วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 23:35 น.
ก.กลาโหม เดินหน้าพัฒนาชายแดนไทย–กัมพูชา จากโต๊ะประชุมสู่พื้นที่จริง ขับเคลื่อน “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ย้ำทุกหน่วยเห็นภาพเดียวกัน ทำงานเป็นทีม
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 – พลโท วรพรต แก้ววิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เป็นผู้แทนลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมด้วย พลตรี เฉลิม สีเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมประชุมรับฟังการบรรยายสรุปและวิพากษ์แผนพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 พร้อมผู้แทนหน่วยทหาร ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบูรณาการแนวทางการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
พลโท วรพรต กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนภายใต้แนวคิด “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ซึ่งเป็นแนวทางที่มีความมุ่งมั่นผลักดันมาตั้งแต่ครั้งรับราชการในกองทัพ และเมื่อมีโอกาสขับเคลื่อนนโยบายในระดับกระทรวง จึงมุ่งสานต่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น สามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม เน้นย้ำว่า การพัฒนาพื้นที่ชายแดนไม่ใช่ภารกิจของทหารเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนราชการท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยทุกหน่วยงานต้อง “อยู่บนแผนที่เดียวกัน เห็นภาพเดียวกัน และเดินไปในทิศทางเดียวกัน” เพื่อให้การดำเนินงานไม่ซ้ำซ้อน สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ ยังเห็นด้วยกับข้อเสนอให้จัดเวทีวิพากษ์แผนพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนในระดับจังหวัด โดยเริ่มจาก 5 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสะท้อนปัญหา อุปสรรค และความต้องการจากพื้นที่จริง โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคมที่ต้องพิจารณาร่วมกันทั้งด้านความมั่นคง การใช้ประโยชน์ที่ดิน กฎหมายป่าไม้ และการดำรงชีวิตของประชาชน
ในช่วงบ่าย พลโท วรพรต พร้อมคณะ เดินทางต่อไปยัง ฐานปฏิบัติการเนิน 500 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พลตรี บุญเสริม บุญบำรุง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะรับฟังการบรรยายสรุปและตรวจเยี่ยมผลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จริง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ กองกำลังสุรนารี หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมป่าไม้ หน่วยงานด้านคมนาคม และสำนักงาน กสทช.
สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายทั้ง 4 ด้าน มีสาระสำคัญดังนี้
1. น้ำไหล ฐานปฏิบัติการเนิน 500 มีการพัฒนาระบบน้ำอุปโภคบริโภค โดยมีถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กที่รองรับการกักเก็บน้ำได้ 200,000 ลิตร พร้อมอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO เพื่อสนับสนุนการจัดหาน้ำสะอาดและเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลตามแนวชายแดน
2. ไฟสว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเสริมความมั่นคงการจ่ายไฟในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี รวม 9 แห่ง โดยดำเนินการแล้วเสร็จ 100% และสามารถจ่ายไฟได้แล้ว 2 แห่ง ได้แก่ ฐานปฏิบัติการเนิน 500 และฐานปฏิบัติการช่องอานม้า ส่วนอีก 7 แห่ง อยู่ระหว่างรอการยืนยันจากหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังคงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
3. ทางดี มีการติดตามโครงการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางลาดตระเวนและตรวจการณ์ เพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรวมถึงโครงการถนนศตวรรษ–ยุทธบดินทร์ โดยภาพรวมพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารีมีเส้นทางยุทธวิธีในแผนพัฒนาทั้งสิ้น 187 เส้นทาง ได้รับงบประมาณแล้ว 76 เส้นทาง อยู่ระหว่างเสนองบประมาณ 18 เส้นทาง และยังไม่ได้เสนอหรือได้รับงบประมาณอีก 93 เส้นทาง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันผลักดันการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
4. มีสัญญาณโทรศัพท์ ผู้แทนสำนักงาน กสทช. เขต 22 จังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า ปัจจุบันระบบสื่อสารภายในฐานปฏิบัติการเนิน 500 สามารถใช้งานได้เต็มระบบ พร้อมสาธิตระบบตรวจสอบสัญญาณและการสื่อสาร รวมถึงระบบสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยและการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน ซึ่งสามารถติดตามตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อประสานงานและสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงการวางแผนในระดับนโยบายกับการปฏิบัติจริง โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้าและข้อจำกัดของแต่ละด้าน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ทั้งด้านการจัดสรรงบประมาณ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการดำเนินงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมมุ่งให้การพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนเกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานทหารและพลเรือน เพื่อให้การเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศดำเนินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม




15 ตุลาคม 2569
15 ตุลาคม 2569