมูลนิธิยังไม่เคยส่งข้อมูลใด ๆ มายังกระทรวงมหาดไทยหรือกรมการปกครอง ทั้งวาระการประชุม บัญชีรายรับ-รายจ่าย และงบดุลประจำปี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ส่งหนังสือทวงถาม โดยกำหนดเวลาให้ส่งข้อมูลภายในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่ส่งข้อมูล ทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการรวบรวมเรื่องเสนอต่อศาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป หากพบการกระทำความผิดจริง ทรัพย์สินของมูลนิธิอาจตกเป็นของแผ่นดิน หรือตกเป็นของสภากาชาดไทยตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งจัดตั้งไว้ ส่วนกรณีการตรวจสอบที่ดินของมูลนิธิฯ ทางกรมที่ดินได้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบชื่อของ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง เป็นผู้โอนที่ดินแต่อย่างใด

สำหรับการพัฒนาระบบตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นกรมการปกครองมีระบบออนไลน์ให้มูลนิธิและสมาคมแจ้งข้อมูลต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางปรับปรุงระบบให้ผู้บริจาคสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่า เงินที่บริจาคถูกนำไปใช้จ่ายอย่างไร และใครเป็นผู้โอนหรือรับเงิน ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลควบคู่กันไป นอกจากนี้ ในอนาคตรัฐบาลจะมีมาตรการประกาศรายชื่อมูลนิธิหรือสมาคมที่มีความโปร่งใส และกลุ่มที่ไม่ได้ส่งรายงานงบดุล เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนโอนเงินบริจาค

สำหรับกรณีผู้มีชื่อเสียงเปิดบัญชีส่วนตัวรับบริจาคโดยไม่ได้จัดตั้งมูลนิธินั้น ขอให้บุคคลดังกล่าวออกมาแสดงความโปร่งใส และแยกแยะเงินส่วนตัวกับเงินบริจาคให้ชัดเจน พร้อมแนะนำให้เข้ามาพูดคุยกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดตั้งมูลนิธิหรือสมาคมให้ถูกต้องตามกฎหมาย


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดพะเยา สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ ในพื้นที่อำเภอปง

14.52 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ปง อ.ปง จ.พะเยา มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ในพื้นที่ของ อ.ปง


>> รวบยกแก๊ง พนักงานขนส่งสินค้า ลักสินค้าในคลังสนามบิน เสียหายกว่า 3 ล้านบาท

15.00 น. พล.ต.ต.สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สาคู ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักทรัพย์สินค้าส่งออกระหว่างประเทศ ได้ผู้ต้องหารวม 8 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง เช่น วีโว่ (Vivo), ออปโป้ (Oppo), เรดมี (Redmi) นับสิบเครื่อง รวมถึงแท็บเล็ต, สมาร์ทวอตช์, หูฟังไร้สาย, ลำโพงบลูทูธ, แว่นตาสมาร์ตกลาส (Smart Glasses) และเครื่องเล่นเกม รวมทั้งสิ้นกว่า 118 รายการ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุสินค้าที่เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศสูญหาย จึงลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึกจนพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นพนักงานของบริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ได้รับสัมปทานขนถ่ายสินค้าจากคลังสินค้าท่าอากาศยานภูเก็ตเพื่อส่งต่อไปยังประเทศรัสเซีย โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้อาศัยตำแหน่งหน้าที่และความคุ้นเคยในพื้นที่ก่อเหตุลักขโมยสินค้าดังกล่าว

กระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 00.20 น. ของวันที่ 2 พ.ย. 69 น.ส.ออ และ นายณอ (นามสมมุติ) ได้ร่วมกันขับรถกระบะอีซูซุ สีดำ ทะเบียนสงขลา เข้ามาจอดบริเวณหน้าอาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานภูเก็ต จากนั้นได้ร่วมมือกับพวกอีก 5 คน ซึ่งเป็นพนักงานขนส่ง ช่วยกันลำเลียงสินค้าจำพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกจากตู้บรรทุกสินค้าขึ้นรถกระบะ แล้วนำออกไปส่งต่อให้กับ นายพอ (นามสมมุติ) เพื่อนำไปปล่อยขายต่อในตลาดมืด

จากการสืบสวนและสอบปากคำเพิ่มเติมพบว่า แก๊งคนร้ายเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วถึง 8 ครั้ง กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สาคู รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้ยกแก๊ง ทั้งกลุ่มพนักงานที่ลงมือและพ่อค้ารับซื้อของโจร พร้อมยึดของกลางกลับคืนมาได้เป็นจำนวนมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้อาคารในตลาดโพธิ์ทอง จ.สมุทรสาคร จนท.ควบคุมเพลิงได้แล้ว เร่งประเมินความเสียหาย

15.18 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร ได้รายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดโพธิ์ทอง หมู่ที่ 6 ตำบลคอกกระบือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.26 น.ที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารร้านค้าประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด โดยพบเปลวเพลิงและกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งออกจากอาคาร

ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ อำเภอเมืองสมุทรสาคร เทศบาลตำบลคอกกระบือ พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง มูลนิธิ และอาสาสมัคร ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถดับเพลิง และอุปกรณ์เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง จนสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. โดยเพลิงไม่ลุกลามไปยังอาคารหรือพื้นที่ข้างเคียง หลังควบคุมเพลิงได้ เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ ระบายควัน และตรวจสอบจุดที่มีความร้อนสะสม เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบและประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ จังหวัดสมุทรสาคร โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร ได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานและเฝ้าระวังพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ รวมถึงประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ


>> ออกมาจุดฟางข้าว แล้วคาดว่าสำลักควัน ถูกไฟคลอกเสียชีวิตกลางที่นา จ.สุโขทัย

15.48 น กู้ภัยเทพนิมิตรสุโขทัย จุดสารจิตร รับแจ้งว่า มีบุคคลถูกไฟคลอกเสียชีวิตบริเวณนาหนอง หมู่ 1 ตำบลสารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

จ้าหน้าที่ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบมีผู้เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อต่อมา นายพัน ซึ่งเสียชีวิตอยู่ที่เกิดเหตุ รับแจ้งเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตได้ออกมาจุดฟางข้าวที่นาตัวเอง คาดว่าสำลักควัน ซึ่งผู้ตายได้มาคนเดียว ในเวลาต่อมามีคนมาพบเห็นแต่ก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว 
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ และทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุในการเสียชีวิต จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตมาบำเพ็ญกุศลที่วัดโบราณหลวง


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 10 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย

16.39 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 10 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ภายในห้องเลขที่ 304 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 9 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ขณะที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเพศชาย จำนวน 3 ราย

โดย รายที่ 1 อายุ 17 ปี มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล, รายที่ 2 อายุ 20 ปี มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล และ รายที่ 3 อายุ 45 ปี มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ในอู่ทำสี ใกล้แยกหนองหญ้างาม โคราช เจ้าหน้าที่ระดมกำลังฉีดน้ำควบคุมเพลิงสงบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

17.55 น. ศูนย์วิทยุเสมาเทศบาลนครนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ภายในอู่ทำสีรถยนต์ บริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติ สุระ 2 ใกล้แยกหนองหญ้างาม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา มอบหมายให้นายไกรสีห์ หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ติดตามสถานการณ์และประสานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การระงับเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ภายหลังรับแจ้งเหตุ สถานีดับเพลิงจอมสุรางค์ยาตร์ เทศบาลนครนครราชสีมา ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงและรถกู้ภัยเข้าระงับเหตุ โดยมีหน่วยดับเพลิงเทศบาลตำบลหนองกระทุ่ม และหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ

เจ้าหน้าที่ได้เร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงและควบคุมสถานการณ์ เพื่อป้องกันการลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เป็นที่เรียบร้อย พร้อมดำเนินการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบรถยนต์สไลด์ได้รับความเสียหาย 1 คัน ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

เทศบาลนครนครราชสีมา ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่กู้ภัย และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน


>> ตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน ช่วยนักท่องเที่ยวอังกฤษ 3 ราย หลงปายแคนยอน ค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมง ปลอดภัยทุกคน

19.07 น. ตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษว่า ตนเองและเพื่อนรวม 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน เดินหลงอยู่ภายในปายแคนยอน ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่สามารถหาทางออกได้ จึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่

หลังรับแจ้ง ตำรวจท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งยาว วางแผนเข้าพื้นที่ค้นหาตามพิกัดที่นักท่องเที่ยวส่งมาให้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนพบตัวนักท่องเที่ยวทั้ง 3 ราย

เบื้องต้นนักท่องเที่ยวทุกคนปลอดภัยและไม่ได้รับอันตราย พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและทีมกู้ภัยที่เข้าช่วยเหลือจนสามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย


>> “ผบ.ตร.” สั่ง เช็กบิล มูลนิธิ องค์กร อินฟลูฯ เปิดรับบริจาคลวงโลก ฉ้อโกงประชาชน 
19.36 น. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ตรวจสอบ จัดระเบียบ และใช้มาตรการทางกฎหมายกับมูลนิธิ องค์กร หรือกลุ่มคนมีชื่อเสียง ที่ฉ้อฉลหลอกลวงประชาชนเปิดรับบริจาค ว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศไปประสานงานกับฝ่ายปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมตรวจสอบเรื่องนี้ หาข่าวสืบสวนมูลนิธิ องค์กร กลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย หากพบว่าเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน ลวงโลก โดยอาศัยความใจดีมีน้ำใจของพี่น้องประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากไปหากินและนำเงินบริจาคไปใช้อย่างไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

โฆษก ตร. กล่าวว่า ปัจจุบันพบการสร้างมูลนิธิปลอม ๆ ตั้งกลุ่มองค์กร หรือสร้างคอนเทนต์เปิดรับบริจาคที่อาจเข้าข่ายฉ้อโกงหลอกลวงประชาชน โดยอาศัยชื่อเสียง อาศัยสถานการณ์ สร้างคอนเทนต์เรียกร้องความสงสารเห็นใจ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลัก ขณะเดียวกันวิธีการเดิม ๆ เช่น ตั้งโต๊ะ ตั้งกล่องรับบริจาคตามสถานที่ต่าง ๆ หรือเดินเรี่ยไรตามบ้านก็ยังปรากฏ ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีไปแล้วตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีล่าสุดมูลนิธิองค์กรทำดี ที่มีนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เกี่ยวข้อง ก็อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ซึ่งกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ หากพบว่าใครเกี่ยวข้องเข้าข่ายร่วมกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และเป็นธรรม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเสริมและสนับสนุนองค์กร บุคคล ที่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมด้วยเจตนาดี และดำเนินการอย่างโปร่งใส แต่ก็ขอเตือนผู้ที่ตั้งใจหลอกลวง รวมถึงผู้มีชื่อเสียงหรืออินฟลูเอนเซอร์ หรือใครก็ตามที่จะใช้สถานการณ์ กระแสสังคมเป็นช่องทางรับบริจาคแล้วนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โยกย้ายถ่ายโอนเงิน ขอให้หยุดพฤติกรรมเหล่านั้น เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินด้วย ที่มีโทษต้องถูกยึดทรัพย์ และหากโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์หรือเว็บไซต์บอกว่าจะนำไปช่วยเหลือสังคม แต่ไม่ได้ทำตามที่บอกก็อาจเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย และข้อสำคัญที่ต้องทราบคือการตั้งมูลนิธิก็ต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หรือการเปิดรับเรี่ยไรก็ต้องขออนุญาตเจ้าพนักงานปกครองตามกฎหมายด้วย


>> ตำรวจไทรน้อย จับบ่อนกำถั่ว ลอบเปิดในบ้านพักมา 3-4 วัน รวบนักพนัน 43 ชีวิต พร้อมเจ้าบ้านและเจ้ามือ จ.นนทบุรี

23.00 น. พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พ.ท.ท.เรวัติ สุริยะ  สว.สส.สภ.ไทรน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่เจ้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไทรน้อย ร่วมกับ น.ส.สะอาด พิมพ์สมบูร์ นายอำเภอไทรน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง

จับกุมตัว ชายไทย อายุ 49 ปี โดยกล่าวหาว่า เป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการลักลอบเล่นการพนัน  (กำถั่ว) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย, ชายไทย อายุ 49 ปี โดยกล่าวหาว่า เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (กำถั่ว) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลาง

และนักพนัน 43 ราย เป็นชาย 31 คน หญิง 12 คน โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (กำถั่ว) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย จับกุมได้ที่ บ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองเพรางาย อยู่.ไทรน้อย จ.นนทบุรี  

จากการเข้าจับกุมวันพนันกำถั่ว พบของกลางคือ ไม้เขี่ยธนบัตรจำนวน 26 อัน, ตะกร้าพลาสติกใส่เงินเดิมพัน จำนวน 12 อัน, สมุดสำหรับจดตัวเลข จำนวน 7 เล่ม, แผ่นจานรองพร้อมฝาครอบและลูกเต๋าจำนวน 1 ชุด, นาฬิกา 1 เรือน, แผ่นบอกแต้ม 1 แผ่น, ธนบัตรใบละ 1000 บาท จำนวน 3 ใบ และ ธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 40 ใบ รวมเป็นเงินจำนวน 7,000 บาท

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกได้เมื่อเวลา 17.52 น.วันที่ 4 พ.ย.69 เป็นภาพโต๊ะพนันกำถั่ว มีแผ่นสำหรับวางเดิมพัน โดยมีไม้สำหรับเขี่ยธนวางอยู่บนโต๊ะจำนวน 14 อัน มีนักพนันนั่งและเดินอยู่รอบโต๊ะพนันจำนวนประมาณ 10 กว่าคน  โดยบนโต๊ะพบตะกร้าใส่ธนบัตร สมุดจด และชุดลูกเต๋าวางอยู่

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ได้รับแจ้งจากสายลับว่า พบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จอดอยู่โดยรอบบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐาน พบว่าบ้านหลังดังกล่าว มีชายไทย อายุ 49 ปี  เป็นเจ้าของบ้าน ได้มีการเปิดและนัดแนะลักลอบเล่นการพนันมาประมาณ 3-4 วันแล้ว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองวางแผนเข้าจับกุม ขณะเข้าจับกุมพบนักพนันจำนวนมากจึงได้ทำการควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบปากคำ ที่ห้องสืบสวน

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า ลักลอบเล่นการพนันจริง จึงได้ ควบคุมตัวส่ง ร.ต.อ.เดชฤิทธิ์ แสงจันทร์ศรี  รอง สว.สอบสวน ดำเนินคดี เพื่อส่งศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม