หน้าแรก > สังคม

”สุริยะ” ขอโทษ! อ้างสื่อสารผิด ปมซื้อรถเกี่ยวข้าว 16 ล้าน แก้เป็นแทรกเตอร์พรวนดินEV คันละ 1.6 ล้าน แทน

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 14:02 น.


”สุริยะ” ขอโทษ! อ้างสื่อสารผิด ปมซื้อรถเกี่ยวข้าว 16 ล้าน แก้เป็นแทรกเตอร์พรวนดินEV คันละ 1.6 ล้าน แทน

วันนี้ (16 ต.ค.2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวขอโทษพร้อมยอมรับ ระบุสื่อสารผิดพลาด และคลาดเคลื่อน 2 เรื่อง คือ 1 .กรณีเตรียมของบประมาณ 8,000 ล้านบาท ซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คันละ 16 ล้านบาท คือจำนวนราคา 16 ล้านบาท เกิดจากที่ตนลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้นถูกสื่อมวลชนนำประเด็นมาสัมภาษณ์ เพราะมีการเข้าใจว่ากระทรวงเกษตรจะจัดซื้อรถเกี่ยวข้าว EV จำนวน 500 คัน หากนำไปหารกับงบประมาณ 8,000 ล้านบาทก็ตกคันละ 16 ล้านบาท ซึ่งตนก็มองว่าหากรถเกี่ยวข้าวEV คันละ 16 ล้านบาทก็ถือว่าแพงเหลือเชื่อ แต่สิ่งที่ต้องการจะสื่อคือจุดบริการ 500 แห่งทั่วประเทศ ไม่ใช่รถ 500 คัน และไม่ใช่รถเกี่ยวข้าว EV แต่เป็นรถแทรกเตอร์พวนดินสำหรับทำนาคันละ 1.6 ล้านบาท

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า หากตนเสนอของงบประมาณซื้อรถเกี่ยวข้าว EV คันละ 16 ล้านบาท คงอยู่ในตำแหน่งได้อีกไม่กี่วัน พร้อมแจงไม่เคยมีการโครงการรถเกี่ยวข้าวEV ต่อคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จากพ.ร.ก.เงินกู้ 200,000 ล้านบาทมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด นอกจากนี้กรณีที่ตนลงพื้นที่ไปพูดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม แต่คณะกรรมการกลั่นกรอง ปิดโครงการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปเสนอเรื่องนี้

ส่วนโครงการจัดซื้อรถแทร็กเตอร์อีวี เนื่องจากชาวนามีการจัดจ้างรถแทรกเตอร์ดีเซลในการพวนดินก่อนทำนาเฉลี่ยอยู่ 1,200 บาทต่อไร่ ขณะที่กระทรวงเกษตรได้รับการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้มา 8,000 ล้านบาท จึงให้กรมการข้าวมาจัดซื้อรถแทรกเตอร์อีวีประมาณ 2,543คัน พร้อมระบบซึ่งประกอบด้วยอาคารชาร์จแบตเตอรี่ และเครื่องใช้ไฟ โดยไปติดตั้งตามศูนย์ชุมชนทั่วประเทศเพื่อบริการชาวนาประมาณ 1.4 ล้านไร่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จะทำให้ชาวนาประหยัดเงิน 1200 บาทต่อไร่ หากคิดรวมก็จะทำให้ชาวนาประหยัดเงินไปทั้งสิ้น 1,680 ล้านบาท ต่อปี รัฐบาลลงทุนไป 8000 ล้านบาทประมาณสี่ปีเศษก็คืนทุน และหากเทียบกับรถแทรกเตอร์ดีเซลที่ต้องเติมน้ำมันตลอดอายุประมาณ 14 ปีการใช้งานรถแทรกเตอร์อีวี ยังคุ้มค่าการลงทุนมากกว่า 5-6 พันล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการเจรจากับผู้ซื้อ หากข้าวที่ผลิตแบบคาร์บอนเครดิตจะได้ราคาดีกว่าตลาดทั่วไปตันละ 500 บาท โดยจะนำร่องโครงการนี้ก่อน 1200 ศูนย์ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายสุริยะ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการสนับสนุนชาวนาค่อนข้างน้อย แต่ต้นทุนค่อนข้างสูงทำให้ตนรู้สึกสงสาร โครงการนี้จะเข้าไปช่วยเหลือชาวนาในการลดต้นทุน และเป็นการเพิ่มรายได้ เพราะเป็นคาร์บอนต่ำถือว่าได้สองเด้ง

ข่าวยอดนิยม