หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 26 กันยายน 2569

วันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 05:55 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 26 กันยายน 2569

>> เหตุเพลิงไหม้บ้านและโกดังเก็บอุปกรณ์

07.30 น. นายสุพจน์ ตรีรัตนนุกูล นายอำเภอพนมสารคาม/ผอ.ศปภ.อ.พนมสารคาม พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง สมาชิก อส. และหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเพลิงไหม้บ้านและโกดังเก็บรองเท้ายางและโฟม ในพื้นที่หมู่ 14 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา

เหตุเพลิงไหม้สร้างความเสียหายแก่โกดังเก็บอุปกรณ์ทั้งหลัง ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำควบคุม อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 
นายอำเภอพนมสารคามได้ให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมแนะนำแนวทางการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และกำชับให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุอัคคีภัยและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไป


>> รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพลิกคว่ำลงข้างทาง คุณลุงวัย 65 ปีเสียชีวิต จ.ยโสธร

08.00 น. รับแจ้งจากกู้ชีพศรีแก้ว มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเสียหลักลงข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต บริเวณริมถนน เส้นทางโคกใหญ่ - ศรีแก้ว ก่อนถึงบ้านโคกใหญ่ 2 กิโลเมตร อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน มุกดาหาร ล้มคว่ำอยู่ช้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 65 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เลิงนกทา


>> นายกฯ สั่ง จากลอนดอนก่อนบินกลับไทย ทุกหน่วยลงพื้นที่ทันที เปิดทางงบ–เครื่องมือเต็มที่ ย้ำ ทำงานเป็นทีมเดียว

10.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์น้ำในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งสถานการณ์ครั้งนี้มีทั้งปริมาณน้ำฝน น้ำสะสม น้ำจากตอนบน และข้อจำกัดของระบบระบายน้ำ ต้องเชื่อมการทำงานทั้งหมด อากาศ น้ำ สาธารณภัย ชลประทาน คมนาคม บริหารเป็นระบบเดียว ไม่แก้ปัญหาแยกส่วน "ห้ามมีคำว่าตรงนี้เป็นเรื่องของผู้ว่าฯ" เป็นภารกิจร่วมของรัฐบาลและทุกหน่วยงาน เป้าหมาย คือ ให้ความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการแก้ไขและคลี่คลายเร็วที่สุด

ด้านงบประมาณ หาก กทม. หรือจังหวัดใดมีวงเงินไม่เพียงพอ ให้เร่งประสานขยายวงเงินทันที โดยสามารถสำรองดำเนินการในภารกิจจำเป็นก่อนได้ และรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณรองรับภายหลัง เพื่อไม่ให้ขั้นตอนทางการเงินเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน 
ให้รัฐมนตรีและผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายลงพื้นที่ทันที ไม่ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยให้ผู้รับผิดชอบสถานการณ์ภาคกลางสามารถประสานทุกหน่วยงานและตัดสินใจได้เต็มที่

กำชับใช้ Cell Broadcast และระบบ Extreme Alert ตามความจำเป็น พร้อมสื่อสารลดศัพท์เทคนิค ใช้ภาษาตรงไปตรงมา บอกให้ชัดว่าพื้นที่ใดเสี่ยง เมื่อใดต้องระวัง และควรปฏิบัติตัวอย่างไร โดยข้อมูลจากภาครัฐต้องเป็นข้อมูลชุดเดียว เพื่อลดความสับสน


>> ส.ต.ท.วันเฉลิม พร้อมทหารหญิง เข้าช่วยเหลือด่วน ทำ CPR-AED กู้ชีพเด็กชายถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจากเหตุน้ำท่วมขัง

10.25 น. สถานที่เกิดเหตุ ซอย วัดเวฬุวนาราม 9 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยผู้ประสบเหตุถูกกระแสไฟฟ้าช็อตภายในบ้านพัก เนื่องจากในพื้นที่เกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังและเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยผู้ป่วยเป็นเด็กชาย ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตภายในบ้านจนหมดสติ

ขณะเกิดเหตุ เรืออากาศเอกหญิง หทัยชนก อ่อนฉาย และสิบตำรวจโท วันเฉลิม ผลพัฒนา ได้เดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวและพบเหตุ จึงเข้าทำการช่วยเหลือผู้ป่วยทันที โดยได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) อย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ที่นำติดตัวมาด้วยมาใช้ในการช่วยเหลือ โดยเครื่อง AED ได้วิเคราะห์และแนะนำให้ทำการช็อกไฟฟ้าหัวใจผู้ป่วย รวมจำนวน 7 ครั้ง จากนั้นได้ทำ CPR อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานการช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นรถฉุกเฉิน นำส่ง โรงพยาบาลทศมินทราธิราช (สีกัน) เพื่อให้ทีมแพทย์รับช่วงการช่วยเหลือและรักษาต่อไป


>> เพลิงไหม้ภายในสำนักงาน ถนนพหลโยธิน พื้นที่เขตบางเขน

11.58 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ สำนักงาน ย่านบางเขน ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นสถานที่ราชการ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องฝ่ายพัฒนาชุมชน เพลิงลุกไหม้โต๊ะทำงานลุกลามกองเอกสาร ฝ้าเพดาน และเครื่องปรับอากาศจำนวน 4 เครื่อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่แผงควบคุมระบบไฟฟ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน


>> ชาวบ้านเผย ท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี 3 ชุมชนบางละมุงวิกฤต น้ำคลองเอ่อล้นท่วมบ้านกว่า 250 หลังคาเรือน จ.ชลบุรี

12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมยังคงวิกฤต พบว่า น้ำในคลองบางละมุงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 3 ชุมชนใหญ่ ได้แก่ ชุมชนท่ากระดาน หมู่ 4 ต.บางละมุง มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 50 หลังคาเรือน ชุมชนหนองสะเดา หมู่ 8 ต.บางละมุง ประมาณ 20 หลังคาเรือน และชุมชนบ้านทุ่งกราด-หนองมะนาว หมู่ 8 ต.บางละมุง ประมาณ 115 หลังคาเรือน

โดยบางจุดมีระดับน้ำสูงถึงประมาณ 1.5 เมตร ขณะที่บนถนนมีระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยทรัพย์สินของชาวบ้านหลายรายได้รับความเสียหาย เนื่องจากน้ำมาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถขนย้ายสิ่งของหนีน้ำได้ทัน

ขณะที่ทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้นำเรือท้องแบนออกช่วยเหลืออพยพผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และประชาชนออกจากบ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยนำผู้ประสบภัยไปพักยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ศาลาประชาคมบ้านทุ่งกราด ซึ่งเทศบาลนครแหลมฉบังจัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับ

ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง นายนราธิป ฟักกฤษ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ร่วมกันเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมนำอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค เข้าไปมอบให้กับผู้ประสบภัยในเบื้องต้น รวมทั้งจัดหากระสอบทรายกว่า 1,000 กระสอบ มอบให้ประชาชนเพื่อช่วยบรรเทาน้ำไหลทะลักเข้าบ้าน

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากระดับน้ำทะเลเริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม หากยังมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมและเกิดน้ำทะเลหนุนอีกครั้ง อาจส่งผลให้ระดับน้ำกลับมาเพิ่มสูงขึ้นได้ โดยเจ้าหน้าที่และกู้ภัยยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนหนองมะนาว เปิดเผยกับทีมข่าวว่า อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี และไม่เคยพบเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในลักษณะนี้มาก่อน โดยครั้งนี้น้ำมาเร็วมากจนไม่สามารถขนย้ายสิ่งของหนีน้ำได้ทัน พร้อมภาวนาขอให้ระดับน้ำลดลงโดยเร็ว


>> ปคบ.- ตม.บุกจับหนุ่ม อเมริกันเชื้อสายจีน เปิดห้องแล็บปรุงยาอีในบ้านพักพัทยา ยึดยาอี-เคตามีน พร้อมอุปกรณ์ครบชุด

15.36 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการ ปคบ. สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการ ตม.3 เข้าจับกุม ผู้ชาย อายุ 42 ปี สัญชาติอเมริกัน เชื้อสายจีน พร้อมตรวจยึดยาอีและเคตามีน น้ำหนักรวมประมาณ 60 กรัม ภายในบ้านพักย่านหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า นายหลิวมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับชาวต่างชาติทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านพัทยา

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบห้องลับภายในบ้าน ซึ่งมีการซีลหน้าต่างไว้อย่างมิดชิด และดัดแปลงเป็น “ห้องผสมยา” ภายในพบวัตถุต้องสงสัยทั้งชนิดผงและชนิดเกล็ดจำนวนหลายรายการ พร้อมอุปกรณ์ที่บ่งชี้ถึงการปรุงและแบ่งบรรจุยาเสพติด ได้แก่ เครื่องชั่งดิจิทัล 2 เครื่อง ครกอะลูมิเนียมพร้อมสาก เครื่องซีลถุงด้วยความร้อน ชุดแก้วตวง บีกเกอร์ กระบอกฉีดยา และถุงซิปพลาสติกสำหรับแบ่งบรรจุจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังพบสารและส่วนผสมหลายชนิด เช่น คาเฟอีน กลูโคส สารให้ความหวานซูคาโลส น้ำกลิ่นสับปะรด ผงกาแฟ และผงแต่งกลิ่นรสนม ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นส่วนผสมที่อาจใช้ในการปรุงแต่งยาเสพติดให้มีลักษณะคล้ายขนมหรือเครื่องดื่ม

เจ้าหน้าที่ยังพบผลึกสีน้ำตาลอ่อนของ เมทิลไดออกซีเมทแอมเฟตามีน หรือยาอี (Ecstasy/MDMA) น้ำหนักกว่า 60 กรัม ซุกซ่อนอยู่บริเวณอ่างล้างจานหลังบ้านติดกับห้องครัว และภายในตู้เซฟ

จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ยังพบข้อความในแอปพลิเคชัน Notes เป็น “สูตรผสม” ระบุสัดส่วนของ MDMA เคตามีน และคาเฟอีนต่อจำนวนคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีความสอดคล้องกับของกลางที่ตรวจพบภายในบ้าน อีกทั้งยังพบรายชื่อและที่อยู่ผู้รับปลายทางในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

เบื้องต้น ชายคนดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง แต่มีไว้เพื่อเสพเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มีไว้จำหน่าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานและปริมาณยาเสพติดที่พบ มีพฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการครอบครองเพื่อจำหน่าย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาอี) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยกระทำเพื่อการค้า, ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป


>> กทม. ประชุมออนไลน์ร่วมกับนายกฯ ติดตามน้ำท่วม ฝนสะสมกว่า 300 มม. อพยพแล้ว 4,200 คน เปิดศูนย์พักพิง 233 แห่ง

16.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมออนไลน์จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่

นายชัชชาติรายงานว่า กรุงเทพมหานครมีฝนตกสะสมมากกว่า 300 มิลลิเมตร ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 ก.ย. 69 คิดเป็นปริมาณน้ำฝนประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คลองสายหลักหลายแห่ง อาทิ คลองเปรมประชากร คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองทวีวัฒนา มีปริมาณน้ำเต็มและบางจุดเอ่อล้น กระทบพื้นที่โดยรอบและเส้นทางคมนาคม

ขณะนี้มีถนนสายหลักได้รับผลกระทบประมาณ 13 เส้นทาง มีประชาชนอพยพเข้าสู่ศูนย์พักพิงแล้วประมาณ 4,200 คน โดย กทม. จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว 233 แห่ง รองรับได้ประมาณ 15,000 คน พร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงเกือบ 40 รายไปยังโรงพยาบาล จากการสำรวจเบื้องต้นทั้ง 50 เขต พบครัวเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 52,000 ครัวเรือน

กรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำและสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนรถบรรทุกยกสูง เรือ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงหรือการเดินทางเข้า-ออกทำได้ยาก

สำหรับการดูแลประชาชน กทม. ใช้โรงเรียนเป็นพื้นที่หลักในการจัดตั้งศูนย์พักพิง พร้อมเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมตามความเหมาะสม ขณะเดียวกัน มีศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง และโรงพยาบาลสังกัด กทม. 13 แห่ง พร้อมดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง

นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเป็นทีมเดียวกัน เร่งเตรียมศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม ยา เครื่องนุ่งห่ม และการเดินทางสำหรับประชาชน พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบาง รวมถึงให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานด้านคมนาคมเปิดพื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณายกเว้นค่าจอดรถและจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก


>> เลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ทั่วประเทศ เป็น 11 ต.ค. เหตุฝนตก-น้ำท่วมกระทบผู้ใช้สิทธิ

16.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการเตรียมการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน เวลา 08.00-16.00 น. ว่า ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต.) มีการประชุมวาระพิเศษเพื่อพิจารณาสถานการณ์ดังกล่าวตั้งแต่เวลา 11.00 น.

ล่าสุด มีข้อสรุปว่า มีมติเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศออกไปจากวันที่ 27 กันยายน 2569 เป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางมาใช้สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้ง เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมกับสถานการณ์

ทั้งนี้ ตามประกาศเลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ระบุว่า เดิมกำหนดลงคะแนนเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2569 เปลี่ยนเป็นวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. โดยใช้สถานที่เลือกตั้งตามที่ประกาศไว้เดิม ส่วนประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสายด่วน 1506


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยพุทธมณฑลสาย 1 ซอย 38

17.13 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยพุทธมณฑลสาย 1 ซอย 38 ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์


>> ผู้ว่านนท์ ตรวจเยี่ยมชุมชนประชานิเวศน์ มอบถุงยังชีพหลังน้ำท่วมสูงถนนสามัคคี

17.30 น. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยเหล่านายกกาชาดจังหวัดนนทบุรี กอ.รมน. ปภ.จ.นนทบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ชุมชนประชานิเวศน์ 2-3 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตรวจสอบสภาพน้ำและบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบหลังฝนตกต่อเนื่องจนน้ำท่วมสูง ซึ่งพบว่าในชุมชนมีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-80 ซม. เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำกว่าถนนสามัคคี

นอกจากนี้ยังได้นำถุงยังชีพ จำนวน 100 ชุด มอบให้แก่ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมในชุมชนประชานิเวศน์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมทั้งได้มีคำสั่งให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำ จากคลองบางตลาด และคลองส่วย ออกสู่เจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน


>> “พิพัฒน์” ตั้งวอร์รูมคมนาคม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม ระดมรถสูง–เครื่องจักรช่วยประชาชน

18.46 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมืออุทกภัย หรือ “ศอฉ.คค.” ทำหน้าที่เป็นวอร์รูมกลางตลอด 24 ชั่วโมง บูรณาการหน่วยงานด้านถนน ราง น้ำ และอากาศ พร้อมจัดรถสูงเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ขณะที่ ขสมก. เตรียมรถราว 20 คันรับ-ส่งประชาชนฟรี ส่วนกรมทางหลวงชนบทเตรียมรถสูง 10 คันสนับสนุนพื้นที่ที่รถทั่วไปผ่านไม่ได้ ด้านกรมทางหลวงเฝ้าระวัง 22 จังหวัด 85 สายทาง รวม 172 จุด พร้อมเร่งเปิดทางระบายน้ำบริเวณวิภาวดี 3 จุด

สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน การทางพิเศษฯ งดเก็บค่าผ่านทางตั้งแต่ 15.00 น. วันที่ 26 ก.ย. ถึงเที่ยงคืนวันที่ 27 ก.ย. ขณะที่ รฟม. เปิดพื้นที่จอดรถตามแนวรถไฟฟ้าฟรีเพื่อป้องกันรถเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีชมพูยังให้บริการตามปกติ ด้านกรมเจ้าท่าหยุดเรือคลองแสนแสบชั่วคราว แต่เรือในแม่น้ำเจ้าพระยายังให้บริการ พร้อมเตรียมเรือท้องแบนและเจ็ตสกีช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองยังเปิดให้บริการ แม้มีเที่ยวบินล่าช้าบางส่วน โดยนายพิพัฒน์กำชับให้จัดทำแผนที่กลางระบุเส้นทางเปิด-ปิด จุดน้ำท่วม จุดจอดรถ และเส้นทางช่วยเหลือ พร้อมเตรียมทรัพยากรล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประชาชนถูกตัดขาดจากระบบคมนาคม โดยแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1256


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

22.14 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 57 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า ดูแลประชาชนถึงจุดน้ำท่วมสูง เร่งส่งความช่วยเหลือ–เตรียมแผนอพยพ

22.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ตรวจระดับน้ำ เยี่ยมประชาชน และประเมินความพร้อมพื้นที่รองรับการอพยพ

หลายจุดน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว บางช่วงลึกกว่านั้น เส้นทางบางส่วนถูกตัดขาด รถทั่วไปไม่สามารถผ่านได้ จึงกำชับเจ้าหน้าที่ประเมินเส้นทางตามสภาพจริง และปรับวิธีเข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยและผู้ที่ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้

จุดน้ำสูงอาจต้องใช้เรือหรือรถขนาดใหญ่ เพื่อเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายประชาชนอย่างปลอดภัย ติดตามสถานการณ์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด บางจุดจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อป้องกันอันตราย พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้คำนึงถึงความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ 
กทม. ประสานกองทัพสนับสนุนรถบรรทุกขนาดใหญ่และเรือ สำหรับเคลื่อนย้ายประชาชน ผู้ป่วย และผู้ที่ตกค้าง รวมถึงลำเลียงเครื่องนอนและสิ่งของบรรเทาทุกข์จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เตรียมศูนย์อพยพ โดยเฉพาะโรงเรียนเคหะชุมชนร่มเกล้า พร้อมปรับแผนให้เหมาะกับสถานการณ์จริง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนรวดเร็ว ทั่วถึง และปลอดภัย


>> ผอ.เขตจตุจักร ลงพื้นที่ ศูนย์พักพิงโรงเรียนวัดเทวสุนทร ส่งต่อความห่วงใย ดูแลประชาชนตลอดคืน

23.00 น. นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร พร้อมด้วย นางกนิษฐา ช่างหล่อ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนวัดเทวสุนทร เพื่อตรวจเยี่ยม พูดคุย และให้กำลังใจประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่

พร้อมกันนี้ สำนักงานเขตจตุจักรได้จัดเตรียมและมอบเครื่องนอน หมอน และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับผู้เข้าพัก เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและมีความเป็นอยู่ที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในศูนย์พักพิง

แม้เป็นช่วงเวลากลางคืน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตจตุจักรยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์ และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ทุกคนผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย 


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม