หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2569

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 05:31 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2569


>> เพลิงไหม้โกดังเก็บรถยนต์ อะไหล่ยนต์เสียหายทั้งหลัง จ.สกลนคร

09.53 น. ชุดวายุ เทศบาลตำบลท่าแร่ ได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน สถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร (ศูนย์วิทยุสื่อสาร) และพลเมืองดี ให้ออกตรวจสอบร่วมชุดดับเพลิง เทศบาลตำบลฮางโฮง กู้ภัยร่วมใจฮางโฮง ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บรถยนต์ และอะไหล่ยนต์ บ้านหนองกุง ตำบลฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

ที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบไฟไหม้โกดังเก็บรถยนต์ และอะไหล่ยนต์ มีกลุ่มควัน เพลิงลุกลาม โกดังได้รับความเสียหายทั้งหลัง ชุดดับเพลิง เทศบาลตำบลฮางโฮง ร่วมปฏิบัติงานระดมฉีดน้ำเพื่อป้องกันการลุกลาม จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา

ขณะเกิดเหตุยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุเบื้องต้น อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสกลนคร


>> เพลิงไหม้ในอุโบสถ วัดหน้าพระธาตุระดมรถดับเพลิงฉีดสกัดนาน 30 นาที พบพระประธานหลายองค์-ภาพจิตรกรรมเสียหาย จ.นคราชสีมา

10.49 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในวัดหน้าพระธาตุ ตำบลตะคุ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณอุโบสถหลังใหม่ ภายหลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้าตรวจสอบและระงับเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังส่วนอื่นของโบสถ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น พบว่าพระประธานและพระพุทธรูปหลายองค์ภายในอุโบสถได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ นอกจากนี้ ภาพวาดและภาพจิตรกรรมที่อยู่ภายในโบสถ์ยังได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและสิ่งที่มีคุณค่าทางศาสนาภายในวัด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเพลิงไหม้ โดยต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป


>> ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขอนแก่น สั่งจำคุก สมรักษ์ คำสิงห์ 1 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีพรากผู้เยาว์

11.32 น. ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขอนแก่น มีกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาคดี นายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักชกมวยสากลเหรียญทองโอลิมปิก เป็นจำเลยในคดีที่เกี่ยวข้องกับหญิงวัย 17 ปี

โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปก่อนหน้านี้ และนายสมรักษ์ ยื่นอุทธรณ์คดี ก่อนศาลกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 20 ตุลาคม 2569

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ขอนแก่น พิพากษาแก้คำตัดสินศาลชั้นต้น ยกโทษคดีพยายามข่มขืน เหลือเพียงคดีพรากผู้เยาว์

ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 12 เดือน ชดใช้สินไหมเพิ่มเป็น 80,000 บาท หลังวางเงินต่อศาลไปก่อนหน้านี้ 120,000 บาท โทษจำคุกไม่รอลงอาญา


>> ตร.รัตนาธิเบศร์ รวบผัวเมียชาวลาวแสบ ยกเค้า ซ้ำเติมบ้านน้ำท่วม

12.00 น. พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสตร์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนฯ ร่วมกันจับกุมตัว นายสอ อายุ 45 ปี น.ส.จอ อายุ 32 ปี ชาวลาว สองผัวเมีย พร้อมของกลาง พระบูชา พระเครื่อง นาฬิกาข้อมือ กระเป๋าสะพาย เครื่องประดับ ของที่ระลึกเบญจรงค์ รถยนต์เก๋ง สีขาว ทะเบียน กทม. (ที่ใช้ขับมาก่อเหตุ) รวม 50 รายการ มูลค่าประมาณ 900,000 บาท จับกุมตัวได้ที่บ้าน ซอยฉิมพลี 11 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ต.ค.69 ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ อัศวภูมิ สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้เข้าแจ้งความว่าได้ถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สินภายในบ้านไป หลังเกิดเหตุตำรวจสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี จนทราบว่าคนร้ายคือ ชาวลาว สองผัวเมีย จึงได้ไปจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง

นายสอ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนเคยขับรถให้กับพ่อของผู้เสียหายมานานกว่า 5 ปี ตนต้องการหาเงินมาใช้จ่าย จึงได้เข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สินในบ้านเกิดเหตุ ครั้งแรก เข้าเมื่อวันที่ 8 ต.ค.69 ช่วงเวลา 21.00 น.ถึง 22.00 น.โดยมีนายตอ อายุ 42 ปี ที่รู้จักกันมาปีนเข้าไปเปิดบ้านให้ ก่อนที่ตนจะเข้าลักทรัพย์ได้ทรัพย์สินมาแล้วเอาไปขายแต่ไม่ได้เงิน จนวันที่ 9 ต.ค.69 ได้เข้าอีกครั้งได้ทรัพย์สินหลายรายการ ได้นำนาฬิกาข้อมือไปจำนำ 2 เรื่อง ได้เงิน 13,000 บาท ขายกระเป๋าแบรนด์เนมไปขาย 2 ใบ ได้เงิน 700 บาท ตนยอมรับว่าเสพยาไอซ์ เพราะเครียดเรื่องปัญหาครอบครัว สั่งพิมพ์ปฏิทิน

ด้านผู้เสียหาย กล่าวว่า ช่วงวันที่ 26 ก.ย.69 เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมหมู่บ้านประชานิเวศน์ ซอยสามัคคี 58/16 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี ทำให้ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น และพ่อป่วยต้องนอนรักษาตัวอยู่ ร.พ. ต้องไปนอนเฝ้าพ่อ จนวันที่ 10 ต.ค.69 หลังน้ำลดได้กลับเข้ามาดูบ้านพบว่า บ้านถูกคนร้ายเข้ามาขโมยทรัพน์สินไป ตนจึงมาแจ้งความดำเนินคดี จนตำรวจมาจับคนร้ายได้ พอทราบว่าคนร้ายคือคนที่พ่อให้ความช่วยเหลือ และให้งานทำ แต่กลับมาก่อเหตุเสียเอง ตนไม่ขอให้อภัย

หลังสอบสวน แจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี


>> นายกฯ สั่งเตรียมรับมือ PM2.5 กำชับตรวจเข้มลักลอบนำเข้าขยะพิษ พร้อมเร่งขับเคลื่อนไทยเข้าเป็นสมาชิก O.E.C.D.

13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมต้อนรับประธาน OECD ซึ่งมีกำหนดเยือนประเทศไทยในวันที่ 23 พ.ย.69 และคณะทำงานของ OECD ที่จะเดินทางมาล่วงหน้า เพื่อประเมินความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD

พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยมอบหมายให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ต่าง ๆ เตรียมความพร้อมและมาตรการในพื้นที่ และกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความร่วมมือและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายกฯ ได้มอบหมายครม. และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดการปัญหาขยะพิษ โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ รวมถึงกำชับกรมศุลกากรตรวจสอบเรือและตู้สินค้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันขยะอันตรายจากต่างประเทศ พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือและกำหนดแนวทางจัดการปัญหาอุตสาหกรรมขยะผิดกฎหมายในประเทศไทย


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยสุขุมวิท 4 ลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง

14.24 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสุขุมวิท 4 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 9 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องควบคุมระบบไฟฟ้า เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบ่อนไก่


>> รถพ่วง 18 ล้อออกจากโรงงาน รถจักรยานยนต์ ขับขี่มาตามทาง ชนเข้ากลางลำ เสียชีวิตกลางถนนสายน้ำพอง - กระนวน จ.ขอนแก่น

14.30 น. พนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณ ถนนเส้นทางน้ำพอง - กระนวน ซึ่งอยู่ระหว่างซ่อมสร้าง บริเวณใกล้เคียงทางเข้าโรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางถนน ตรวจสอบบริเวณใต้ท้องรถ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ล้มคว่ำสภาพพังเสียหาย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้ขับขี่คือ ชายไทย อายุ 59 ปี

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ และจัดทำแผนที่โดยสังเขป พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยรายละเอียดสาเหตุและความรับผิดจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดอีกครั้ง


>> หนุ่มวัย 30 ขี่ จยย.ฝ่าไม้กั้นทางรถไฟ ถูกขบวนรถไฟชนเสียชีวิต จ.ชลบุรี

14.36 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณทางรถไฟตัดถนนชัยพรวิถี กม.152+348 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานตำรวจ สภ.บางละมุง นายอำเภอบางละมุง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่าง ชายไทย อายุ 30 ปี เสียชีวิตบริเวณรางรถไฟ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า MSX สีดำ สภาพพังเสียหายอย่างหนัก ส่วนขบวนรถไฟโดยสารหมายเลข 284 เส้นทางจุกเสม็ด-กรุงเทพมหานคร จอดรอให้การกับเจ้าหน้าที่

จากการสอบถามพนักงานปฏิบัติการเดินรถ ให้ข้อมูลว่า รถจักรยานยนต์ขับมาจากถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าเข้าซอยหนองปรือ ก่อนขับฝ่าไม้กั้นทางรถไฟและถูกรถไฟชนอย่างจัง ขณะที่พนักงานกั้นถนนทางรถไฟ ระบุว่า ขณะขบวนรถไฟกำลังมาถึง ไม้กั้นได้ปิดลงตามปกติ แต่สังเกตเห็นผู้เสียชีวิตพยายามขี่รถฝ่าทางกั้น จึงตะโกนเตือนแล้ว แต่คาดว่าอาจไม่ได้ยิน ก่อนเกิดเหตุสลดขึ้นต่อหน้าต่อตา

เบื้องต้น ร.ต.อ.รัชพล เสนีวงค์ ณ อยุธยา รอง สว.สอบสวน สภ.บางละมุง ลงพื้นที่ตรวจสอบและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปเก็บรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อรอญาติติดต่อรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


>> “เอกภพ” แฉสวมสิทธิ์เงินเยียวยาน้ำท่วมพุ่งหลักร้อย พบหอพักห้องน้อยแต่ลงทะเบียนเกือบ 100 คน

15.16 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนแจ้งเบาะแสการสวมสิทธิ์รับเงินเยียวยาน้ำท่วมเข้ามาหลายพื้นที่ เบื้องต้นพบผู้ต้องสงสัยหลักร้อยคน ในอพาร์ตเมนต์และบ้านเช่ามากกว่า 2 แห่ง โดยบางแห่งมีห้องพักเพียง 20-30 ห้อง แต่กลับมีผู้ลงทะเบียนเกือบ 100 คน ขณะที่เจ้าของห้องเช่าบางรายไม่ยอมให้ผู้เช่าตัวจริงยื่นขอรับสิทธิ์ แต่กลับนำญาติพี่น้องมาลงทะเบียนแทน พร้อมเตือนว่าผู้จัดทำเอกสารรับรองเท็จและผู้ที่นำเอกสารไปใช้ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิ์ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและต้องคืนเงินให้รัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานสำนักงานเขตตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

นายเอกภพยังระบุว่า ไม่ควรฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนจริง พร้อมขอให้เจ้าของหอพักและบ้านเช่าลงทะเบียนตามสิทธิ์ที่ถูกต้อง ไม่แบ่งเงินเยียวยากันโดยมิชอบ ส่วนกรณีข้อวิจารณ์ว่ากรุงเทพฯ ขาดกำนันและผู้ใหญ่บ้านจนทำให้การช่วยเหลือล่าช้า มองว่าไม่ใช่สาเหตุโดยตรง เพราะกรุงเทพฯ มีผู้นำชุมชนและกรรมการชุมชนอยู่แล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือจำนวนประชากรและบ้านเรือนที่หนาแน่น ทำให้สำนักงานเขตต้องรองรับคำร้องจำนวนมาก โดยเฉพาะเขตสายไหมที่มีผู้ยื่นคำร้องหลักแสนราย จึงขอให้ประชาชนเข้าใจและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่


>> รวบ 2 ผู้ต้องหาไทย-มาเลย์ ลอบผสมยาสลบ “เอโทมิเดต” ใส่หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้า ยึดของกลางกว่า 1,000 รายการ

15.19 น. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคบ. สนธิกำลัง ตชด.437 บุกจับผู้ต้องหาชาวไทย อายุ 46 ปี และชาวมาเลเซีย อายุ 51 ปี บริเวณถนนรัถการ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ 18 ตุลาคม 2569 หลังสืบทราบว่ามีขบวนการลักลอบจำหน่ายหัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดต หรือที่เรียกว่า “พอตซอมบี้” ให้กลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยว โดยตรวจค้นรถยนต์พบหัวพอต 400 หัว ก่อนขยายผลค้นบ้านเช่าที่ใช้เป็นสถานที่ผสมและบรรจุน้ำยา พบหัวพอตเปล่า ชิ้นส่วน อุปกรณ์การผลิต โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ รวมของกลางกว่า 1,000 รายการ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับคำสั่งจากหัวหน้าขบวนการชาวมาเลเซียอีกคน ให้นำสารเคมีมาผสมและบรรจุลงหัวพอต ก่อนส่งสินค้าให้ลูกค้าตามจุดนัดหมาย ตำรวจจึงเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดตามกฎหมายศุลกากร และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีต่อไป


>> รถบรรทุกชนกับรถไถการเกษตร กลางถนนสายเอเชีย คุณลุงวัย 58 ปีร่างกระเด็น เสียชีวิต จ.กำแพงเพชร

15.34 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างกำเเพงเพชร จุดคลองขลุง มีอุบัติเหตุ รถไถการเกษตรเฉี่ยวชนกับรถโม่ปูน มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ริมถนนสายเอเชีย ฝั่งขาขึ้นเชียงใหม่ ช่วงหลัก กม.422 ในพื้นที่ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำเเพงเพชร

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก ยูดี สีขาว-เขียว ป้ายทะเบียน กำแพงเพชร ลักษณะชนกับ รถไถการเกษตร สีแดง ห่างออกไป พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 62 ปี มีอาการสาหัส ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและประสานรถกู้ชีพมาร่วมดำเนินการนำส่ง รพ.คลองขลุง ส่วนในจุดเกิดเหตุ ที่ร่องกลางถนน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 58 ปี

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง และแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาฯ นำร่างส่งชันสูตรที่ รพ. เพื่อหาสาเหตุต่อไป


>> ตร.บุกจับแหล่งขายหมวกกันน็อคแบรนด์ดังปลอม ยึดของกลางคาบ้านพัก

15.57 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมด้วยตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์เครื่องหมายการค้า ร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 30 ปี ในฐานความผิด “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร” พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ หมวกนิรภัยเลียนแบบเครื่องหมายการค้า จำนวน 25 ใบ และอุปกรณ์ชิลด์หน้า จำนวนมาก โดยจับกุมได้ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลห้วยขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์สินค้าประเภทหมวกกันน็อคปลอม เครื่องหมายการค้ายี่ห้อดังจากญี่ปุ่น ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง และได้รับความนิยมในระดับโลก โดยทางตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์ พบว่ามีผู้ลักลอบนำหมวกกันน็อคปลอมที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย นำมาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคาที่ต่ำกว่าของจริงมาก

โดยตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์ได้ทดลองซื้อหมวกกันน็อคปลอมดังกล่าว มาตรวจสอบ พบว่าสินค้าดังกล่าวไม่ได้มีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานจากหน่วยงานตรวจสอบ และใช้วัสดุในการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่คงทนต่อการใช้งานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อาจก่อให้เกิดความสูญเสียร้ายแรงแก่ผู้นำไปใช้

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกับตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิ์ ทำการสืบสวนขยายผล จนพบว่าผู้ลักลอบจำหน่ายหมวกกันน็อคฯมีจุดเก็บสินค้า และจำหน่ายอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ชุดสืบสวน จึงเข้าตรวจค้น โดยชายคนดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่าหาซื้อสินค้ามาจำหน่ายเอง ผ่านช่องทางออนไลน์ มิได้ผ่านตัวแทนจากบริษัทฯหรือ ตัวแทนที่นำเข้าสินค้าอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัว พร้อมตรวจยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนพื้นที่ฝนตกหนัก กระทบถึงวันที่ 25 ต.ค.นี้

17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 8 (267/2569) โดยระบุว่า

ในช่วงวันที่ 21-25 ต.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังได้

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


>> กทม.อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วมแล้ว 40% เตรียมส่ง SMS นัดตรวจถึงบ้าน 22-23 ต.ค. ป้องกันสวมสิทธิ

18.26 น. กทม. เผยประชาชนยื่นขอเงินเยียวยาน้ำท่วมผ่านแอปฯ ทางรัฐแล้วประมาณ 1 ล้านราย อนุมัติแล้ว 40% คาดสัปดาห์หน้าเพิ่มเป็น 70–80% พร้อมเตรียมส่ง SMS นัดหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายตั้งแต่วันที่ 22–23 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยเน้นตรวจสอบทั้งข้อมูลในระบบและข้อเท็จจริงหน้างาน ป้องกันการแจ้งข้อมูลเท็จและสวมสิทธิรับเงินเยียวยา หากพบจงใจปลอมแปลงเอกสารหรือแจ้งจำนวนห้องเช่าเกินจริง จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผู้ได้รับเงินไปแล้วแต่ภายหลังพบว่าไม่เข้าเกณฑ์ ต้องคืนเงินตามขั้นตอน

รองผู้ว่าฯ กทม. ย้ำประชาชนสามารถยื่นคำร้องผ่านสำนักงานเขต แอปฯ ทางรัฐ และเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ได้จนถึงวันที่ 30 พ.ย. 2569 พร้อมเปิดช่องทางส่งเอกสารออนไลน์เพื่อลดความแออัด ขณะที่คำร้องซึ่งต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะพิจารณาเป็นรายกรณี หากประชาชนมีข้อมูลคลาดเคลื่อนโดยไม่เจตนา สามารถชี้แจงและยื่นหลักฐานเพิ่มเติมหรืออุทธรณ์ได้ ทั้งนี้ ขอให้ผู้ยื่นคำร้องติดตาม SMS แจ้งนัดหมาย และเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามกำหนด


>> รถกระบะชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต กลางสะพานภูมิพล 2

23.20 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถกระบะ ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนสะพานภูมิพล 2 ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าถนนพระราม 3 ช่วงเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่เกิดเหตุ พบกระบะ โตโยต้า สีขาว สภาพหน้ารถพังเสียหาย และห่างออกไป พบรถบรรทุก ฮีโน่ สีชมพู ป้ายทะเบียน ชุมพร สภาพท้ายรถมีร่องรอยการชนเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 2 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาล และพบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้


>> แผ่นดินไหว ขนาด 5.4 บริเวณหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ที่ อ.เมืองตรัง

23.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 5.4 ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 521 กม. ต่อมามีรายงานว่า สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ ในพื้นที่ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง


>> เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยทวีวัฒนา 5 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

02.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยทวีวัฒนา 5 ถนนทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีตชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องพระ เพลิงลุกไหม้ธูปเทียนไฟฟ้า โต๊ะหมู่บูชา ตู้ไม้ ฝาผนังและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 8 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ธูปเทียนไฟฟ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทวีวัฒนา<br>

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม