วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 13:23 น.
วันนี้ (16 ตุลาคม 2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11 นายวิรวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตามข้อสั่งการ ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ การระบายน้ำบริเวณปากคลองรังสิตใช้ทั้งการเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลออกตามธรรมชาติและการเดินเครื่องสูบน้ำ โดยปรับการทำงานให้สอดคล้องกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าในคลอง จะเปิดประตูระบายน้ำและปรับการเดินเครื่องสูบน้ำตามความเหมาะสม เพื่อใช้ประโยชน์จากการระบายน้ำตามธรรมชาติให้เต็มศักยภาพ ส่วนช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าระดับน้ำในคลอง จะปิดประตูเพื่อป้องกันน้ำไหลย้อน และเดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 16 เครื่องอย่างเต็มกำลัง เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องผลักดันน้ำรวม 164 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ทุ่งฝั่งตะวันออก แบ่งเป็นเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 99 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 65 เครื่อง มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง 40 เครื่อง และในคลองสายหลักอีก 25 เครื่อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำทั้งระบบ พร้อมปรับการทำงานให้สอดคล้องกับระดับน้ำและความสามารถในการระบายของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งต้นทางและปลายทาง
สำหรับปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ กรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน นำสารบำบัดน้ำเสียที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.6 จำนวน 5,000 ลิตร ฉีดพ่นบริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิตเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสีย ลดปัญหาน้ำดำและกลิ่นเหม็น ควบคู่กับการเร่งระบายน้ำท่วมขัง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนริมคลอง
จากนั้น อธิบดีกรมชลประทานและคณะลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำปลายคลองระบายน้ำที่ 2 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย โดยกรมชลประทานจะเพิ่มการรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้ามาเจือจางน้ำเสีย พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฮโดรโฟล ขนาด 42 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนและเร่งระบายน้ำเสียออกจากคลอง ช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำ ลดปัญหากลิ่นเหม็น และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด บริหารจัดการน้ำให้เชื่อมโยงกันทั้งระบบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเครื่องจักรและช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว











