วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 05:24 น.
รวบได้แล้ว สืบภาค 2 ปลอมตัวถอดเสื้อเคาะห้อง ก่อนเข้าล็อกตัว ชายหลบหนีระหว่างคุมตัวฝากขัง ไปจนมุมที่ปลวกแดง หลังแหกศาลหนี 4 วัน
จากกรณี นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ หลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา วางแผนเข้าจับกุมตัวได้สำเร็จ หลังหลบหนีนาน 4 วัน โดยใช้กลยุทธ์ปลอมตัวเป็นผู้เข้าพัก ถอดเสื้อเดินเคาะประตูห้องพัก ก่อนส่งสัญญาณให้กำลังตำรวจที่ซุ่มอยู่เข้าล้อมจับกุมได้อย่างแนบเนียน
เมื่อเวลา 00.49 น. วันที่ 23 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยความคืบหน้าการจับกุมตัว นายพอ ได้ภายในห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง หลังชุดสืบสวนร่วมกันแกะรอยติดตามความเคลื่อนไหว จนทราบเบาะแสสำคัญว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ย้อนกลับไปเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา นายพอ ได้อาศัยจังหวะระหว่างลงจากรถควบคุมผู้ต้องขัง ก่อนฉวยโอกาสหลบหนีและปีนกำแพงด้านหลังศาลจังหวัดพัทยาเข้าไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 20 นาย ปิดล้อมพื้นที่และเร่งติดตามตัวอย่างเร่งด่วน
ข้อมูลการสืบสวนเบื้องต้นระบุว่า หลังหลบหนี ผู้ต้องหาได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออำพรางตัว ก่อนขโมยรถจักรยานปั่นหลบหนีออกไปทางถนนเขาพระตำหนัก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าได้เข้าไปภายในบ้านหลังหนึ่งและล้างเลือดบริเวณอ่างล้างมือ ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่ไป
จากการสอบถามเบื้องต้น นายพอ ให้การว่า สาเหตุที่ตัดสินใจหลบหนีเกิดจากความกลัวและความกดดัน เมื่อเห็นว่าบริเวณศาลมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ประกอบกับกุญแจมือหลุด จึงฉวยโอกาสหลบหนีออกมา
ระหว่างหลบหนี ผู้ต้องหายังให้ข้อมูลว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในรถกระบะคันหนึ่งในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งจอดเปิดประตูทิ้งไว้ โดยเจ้าของไม่อยู่ในรถ ทรัพย์สินที่ได้ไปประกอบด้วยกระเป๋าสะพายข้าง เงินสดประมาณ 6,000–7,000 บาท พระเครื่อง 6 องค์ โทรศัพท์มือถือ และธนบัตรเก่าชนิดราคา 5 บาทกับ 10 บาท อย่างละ 1 ฉบับ
สำหรับแผนการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ประสานข้อมูลและติดตามเบาะแสอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเปลี่ยนสถานที่พักเป็นประจำ กระทั่งทราบว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง จึงวางแผนให้ตำรวจนายหนึ่งเข้าไปเปิดห้องพักใกล้เคียงกับห้องของผู้ต้องหา เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวและรอจังหวะเข้าจับกุม
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังปิดล้อมบริเวณโดยรอบ ก่อนให้ตำรวจนายหนึ่ง ไปเปิดเช่าห้องพัก อยู่ติดกับห้องของ นายพอ และ ถอดเสื้อและทำทีเป็นผู้เข้าพักห้องข้างเคียง เดินเข้าไปเคาะประตูห้องของนายพอ เมื่อผู้ต้องหาเปิดประตูออกมา เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มรออยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที โดยนายพอ ไม่ได้ขัดขืน ก่อนควบคุมตัวกลับมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น นอกจากคดีลักทรัพย์เดิมแล้ว เจ้าหน้าที่ยังแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการหลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัวตามอำนาจของศาล โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ภายหลังการจับกุม นายพอ ได้กล่าวขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หลบหนีจนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเดือดร้อน พร้อมระบุว่า ขณะตัดสินใจหลบหนีนั้นไม่ได้คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายใหญ่โต จนส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบหรือสอบสวนทางวินัย พร้อมกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา กล่าวขอบคุณชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ที่ร่วมแรงร่วมใจกันติดตามจับกุมผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีได้สำเร็จ พร้อมมอบเงินให้แก่ตัวแทนหัวหน้าชุด คือ พ.ต.ท.สุรเดช สว.สส.สภ.เมืองพัทยา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ถือเป็นการแสดงน้ำใจและชื่นชมความทุ่มเทในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากการหลบหนีของผู้ต้องหาที่หลบหนีจากศาลจังหวัดพัทยานาน 4 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนและขยายผลในส่วนของทรัพย์สินที่ถูกลักไปเพิ่มเติม ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Superball th



