หน้าแรก > ภูมิภาค

ผู้ว่าฯ แปดริ้ว สั่งเร่งระบายน้ำท่วมขัง ระดมเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง ผันน้ำลงบางปะกง เร่งคลี่คลายวิกฤตน้ำท่วม

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 18:56 น.


ผู้ว่าฯ แปดริ้ว ลุย 3 จุด เร่งระบายน้ำท่วมขัง ระดมเครื่องสูบน้ำ 30 เครื่อง ผันน้ำลงบางปะกง เร่งคลี่คลายวิกฤตน้ำท่วม บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน  

วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรัตรวีร์ วิจบ นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเร่งขับเคลื่อนแผนระบายน้ำ 3 จุดสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ประสบอุทกภัยลงสู่แม่น้ำบางปะกง

จุดแรก บริเวณวัดจุกกระเฌอ ตำบลคลองจุกกระเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ติดตามปัญหาน้ำสะสมในคลองธรรมชาติ ซึ่งบางช่วงตื้นเขินและมีวัชพืชกีดขวาง ทำให้การระบายน้ำล่าช้า จังหวัดจึงเร่งใช้คลองชลประทานเป็นเส้นทางผันน้ำหลัก โดยวางแผนระดมเครื่องสูบน้ำประมาณ 30 เครื่อง กระจายติดตั้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อสูบน้ำจากคลองธรรมชาติเข้าสู่ระบบคลองชลประทาน ก่อนระบายต่อไปยังแม่น้ำบางปะกง

แผนดังกล่าวมุ่งช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในพื้นที่ตำบลสาวชะโงก ตำบลเสม็ดเหนือ และตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า รวมถึงตำบลบางไผ่ ตำบลคลองนา และตำบลคลองจุกเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยหากติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเดินระบบได้ครบตามแผน คาดว่าจะเริ่มเห็นผลในการลดระดับน้ำภายใน 3 วัน ทั้งนี้ ผลการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกง ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ และสภาพอากาศด้วย

จุดที่สอง บริเวณปลายคลองส่งน้ำสายใหญ่ ซอยซ้าย ตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า ติดตามการทำงานของเครื่องสูบน้ำแบบท่อซิ่ง 3 เครื่อง ซึ่งสูบน้ำจากคลองวังซุงเข้าสู่คลองชลประทาน เพื่อผันน้ำต่อไปตามเส้นทางระบายผ่านพื้นที่จุกเฌอและลงสู่แม่น้ำบางปะกง ตามแผนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไว้ระหว่างลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา

จุดที่สาม บริเวณประตูสูบน้ำเสาเขาชะโงก ในโครงการเขื่อนทดน้ำบางปะกง ติดตามการเปิดสปริงเวย์เพื่อระบายน้ำจากระบบคลองชลประทานลงสู่แม่น้ำบางปะกง ช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในคลอง และเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนใน โดยเฉพาะตำบลจุกเฌอและตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

การดำเนินงานครั้งนี้อาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา ทั้งการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำและน้ำมันเชื้อเพลิง โดยจังหวัดจะเร่งประสานการทำงานทุกจุดให้สอดคล้องกัน ตั้งแต่การสูบน้ำออกจากพื้นที่ต้นทาง การผันน้ำผ่านคลองชลประทาน ไปจนถึงการระบายลงแม่น้ำบางปะกง พร้อมติดตามผลการทำงานและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายสำคัญ คือเร่งระบายน้ำที่สะสมอยู่ในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอบางคล้าและอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา โดยคำนึงถึงสภาพน้ำในแต่ละช่วงและประสิทธิภาพการระบายของระบบโดยรวม

ชลประทานฉะเชิงเทรเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 40 เครื่อง ที่บ้านโพธิ์ เพิ่มกำลังระบายน้ำบางปะกง ตั้งเป้าแล้วเสร็จวันนี้

ด้าน นายสมชาย ไพรลิน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า กรมชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 40 เครื่อง บริเวณสะพานพระยาศรีสุนทรโวหาร อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา แบ่งเป็น 5 ช่อง ช่องละ 8 เครื่อง มีกำลังผลักดันน้ำตามศักยภาพรวมประมาณ 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

การติดตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำบางปะกงออกสู่อ่าวไทย รองรับมวลน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก รวมถึงน้ำจากคลองสาขาที่ไหลลงมาสมทบ ช่วยให้การระบายน้ำในพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะอำเภอบางคล้าและพื้นที่ใกล้เคียง ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ตั้งเป้าติดตั้งและทดสอบระบบภายในวันนี้ โดยจะปิดการจราจรบนสะพานพระยาศรีสุนทรโวหารชั่วคราว วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. เพื่อให้รถเครนปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย

รองผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย โยธะกา–คลองเขื่อน มอบถุงยังชีพ ส่งต่อความห่วงใย เติมพลังใจให้ประชาชน

ในวันเดียวกัน นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์จังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจุดแรกที่ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว คณะได้ลงเรือลุยน้ำเข้าถึงบ้านเรือนประชาชน เพื่อมอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบ รับฟังปัญหาและความต้องการของแต่ละครัวเรือนอย่างใกล้ชิด

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชน แม้หลายเส้นทางถูกน้ำท่วมและการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่การดูแลผู้ประสบภัยยังคงต้องดำเนินต่อไป โดยเฉพาะประชาชนที่ได้รับผลกระทบถึงบ้านเรือน การลงเรือเยี่ยมถึงหน้าบ้านจึงไม่เพียงเป็นการส่งมอบสิ่งของจำเป็น แต่ยังเป็นโอกาสให้ได้รับฟังปัญหาและส่งต่อกำลังใจถึงประชาชนโดยตรง

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทางจังหวัดฉะเชิงเทราเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด

ขอบคุณภาพจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม