หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2569

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 05:30 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 ตุลาคม 2569


>> แผ่นดินไหว ขนาด 5.7 บริเวณหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

06.37 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 5.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 496 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ไฟไหม้โรงงานเย็บผ้า อ.แม่สอด เครื่องจักร, โรงงานเสียหายบางส่วน คาดสูญ 5 ล้านบาท

09.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานเย็บผ้า บริเวณถนนแม่สอด-แม่ตาว ย่านชุมชนอิสลาม เขตเทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตาก ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันสีเทาขาวพวยพุ่งสูง ท่ามกลางแรงงานกว่า 70 คนเร่งอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมขนย้ายทรัพย์สินและจักรเย็บผ้าออกจากจุดเกิดเหตุอย่างเร่งรีบ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครแม่สอด และอปท.ใกล้เคียง กว่า 20 นาย พร้อมรถดับเพลิง 4 คัน เข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถระงับเพลิงได้ โดยเพลิงได้เผาผลาญพื้นที่ส่วนใหญ่ของโรงงานและเครื่องจักรบางส่วน เนื่องจากภายในมีวัสดุประเภทผ้าและสิ่งของที่ติดไฟได้ง่าย เบื้องต้นประเมินความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท

จากการสอบถามเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากการหุงหาอาหาร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต


>> เจอแล้ว 2 คน ทีมค้นหารายงานให้ทราบขณะ ผวจ.เชียงราย ลงพื้นที่ติดตามการค้นหาชาวบ้านที่หลงป่าอยู่บนเทือกเขาดอยนางนอน

09.15 น. นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุ้นน้ำนางนอนฯ อำนวยการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุ้นน้ำนางนอนฯ อาสากู้ภัยมูลนิธิสยามรวมใจ (ปู่อินทน์) แม่สาย อาสากู้ภัยมูลนิธิพระครูพิทักษ์พรหมวิหาร เร่งทำการติดตามค้นหาและช่วยเหลือชาวบ้าน คนที่พลัดหลงกันและหลงป่าอยู่บนเทือกเขาดอยนางนอน

ทั้งนี้ระหว่างการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทีมงานภาคพื้นดินที่กระจายกันเดินเท้าเข้าไปติดตามค้นหาบนภูเขาสูง ได้แจ้งรายงานให้กองอำนวยการซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุ้นน้ำนางนอนฯ ได้ทราบว่า ได้เจอตัวบุคคลที่หลงป่าแล้วจำนวน 2 คน คือนายบุญสืบ อายุ 57 ปี และนายศรัญญู อายุ 32 ปี ในสวนกาแฟกลางป่า ระหว่างบ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ กับ บ้านผาฮี้ ต.โป่งงาม โดยทั้ง 2 คนปลอดภัยดี ทีมค้นหาได้นำน้ำและอาหารให้ดื่มกิน เพื่อที่จะได้สอบถามรายละเอียด ก่อนที่จะได้ติดตามค้นหาคนที่ 3 ต่อไป


>> มือดี เจาะทำลายถังน้ำมันเครื่องสูบน้ำ 2 วันติด หลังเทศบาลบางกร่างสูบน้ำออกจากพื้นที่ นิติกรเข้าแจ้งความหาตัวคนร้าย

10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายวราธ์ โมรัฐเสถียร นายกเทศมนตรีเมืองบางกร่าง จ.นนทบุรี ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีลักลอบเข้าไปเจาะที่เก็บน้ำมันของเครื่องสูบน้ำที่ทางเทศบาลเมืองบางกร่างได้นำไปติดตั้งไว้ที่บริเวณคลองวัดปราสาท หมู่ 4 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำให้น้ำมันที่ใส่เติมเครื่องสูบน้ำที่จำเป็นต้องใช้สูบน้ำออกจากคลองเกิดปัญหาตามมา ก่อนที่ทีมช่างจะเข้าไปซ่อมแซมเพื่อให้เครื่องกลับมาใช้งานได้ตามปกติ 

นายวราธ์ นายกเทศมนตรีเมืองบางกร่าง เปิดเผยอีกว่า เมื่อคืนวานก่อน ( 2 ต.ค.69 ) เครื่องสูบน้ำที่ทางเทศบาลนำไปติดตั้งไว้ที่คลองบางเกริก หมู่ 5 ต.บางกร่าง ได้ถูกคนร้ายลักลอบใช้ของแหลมเข้าไปเจาะช่องเก็บน้ำมันมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลากลับไปซ่อมแซมเพื่อให้เครื่องสูบน้ำกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งหลังเกิดเหตุกับเครื่องสูบน้ำที่คลองบางเกริกแล้ว ตนได้มอบหมายให้ทางนิติกรของเทศบาลเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ก่อเหตุแล้ว ส่วนที่คลองวัดปราสาทเมื่อคืนนี้กำลังให้ทางนิติกรเข้าแจ้งความดำเนินคดีด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นการทำลายของหลวง

นายกเทศบาลเมืองบางกร่าง กล่าวว่า พฤติกรรมของคนที่ลงมือก่อเหตุนั้น ตนมองว่าเป็นฝีมือของวัยรุ่นในพื้นที่ที่ทำไปด้วยความคึกคะนอง หรืออาจจะเป็นผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการทำงานของเครื่องสูบน้ำที่มีเสียงดังหรือควันจากเครื่องไปรบกวน แต่ตนก็อยากให้เข้าใจด้วยว่าทางเทศบาลเองก็มีความจำเป็นที่ต้องสร้างฝายตามคลองสาขาต่างๆในพื้นที่แล้วสูบน้ำเพื่อพร่องน้ำออก เตรียมรับมือกับสภาพอากาศฝนฟ้าแปรปรวน เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ รวมไปถึงการป้องกันพื้นที่ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ดังนั้นตนขอร้องไปถึงกลุ่มคนที่คิดจะมาทำลายเครื่องสูบน้ำตามคลองต่างๆในพื้นที่ด้วยว่า ตนขอวิงวอนให้หยุดสร้างความเสียหายกับเครื่องมือของทางราชการด้วย เพราะทางเทศบาลเองก็ทำหน้าที่ดูแลสร้างแนวป้องกันน้ำในพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อสร้างความอุ่นใจในกับประชาชนในพื้นที่ การมาทำลายทรัพย์สินของทางราชการแบบนี้ไม่เป็นเรื่องดีเลยและยังจะถูกจับดำเนินคดีอีก


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

12.54 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 555 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ในหลวง - พระราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงสิ่งของพระราชทาน 200 ชุด มอบผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ลาดกระบัง

13.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเชิญถุงสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย ณ บริเวณปากซอยร่มเกล้า 24 และชุมชนเคหะร่มเกล้า โซนหลังคาแดง เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงสิ่งของพระราชทาน จำนวน 200 ชุด ไปมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมได้มีพระราชกระแสทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกันให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว


>> หนุ่มต่างชาติผิวสี ยัวะถูกด่า หลังพูดจาแทะโลมแม่ค้าหมึก คว้าปืนแก๊ปรัว 4-5 นัด เคราะห์ดีไม่มีคนเจ็บ จ.ชลบุรี

14.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวกอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี แม่ค้าขายหมึก ย่านพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังถูกชาวต่างชาติรายหนึ่งใช้อาวุธลักษณะคล้ายปืนปลอมหรือปืนแก๊ป ยิงข่มขู่ หลังไม่พอใจที่ถูกสามีของแม่ค้าขายปลาหมึกขับไล่ จากกรณีเข้ามาพูดจาในลักษณะเกี้ยวพาราสี

นางสาวกอ เล่าว่า ช่วงเที่ยงวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังยืนย่างปลาหมึกอยู่หน้าร้าน ได้มีชาวต่างชาติผิวสี อายุประมาณ 40 ปี เดินเข้ามาพูดคุย ก่อนจะพูดจาในลักษณะชักชวนไปร่วมหลับนอน สามีของตนเห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาต่อว่าและไล่ออกจากร้าน

หลังจากชาวต่างชาติเดินออกไปไม่ถึง 10 นาที ได้ย้อนกลับมาที่ร้านอีกครั้ง ก่อนทำท่าชักอาวุธปืนขึ้นมาและเหนี่ยวไกยิงเข้ามาบริเวณร้าน ทำให้มีเสียงดังคล้ายปืนประมาณ 4-5 นัด จนคนในร้านตกใจพากันวิ่งหนีเข้าไปหลบในบ้าน จากนั้นชายดังกล่าวได้พูดจาเอะอะโวยวาย ก่อนเดินออกจากพื้นที่ไป

เบื้องต้น ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอาวุธที่ใช้เป็นปืนชนิดใด โดยผู้เสียหายคาดว่าอาจเป็นปืนปลอมหรือปืนแก๊ปที่ใช้แก๊ปดินปืน ทำให้เกิดเสียงดังขณะยิง ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพพฤติกรรมของชายต่างชาติรายดังกล่าวไว้ได้อย่างชัดเจน

นางสาวกอ เปิดเผยว่า รู้สึกหวาดกลัวและไม่ปลอดภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา พร้อมขอให้ตำรวจเร่งติดตามตัวชายต่างชาติรายนี้มาดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากเกรงว่าจะไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับผู้อื่นอีก


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยศรีนคร พื้นที่เขตยานนาวา เสียหายหมดทั้งห้อง

14.23 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยศรีนคร ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ห้องนอนเสียหายหมดทั้งห้อง และลุกลามฝาผนังห้องข้างเคียงบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 50 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งมหาเมฆ


>> รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ ริมถนนเพชรเกษม คนขับวัย 36 ปีเสียชีวิต คาซากรถ จ.พัทลุง

15.00 น. สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้น บริเวณปากทางบ้านไร่ลุ่ม หมู่ 7 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ อีซูซุ สีดำ ป้ายทะเบียน เพชรบุรี ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการชนต้นไม้ริมทาง ส่วนคนขับเป็นชายวัย 36 ปี เสียชีวิตภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำร่างออกจากตัวรถ ก่อนส่งไปยังโรงพยาบาลเขาชัยสนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน 
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเดินทางออกจากสถานตรวจสภาพรถในพื้นที่แม่ขรี อ.ตะโหมด และกำลังมุ่งหน้าไป จ.นครศรีธรรมราช เมื่อมาถึงบริเวณเกิดเหตุซึ่งขณะนั้นมีฝนตก รถเกิดเสียหลักก่อนพุ่งชนต้นไม้ริมทาง

ขณะเดียวกัน กล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงสามารถบันทึกช่วงเกิดเหตุไว้ได้ เจ้าหน้าที่เตรียมนำภาพดังกล่าวมาประกอบการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่ควรสรุปว่าฝนเป็นสาเหตุโดยตรงของการเสียหลัก โดยตำรวจจะตรวจสอบทั้งภาพวงจรปิด สภาพถนน สภาพรถ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป


>> กลิ่นโชยจากห้องเช่า เพื่อนบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบร่างสาว 25 ปี เสียชีวิตปริศนา ส่งร่างชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริง

15.00 น. สภ.เมืองพัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุง และแพทย์เวรโรงพยาบาลพัทลุง เข้าตรวจสอบห้องเช่าแห่งหนึ่งภายในซอย 5 ชุมชนบ้านช่องโก ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง หลังได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต

ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 25 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ สภาพศพอืดบวมพบหนอนตามร่างกาย โดยจากสภาพศพเบื้องต้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3-4 วัน

เจ้าหน้าที่และแพทย์ได้ตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ยังไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือสิ่งบ่งชี้ถึงการถูกทำร้ายภายในห้องพัก ส่วนรายละเอียดของบาดแผลและสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากศพมีการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาหลังเสียชีวิต จึงต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์อย่างเป็นทางการ

จากการสอบถามทราบว่า ผู้ตายล้มป่วยด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถเดินได้ และพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าเพียงลำพังมาประมาณ 4 เดือน โดยมีพี่สาวคอยส่งอาหารและกลับมาดูแลเป็นบางวัน รวมถึงญาติ เพื่อนบ้าน และคนในชุมชนที่นำอาหารมาให้เป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม ช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีผู้ใดเข้าไปดูแลหรือพบเห็นผู้ตาย กระทั่งเพื่อนบ้านและเจ้าของห้องเช่า ได้กลิ่นผิดปกติโชยออกมาจากภายในห้อง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ก่อนพบว่าเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ ต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์เพื่อประกอบสำนวน ขณะที่ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


>> รวบสาวหางานออนไลน์ อ้างถูกหลอกข้ามแดนสแกนหน้าฝั่งปอยเปต ก่อนหลบหนีข้ามมาฝั่งไทย พบคดีอื้อ “พ่วง 3 หมายจับ”

16.16 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุม ได้ในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปี 2566 ผู้เสียหายพบเห็นบัญชีเพจเฟซบุ๊กอ้างเป็นร้านทองชื่อดัง โพสต์ข้อความชักชวนบุคคลทั่วไปให้นำเงินมาร่วมลงทุนเทรดหุ้นทองคำให้ผลตอบแทนสูง โดยหลังจากที่ผู้เสียหายทำการลงทุนจะปรากฎยอดเงินลงทุนและผลกำไรบนแพลตฟอร์มปลอม ที่คนร้ายสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงิน คนร้ายอ้างสารพัดเงื่อนไข แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท กก.3 บก.ปอศ. จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวนทั้งสิ้น 50 ราย 
จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่ม บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2569 เวลาประมาณ 11.00 น. สามารถทำการจับกุมตัวไว้ได้ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้ต้องหามีหมายจับอยู่ในระบบอีก 2 หมายจับ

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณปี 2566 ผู้ต้องหาได้หางานทำออนไลน์ ต่อมาพบว่ามีการรับสมัครแอดมินเว็ปพนันออนไลน์ ผู้ต้องหาสนใจจึงได้ติดต่อผ่าน Messenger กับบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาคนร้ายได้นัดหมายให้ผู้ต้องหาข้ามแดนไปฝั่งประเทศกัมพูชาเพื่อทดลองงาน หลังจากเดินทางข้ามแดนไปแล้วได้มีชายชาวกัมพูชา ประมาณ 2-3 คน มารับตัวผู้ต้องหาไปกักขังไว้ที่อาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีคนไทยพักอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก มีการยึดอุปกรณ์สื่อสารและหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาไว้ จากนั้นบังคับให้ผู้ต้องหาทำการเปิดบัญชีธนาคารไทย จำนวน 3 บัญชี พร้อมลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์สำหรับใช้ผูกบัญชี วันต่อมาได้มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำการสแกนหน้า ที่บริเวณตึก 25 ชั้น เป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งต่อมาภายหลังผู้ต้องหาสามารถหลบหนีกลับเข้ามาฝั่งประเทศไทยได้ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด


>> รวบไกด์เถื่อนกร่าง ข่มขู่ให้ลบคลิป หลังถูกถ่ายขณะบรรยายให้นักท่องเที่ยว

17.22 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ บก.รน.) ร่วมกันจับกุมชาวต่างชาติชื่อ มิสเตอร์เค (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี โดยจับกุม ได้ในทะเลบริเวณทิศตะวันออกของเกาะมะพร้าว ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต

​ พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน. ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวซึ่งพบเห็นพฤติการณ์ของชายชาวต่างชาติรายหนึ่ง โดยนักท่องเที่ยวดังกล่าวได้บันทึกภาพวิดีโอขณะชายชาวต่างชาติกำลังบรรยายและแนะนำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว แต่ภายหลังถูกชายชาวต่างชาติดังกล่าวสั่งให้ลบภาพหรือคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ จึงได้แจ้งข้อมูล และพฤติการณ์ดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน. ทราบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ

​ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำเรือตรวจการณ์ 444 ออกตรวจสอบ และติดตามเรือลำหนึ่ง และพบเรือดังกล่าว บริเวณด้านทิศตะวันออกของเกาะมะพร้าว ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต โดยพบชายชาวต่างชาติทราบชื่อภายหลังว่ามิสเตอร์เค อยู่บนเรือ และมีพฤติการณ์บรรยาย และแนะนำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงให้บริการถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวในลักษณะคล้ายการให้บริการมัคคุเทศก์ จากการสอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบว่ามิสเตอร์เค ทำหน้าที่บรรยาย และแนะนำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย

จากการสอบถามเพิ่มเติม มิสเตอร์เค ให้การว่าตนทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ คอยอธิบาย และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยว และได้รับค่าตอบแทนจากการให้บริการในแต่ละครั้ง อีกทั้งไม่สามารถแสดงใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ ​เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561” และ “เป็นคนต่างด้าวประกอบอาชีพมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 86 ประกอบมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551” พร้อมแจ้งสิทธิให้ทราบผ่านล่าม ก่อนนำตัวพร้อมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> กปน. ร่วมประชุม บกปภ.ช. รับข้อสั่งการนายกฯ เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเร่งฟื้นฟูระบบประปาหลังน้ำลด

17.51 น. นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) มอบหมายให้ นายสารวุฒิ บุญวงศ์ รองผู้ว่าการ (บริการด้านตะวันออก) เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) 
นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและเยียวยาประชาชน พร้อมบูรณาการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด จัดทำแผนทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) และเร่งซ่อมแซมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และระบบสื่อสารให้กลับมาใช้งานได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตลอดจนให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและตรวจสอบความมั่นคงของคันกั้นน้ำ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด

สำหรับการฟื้นฟูระบบประปาหลังน้ำลด กปน. เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบและซ่อมแซมระบบประปา รวมทั้งการตรวจสอบระบบจ่ายน้ำก่อนเข้าถังพักน้ำ การทำงานของมาตรวัดน้ำ และการสำรวจหาจุดแตกรั่วของเส้นท่อ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพน้ำให้มีความสะอาดและปลอดภัยตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) นอกจากนี้ กปน. ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการระบบผลิตและควบคุมคุณภาพน้ำประปาให้พร้อมรองรับการให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและเต็มศักยภาพ


>> จ.ฉะเชิงเทรา เตือนเฝ้าระวัง "แม่น้ำบางปะกง" ล่าสุดปิดเส้นทางบางขนาก–คลองเขื่อน เป็นการชั่วคราว เนื่องจากน้ำท่วม

19.21 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา แจ้งเตือนและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำบางปะกง ฉบับที่2 เนื่องจากมวลน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายกไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง ประกอบ กับอิทธิพลน้ำทะเลหนุน ทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น ปัจจุบันระดับน้ำประมาณ +๒.๑๐ ม.รทก. ตรวจวัดที่เขื่อนทดน้ำบางปะกง และเข้าใกล้ระดับตลิ่งในพื้นที่ตัวเมืองและพื้นที่ตอนล่าง ซึ่งระดับตลิ่งในพื้นที่เทศบาลเมืองฉะเชิงเทราและพื้นที่ลุ่มต่ำตอนล่าง เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ +๒๓๐ ม.รทก.

ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของแม่น้ำบางปะกง ได้แก่ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอคลองเขื่อนอำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบ้านโพธิ์ และ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงแจ้งปิดเส้นทางบางขนาก–คลองเขื่อน บริเวณทางเข้าวัดประจำรังเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ส่งผลให้เส้นทางไม่ปลอดภัยต่อการสัญจร ขอปิดการจราจรบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง และใช้เส้นทางอื่นแทน


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก บริเวณแยกบ่อทอง หนุ่มเมียนมาวัย 29 ปีบาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ-กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล จ.ปทุมธานี

19.54 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนปทุมธานี - ลาดหลุมแก้ว บริเวณสี่แยกบ่อทอง ในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียนชลบุรี ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิต ในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชาย อายุ 29 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูบางหลวง


>> คนร้ายลักรถจักรยานยนต์ ปากซอยเสรีไทย 17 หลบหนีไปทางแยกสวนสยาม

03.18 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 คนร้ายชาย 1 คน สวมเสื้อคอปกสีกรมท่า กางเกงขาสั้น ก่อเหตุ ลักรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาวส้ม ยังไม่ทราบป้ายทะเบียน ภายในซอยเสรีไทย 17 หลังก่อเหตุหลบหนีมุ่งหน้าออกไปทางปากซอย พื้นที่ สน.บึงกุ่ม

ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ตนเอง โพสต์ขายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ลงบนเฟซบุ๊ก จากนั้นก็มีคนทักสนใจ และจะขอดูรถ จึงนัดมาพบกัน

เมื่อเวลา ตี 2 กว่าๆ ตนเองก็ขี่รถมา พบคนร้าย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 ปี ร่างสันทัด ผิวคล้ำ แต่งกายลักษณะดังกล่าว บริเวณหน้าปากซอยเสรีไทย 17 พูดคุยกันสักพัก จนเวลา ตี 3 คนร้ายบอกว่า จะขอลองขี่ ใช้เส้นทางถนนเสรีไทย มุ่งหน้าฝั่งขาออก จนป่านนี้ยังไม่กลับ และเค้าได้บล็อกเฟซบุ๊ก ปิดช่องทางการติดต่อไปแล้ว 
โดยจุดสังเกต รถจักรยานยนต์ คันดังกล่าว ซี่ล้อสีน้ำเงิน โช๊คอัพแดง ไม่ติดกระจกส่องข้าง

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม