หน้าแรก > สังคม

บช.ทท. ออกถ่ายทอดความรู้ CRAT ภาคประชาชน ให้แก่บุคลากรโรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานพยาบาล

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 23:13 น.


บช.ทท. ออกถ่ายทอดความรู้ CRAT ภาคประชาชน ให้แก่บุคลากรโรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานพยาบาลที่มีประชาชน ผู้ป่วย ญาติ นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุ การดูแลความปลอดภัยประชาชน การยกระดับการให้บริการ และการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์, พล.ต.ต.ฐากูร นิ่มสมบุญ, พล.ต.ต.พานทอง สุวรรณจูฑะ รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1 และ พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. ได้ขับเคลื่อนการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินให้แก่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 - 17.00 น. คณะวิทยากรนำโดย พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ, ว่าที่ พ.ต.ต.ภัทรพล ชูชื่อ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมทีมวิทยากรจาก บช.ทท. ได้เป็นวิทยากรอบรมหลักสูตร CRAT ให้แก่บุคลากรของโรงพยาบาลกรุงเทพ จำนวน 50 คน ณ ห้องประชุม 8D-5 ชั้น 8 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ กรุงเทพมหานคร

การอบรมภาคปฏิบัติครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการอบรมภาคทฤษฎีในรูปแบบ Online Training ที่ได้จัดขึ้นก่อนหน้านี้ เพื่อวางกรอบความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับแนวคิด CRAT การเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์เมื่อเผชิญภัย การสังเกตสัญญาณความเสี่ยง การสื่อสารเพื่อลดความตึงเครียด การประเมินสถานการณ์ และหลัก หลีก - ปิด - ป้องกัน จากนั้นในการอบรมแบบ Onsite ได้มีการทบทวนทฤษฎีสำคัญอีกครั้ง พร้อมเชื่อมเข้าสู่กิจกรรม Workshop การฝึกตัดสินใจ การแบ่งบทบาทในทีม การจำลองสถานการณ์ และการถอดบทเรียนร่วมกัน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

การอบรมครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากโรงพยาบาลกรุงเทพเป็นสถานพยาบาลขนาดใหญ่ที่ให้บริการประชาชน ผู้ป่วย ญาติ ผู้มาติดต่อ รวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สถานพยาบาลจึงเป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ระบบสื่อสาร การแจ้งเหตุ การอพยพ การดูแลผู้ที่เคลื่อนย้ายได้ยาก และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะในบริบทของโรงพยาบาลซึ่งมีผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก ญาติ บุคลากรทางการแพทย์ และชาวต่างชาติอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกัน

การฝึกครั้งนี้เน้นแนวคิด CRAT : หลีก - ปิด - ป้องกัน (Avoid - Deny - Defend) โดยเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ในภาวะวิกฤต เพราะเมื่อเกิดเหตุจริง คนอาจตกใจ สับสน หยุดนิ่ง วิ่งตามกัน หรือสื่อสารผิดพลาด การฝึกจึงมุ่งให้ผู้เข้าอบรมสามารถรับรู้สถานการณ์ ตั้งสติ ประเมินทางเลือก ตัดสินใจ และปรับการปฏิบัติตามข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม

หัวข้อสำคัญในการอบรมประกอบด้วย

• การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในบริบทโรงพยาบาล
• แนวทาง CRAT : หลีก - ปิด - ป้องกัน
• การเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์เมื่อเผชิญภัย
• การสังเกตสัญญาณความเสี่ยงและการส่งต่อเข้าสู่ระบบช่วยเหลือ
• การสื่อสารเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์
• การแจ้งเหตุและการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
• การดูแลผู้ป่วย ญาติ บุคลากร และชาวต่างชาติในสถานการณ์ฉุกเฉิน
• การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
• การฝึกตัดสินใจผ่านสถานการณ์จำลองอย่างปลอดภัย
• การเชื่อมต่อการปฏิบัติของประชาชนเข้าสู่ระบบตอบสนองของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ การอบรมมิได้มุ่งสร้างความหวาดกลัว แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงระบบ ให้บุคลากรสามารถดูแลตนเอง ดูแลผู้อื่น แจ้งเหตุได้ถูกต้อง และเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่โรงพยาบาลที่การตัดสินใจแต่ละขั้นต้องคำนึงถึงชีวิต ความปลอดภัย และข้อจำกัดของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด “ป้องกันก่อนเกิดเหตุ” โดยเน้นการสังเกตพฤติกรรมหรือสถานการณ์ที่ควรได้รับความสนใจ การรับฟังอย่างไม่ตัดสิน การไม่ตีตราบุคคลจากปัญหาความเครียดหรือสุขภาพจิตเพียงด้านเดียว และการส่งต่อเข้าสู่ระบบช่วยเหลือที่เหมาะสม เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงตอบสนอง

ผู้เข้ารับการอบรมยังได้ร่วมฝึกสถานการณ์จำลอง เพื่อทดลองตัดสินใจตามหลัก หลีก - ปิด - ป้องกัน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่ประจำอุปกรณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมเป็นสำคัญ พร้อมเรียนรู้การเชื่อมต่อจากการปฏิบัติของประชาชนเข้าสู่ระบบตอบสนองของเจ้าหน้าที่ การจัดเส้นทางปลอดภัย การควบคุมพื้นที่ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามบริบทของอาคารและสถานพยาบาล

การฝึกยังได้เน้นประเด็นเฉพาะของโรงพยาบาล เช่น การดูแลผู้ป่วยที่เคลื่อนย้ายได้ยาก การสื่อสารกับญาติและผู้มาติดต่อ การประสานข้อมูลกับฝ่ายรักษาความปลอดภัย การใช้ระบบสื่อสารภายในอาคาร และการส่งต่อข้อมูลที่จำเป็นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเกิดเหตุจริง

ภายหลังการฝึก มีการประเมินผลและถอดบทเรียนร่วมกัน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมทบทวนการตัดสินใจของตนเอง เข้าใจสิ่งที่ทำได้ดี จุดที่ควรปรับปรุง และแนวทางประสานงานกับเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุจริง การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากบุคลากรทุกระดับของโรงพยาบาลกรุงเทพ

การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในการดูแลความปลอดภัยเชิงรุก ไม่เพียงเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว สนามบิน โรงแรม หรือสถานที่สาธารณะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานพยาบาลสำคัญที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้เดินทางเข้ามารับบริการทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของประเทศ

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจะเดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย การป้องกันเหตุรุนแรง และการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินแก่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมที่ตระหนักรู้ มีสติ ตัดสินใจได้เมื่อเผชิญวิกฤต เข้าถึงความช่วยเหลือได้รวดเร็ว และร่วมกันดูแลพื้นที่บริการประชาชน พื้นที่ท่องเที่ยว และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติให้ปลอดภัยอย่างเป็นระบบ

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม