24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569
>> ชายคลั่ง ถือมีดไล่แทงชาวบ้าน - พังร้านค้า ถนนอโศกมนตรี มีผู้บาดเจ็บหลายราย
10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน บริเวณถนนสุขุมวิท 21 ซอย 3 (อโศกมนตรี) มีชายไม่ทราบชื่อเกิดอาการคุ้มคลั่ง ถือมีดปลายแหลมเดินไล่แทงประชาชนและก่อเหตุทำลายทรัพย์สินริมทาง
โดยชายคนดังกล่าว ถือมีดเดินอาละวาด ทำลายข้าวของพ่อค้าแม่ค้าตลอดแนวฟุตบาท ทั้งจับรถเข็นขายอาหารพลิกคว่ำจนของกระจายเกลื่อนพื้น และทุบกระจกร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงจนแตกยับเยิน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้องมีการสั่งปิดการจราจรบนถนนบริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอลตลอดทั้งสายเพื่อความปลอดภัย
เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยปรากฏภาพชายคนหนึ่งนอนเลือดอาบ ร่างกายมีบาดแผลฉกรรจ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งนำกำลังเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าปิดล้อมและสามารถเข้าชาร์จควบคุมตัวชายคลั่งรายนี้ไว้ได้เรียบร้อยแล้ว ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนต่อที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุสยองครั้งนี้ต่อไป
>> DSI ส่งสำนวน Forex ฟ้อง 34 ราย “ป้อม-ฟิล์ม” ยันบริสุทธิ์ อัยการรับไม้ต่อ
10.34 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ดีเอสไอ สรุปสำนวนคดี Forex มีมติสั่งฟ้องผู้ต้องหา 34 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 10 ราย และบุคคล 24 ราย รวม “ป้อม ภาวุธ” และ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ในหลายข้อหา ทั้งฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต และฟอกเงิน หลังพบผู้เสียหายกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายระดับพันล้านบาท พร้อมทำหนังสือถึง “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ แจ้งการส่งตัว สส.ภาวุธ ให้อัยการคดีพิเศษ โดยไม่ต้องขอศาลออกหมายจับ
ด้าน “ฟิล์ม” ยืนยันไม่กังวล ระบุส่งหลักฐานให้พนักงานสอบสวนครบแล้ว พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ “ภาวุธ” ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่เคยหลอกหรือฉ้อโกงประชาชน และไม่เคยเป็นผู้ให้บริการ Forex อ้างการรับเงิน 28 ล้านบาทเป็นผลจากการเทรดทองคำตามปกติ พร้อมขอชี้แจงในชั้นอัยการ ส่วนดีเอสไอขนสำนวน 17 ลัง 102 แฟ้ม รวมกว่า 40,348 แผ่น ส่งให้อัยการตรวจสอบดำเนินการต่อไป
>> กระบะพลิกคว่ำ บนทางหลวงหมายเลข 214 คนขับร่างกระเด็นออกมาเสียชีวิตนอกรถ จ.สุรินทร์
10.35 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.ปราสาท เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในยานพาหนะ บนทางหลวงหมายเลข 214 เส้นทางจาก อ.ปราสาท มุ่งหน้า อ.กาบเชิง บริเวณโค้งใกล้เคียงโรงเรียนบ้านพลวง เขตพื้นที่ ม.1 บ้านพลวง ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา อยู่ในสภาพพลิกตะแคงข้าง พังเสียหายยับเยิน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต ชายไทย 1 ราย เป็นคนขับรถคันดังกล่าว ในสภาพกระเด็นออกจากตัวรถแล้วถูกรถทับร่าง อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.ปราสาท เร่งนำอุปกรณ์ ตัด-ถ่าง เข้าให้การช่วยเหลือในเวลาต่อมาจึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้สำเร็จ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปราสาท ได้ทำการเข้าตรวจสอบเก็บภาพและข้อมูลเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจะได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ดังกล่าวและจะได้เรียกคนขับรถบรรทุกรวมไปถึงพยานผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุเพื่อมาสอบถามหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป
>> นายกฯ ยินดี ‘เนเน่ รอยัล’ คว้าแชมป์ AGT Season 21
11.25 น. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ร่วมแสดงความยินดีกับ เนเน่ รอยัล น.ส.รัตติกานต์ อำลอย ศิลปินเยาวชนไทยวัย 16 ปี จากจ.ภูเก็ต ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดความสามารถระดับโลก America’s Got Talent Season 21
พร้อมชื่นชมความสามารถ ความมุ่งมั่น และความพยายามตลอดเส้นทางการแข่งขัน จนนำมาซึ่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจของคนไทย
โดยนายกฯ กล่าวว่า ความสำเร็จของเนเน่ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยที่ก้าวขึ้นไปแสดงความสามารถบนเวทีระดับโลกได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะความสามารถด้านการร้องเพลงและการเล่นกีตาร์ รวมถึงเอกลักษณ์ในการแสดงที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมในวงกว้าง ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้าฝัน กล้าพัฒนาตนเอง และใช้ความสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จในระดับนานาชาติ
>> ขยายผลยุทธการ ‘Ghost Drivers’ แกะรอยเส้นทางรอง สกัดจับรถขนชาวจีน 2 คัน รวบ 4 ผู้ต้องหา
12.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง(บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 4 ราย สัญชาติไทย 2 ราย สัญชาติจีน 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง โดยจับกุมได้ ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ ริมทางหลวงหมายเลข 3245 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
พฤติการณ์ เมื่อช่วงเดือน พฤษภาคม 2569 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้กวาดล้างขบวนการลักลอบขนส่งบุคคลสัญชาติจีน และดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องในความผิดฐานนำพาคนต่างด้าว อั้งยี่ และฟอกเงิน จำนวน 26 ราย ต่อมาได้ขยายผลจับกุมรถของเครือข่ายเพิ่มเติมอีก 2 คัน บริเวณทล.344 ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี พร้อมผู้ต้องหาคนขับชาวไทย 2 ราย และชาวจีนลักลอบเข้าเมือง 7 ราย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชลบุรี ติดตามรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน จนพบว่าเลี้ยวเข้าไปในสถานีบริการน้ำมัน อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี จึงทำการตรวจสอบ และพบว่าเป็นผู้กระทำผิด จากการสอบถามเบื้องต้น นายพิ (คนไทย) 1ในผู้ต้องหา ให้การว่ารับการว่าจ้างให้ไปรับชาวจีนทั้ง 2 ราย บริเวณ ต.มะขาม อ.มะขาม จ.จันทบุรี เพื่อส่งกรุงเทพมหานคร ค่าจ้างหัวละ 2,000 บาท และเคยรับงานในลักษณะเดียวกันมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง
ส่วนสำหรับชาวจีนทั้งสองราย ให้การว่าลักลอบเดินเท้าข้ามพรมแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ในเช้าวันเกิดเหตุ โดยมีผู้นำทางชาวกัมพูชาพามาส่งให้รถของขบวนการที่จุดนัดหมาย รายหนึ่งเดินทางมาจากประเทศจีนผ่านเวียดนามและกัมพูชา อีกรายพำนักอยู่ในพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา มาก่อน ทั้งสองอ้างว่าจะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศเมียนมาและมาเลเซีย โดยตกลงชำระค่านำพาตลอดเส้นทางเป็นเงินหลายพันดอลลาร์สหรัฐเมื่อถึงปลายทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติในประเทศเพื่อนบ้าน
เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง นายหน้า และนายทุนของเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยทั้ง 2 ราย อยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม หากพบพยานหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม รวมถึงความผิดฐาน “อั้งยี่” และตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของเครือข่าย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อทอง .จชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> “ป้านุช” อินฟลูฯ สายท่องเที่ยว ร้อง “ดร.ธนกฤต” หลังถูกผู้รับเหมาทิ้งบ้านน็อคดาวน์ สูญเงินครึ่งล้าน
13.38 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน “ป้านุช” อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง TikTok “เที่ยวไปกินไปสไตล์ป้านุช” ผู้ติดตามกว่า 9 แสนคน เข้าร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายกับ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ หลังว่าจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านไม้น็อคดาวน์ใน จ.นครปฐม มูลค่าราว 5.5-6.5 แสนบาท โดยใช้เงินเก็บจากการทำงานหนักในต่างประเทศของลูกชายนาน 4 ปี แต่ผู้รับเหมาผลัดส่งมอบเกือบ 10 ครั้ง ล่าช้ากว่า 174 วัน ก่อนส่งมอบเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ทว่าบ้านกลับมีสภาพไม่ตรงแบบและไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ ทั้งประตูหน้าต่างติดตั้งผิด สายไฟเดินลอย งานพื้นผนังไม่เรียบร้อย และอุปกรณ์บางส่วนชำรุด จนต้องทวงถามให้แก้ไขหลายครั้ง ก่อนผู้รับเหมาบล็อกการติดต่อและแจ้งยุติการแก้ไข พร้อมท้าให้ไปฟ้องร้อง
หลังป้านุชเผยแพร่คลิปสภาพบ้านผ่าน TikTok มียอดชมกว่า 1.5 ล้านวิว พบมีผู้เสียหายรายอื่นติดต่อเข้ามาอ้างว่าถูกผู้รับเหมารายเดียวกันทิ้งงานในลักษณะคล้ายกัน ด้าน ดร.ธนกฤต ระบุว่าจะจัดทีมทนายรวบรวมหลักฐานและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการโฆษณารับเหมาและจำนวนผู้เสียหาย หากพบพฤติการณ์และหลักฐานครบถ้วน อาจพิจารณาดำเนินคดีในประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกรณีพบสัญลักษณ์ “WY” บนบ้าน โดยย้ำว่าจะติดตามเรื่องให้ถึงที่สุดตามกระบวนการกฎหมาย
>> ไฟไหม้บ้านไม้ยกสูงที่บัวเชด เสียหายวอดทั้งหลัง เจ้าของบ้านเป็นหญิงวัย 80 ปีไปบวชชี จนท.คาดไฟฟ้าลัดวงจร
14.00 น. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพัก ในพื้นที่บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 8 ตำบลสำเภาลูน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง โดยขณะเกิดเหตุไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง
เจ้าของบ้านทราบว่า เป็นหญิงไทย อายุ 80 ปี ปัจจุบันไปบวชชีอยู่ที่ สำนักสงฆ์แสงอุดมแสงธรรม บ้านใหม่พัฒนา เนื่องจากบุตรหลายคนแต่งงานและแยกย้ายไปมีครอบครัว ทำให้เจ้าของบ้านพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ก่อนตัดสินใจไปบวชชีที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวเชด อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งความเสียหายและสาเหตุของเพลิงไหม้ ก่อนดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป
>> ผู้ว่าฯ ชลบุรี นำทีมเร่งค้นหาต่างชาติเดินลุยน้ำท่วม พลาดตกคลองตายาย ผ่าน 11 ชม.ยังไร้วี่แวว เทศบาลเร่งใช้แผงเหล็กกั้นจุดเสี่ยง
16.30 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่บริเวณคลองตายาย ซอยเนินพลับหวาน ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการค้นหาชาวต่างชาติที่เดินลุยน้ำท่วม ก่อนก้าวพลาดตกลงไปในคลองและจมน้ำสูญหาย โดยขณะนี้ยังไม่พบตัว เหตุเมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา
ด้านการปฏิบัติการค้นหา ทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา กว่า 50 นาย ยังคงเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยช่วงบ่ายระดับน้ำในคลองเริ่มลดลง ทีมกู้ภัยจึงใช้วิธีเดินเท้าปูพรมค้นหาตลอดแนวคลองตายาย รวมถึงมุดเข้าไปตรวจสอบภายในท่ออุโมงค์ระบายน้ำ ระยะทางรวมกว่า 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีนักประดาน้ำลงงมค้นหาบริเวณจุดน้ำลึก 1 จุด
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. จนถึงช่วงเย็น รวมระยะเวลานานกว่า 11 ชั่วโมง ยังไม่พบตัวผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่จึงเตรียมประชุมสรุปสถานการณ์และวางแผนค้นหาอีกครั้ง
ส่วนการติดตามชาวต่างชาติอีก 2 คน ที่เดินหายไปหลังเกิดเหตุ ตำรวจสามารถติดต่อคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันได้ โดยโชเฟอร์ให้ข้อมูลว่า ได้รับชาวต่างชาติ 3 คน จากบริเวณถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ เพื่อไปส่งที่บ้าน ในซอยวัดบุญสัมพันธ์ 9
ระหว่างทางระบบนำทางแนะนำให้เปลี่ยนเส้นทาง เนื่องจากมีน้ำท่วม กระทั่งรถมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุและไม่สามารถขับต่อได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงและมีกระแสน้ำไหลทะลักเข้าตัวรถ โชเฟอร์จึงตัดสินใจจอดรถ แต่ลูกค้าทั้ง 3 คนกลับเดินลงจากรถและลุยน้ำ ก่อนเกิดเหตุหนึ่งในนั้นพลาดตกคลองสูญหายไป
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวชาวต่างชาติอีก 2 คน เพื่อเชิญมาสอบถามข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
>> ในหลวง-พระราชินี ทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์ "พระบรมราชชนก" เนื่องในวันมหิดล
17.27 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล” ประจำปี ๒๕๖๙ ณ โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ
เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี ถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพานพุ่มดอกไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ
ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาต อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลรายงาน และกราบบังคมทูลเบิกผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน ผู้มีอุปการคุณ และผู้ทำคุณประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโล่ที่ระลึกและของที่ระลึก ตามลำดับ จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึกแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนันทกร ทองแตง รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และองค์กรสัมพันธ์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
>> หนุ่มวัย 54 ปี ถูกอริเก่าคว้ามีดขี่ จยย. ย้อนมาฟันเสียชีวิต อ้างปมแค้นถูกท้าทาย
18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีหนุ่มใหญ่วัย 54 ปี ตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อน เห็นอริเก่าขี่รถ จยย. ผ่าน เรียกมาต่อว่าและทำทีขู่จะใช้มีดแทง ก่อนอริเก่าจะขี่รถย้อนกลับมาใช้มีดฟันคอเกือบขาดจนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดบริเวณ หลังซอยในชาก ม.1 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
ล่าสุด พ.ต.อ.อภิชนัน วัฒนวรางกูร ผกก.(สส.) ภ.จว.ระยอง พ.ต.อ.ปราโมทย์ คงคาลัย ผกก.สภ.บ้านค่าย และชุดสืบสวนฯ ได้ตามจับกุมตัว นายออ (นามสมมุติ) ผู้ก่อเหตุ พร้อมเพื่อนได้แล้ว โดยสามารถตามจับกุมตัวที่บ้านญาติ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ พร้อมอาวุธมีดยาว 1 เล่ม ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ้านค่าย ปมลงมือก่อเหตุ
จากการสอบสวน นายออ รับสารภาพว่า ปมเหตุเนื่องจากถูกผู้ตายท้าทาย และพยายามจะใช้อาวุธมีดแทง หลังจากตนขี่รถ จยย. ผ่านมาเจอผู้ตายนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่หน้าห้องเช่า ก่อนจะเรียกให้ตนจอด อ้างว่าตนเคยทำร้ายร่างกายมาก่อน พยายามจะใช้อาวุธมีดไล่แทง ตนเลยขี่รถหนี ก่อนจะถืออาวุธมีดยาว ขี่รถ จยย. ย้อนมาพร้อมเพื่อน และลงจากรถฟันเล็งที่หัว จำไม่ได้ว่าฟันไปกี่ครั้ง ยอมรับผิดที่ทำลงไป ตนถูกท้าทายก่อน และพยายามจะแทงตน จึงแค้นและย้อนกลับมาก่อเหตุดังกล่าว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เหตุเพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยรามคำแหง 43/1 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
22.07 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ซอยรามคำแหง 43/1 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ภายในห้องเลขที่ 308 เพลิงลุกไหม้ปลั๊กไฟติดผนัง ลุกลามโต๊ะและเก้าอี้ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้พัดลมทำการระบายควัน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> หนุ่มวัย 36 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถเทรลเลอร์ กลางถนนวิภาวดีรังสิต บาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ- กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล
02.38 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนกับรถเทรลเลอร์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า เลยสนามบินดอนเมือง เล็กน้อย
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีดำ ยังไม่พบป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับรถเทรลเลอร์ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ห่างออกไป พบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 36 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่สอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง
>> แผ่นดินไหว บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
04.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ลึก 10 กม. บริเวณทาง ตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 424 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย