24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 กันยายน 2569
>> รถบัสพนักงานเบรกไม่อยู่ ชนเข้าท้ายรถบัสอีกคัน กลางแยกบ้านอิฐ จ.อ่างทอง มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย
06.00 น. สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งพนักงานชนท้ายกัน บริเวณแยกบ้านอิฐ หรือแยกโลตัส จ.อ่างทอง เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทั้งหมดอาการไม่สาหัส
ที่เกิดเหตุ พบรถบัส สีขาว ลักษณะชนเข้าท้าย รถบัส สีน้ำเงิน จากการสอบถามเบื้องต้น คนขับรถบัสคันที่ชนท้ายให้ข้อมูลว่า เบรกไม่อยู่ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ ขณะรถบัสโรงงาน 2 คันกำลังเดินทางจากบริเวณแยกบ้านรอ มุ่งหน้าไปทาง จ.พระนครศรีอยุธยา
เมื่อมาถึงบริเวณแยกบ้านอิฐ รถคันหน้าได้ชะลอและหยุดรอสัญญาณไฟจราจร แต่รถคันหลังไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงพุ่งชนท้ายรถบัสคันหน้าอย่างแรง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิร่วมกตัญญู และสมาคมกู้ภัยอ่างทอง เข้าช่วยเหลือและลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลอ่างทองเวชการ2เพื่อรับการรักษา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 25 ราย อาการไม่สาหัส ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์เฮ้าส์ ซอยวงศ์สว่าง 19 เสียหายชั้นล่างและลุกลามชั้นบน มีเด็กหญิง ได้รับบาดเจ็บ
07.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยวงศ์สว่าง 19 ถนนวงศ์สว่าง แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้เสียหายชั้นล่างลุกลามชั้นบนเสียหาย 1 คูหาพื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 35 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่หม้อหุงข้าว ขณะที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเด็กหญิง อายุประมาณ 12 ปี มีอาการสำลักควัน อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลบางโพ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางซ่อน
>> รถกระบะชนกัน กลางถนนสายบ้านป่า - นาอิน คุณตาวัย 71 ปีเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บหลายราย จ.พิษณุโลก
08.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงประคำ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนทางหลวงหมายเลข 11 เส้นทางบ้านป่า - นาอิน ช่วงหลัก กม.270+150 ในพื้นที่ ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน อุตรดิตถ์ ลักษณะชนกับ รถกระบะ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ตรวสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชายไทย 4 ราย ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัย ดำเนินการช่วยเหลือและนำส่ง รพ.วัดโบสถ์ ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 71 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
>> “รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ขอประชาชนมั่นใจ รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักช่วง 24-26 ก.ย.ไม่ถึงขั้นมหาอุทกภัย
09.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเพจเตือนภัยพิบัติเผยแพร่ข้อมูลว่าอาจเกิด “มหาอุทกภัย” ว่า ประชาชนควรพิจารณาข้อมูลจากหน่วยงานที่มีเครื่องมือและหน้าที่โดยตรง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่า ช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. จะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ไม่ถึงระดับตามที่มีการเผยแพร่ พร้อมยืนยันรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการเตรียมพร้อมรับมือแล้ว ส่วนข่าวในโซเชียลบางส่วนอาจสร้างความกดดันและความตื่นตระหนก ขณะที่รัฐบาลเดินหน้าติดตั้งเครื่องมือวัดและระบบแจ้งเตือนให้ครอบคลุมพื้นที่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวหากจำเป็นต้องอพยพ
นายทรงศักดิ์กล่าวต่อว่า สทนช.มีการประเมินความสามารถรองรับน้ำของแต่ละอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง และจะเน้นการเพิ่มพื้นที่รับน้ำ เช่น แก้มลิง ส่วนกรุงเทพฯ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในกรอบที่สามารถควบคุมได้ ขณะที่รัฐบาลอนุมัติวงเงินจัดหาประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยจะเริ่มมีผลวันที่ 1 ต.ค. 2569 ตั้งเป้าช่วยเหลือเยียวยาให้รวดเร็วภายใน 45 วัน พร้อมย้ำการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ที่ประเทศเวียดนาม
10.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ. โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 229 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ศร.ชล.ภาค1 ระดมค้นหา 5 ลูกเรือ ชาวเมียนมา ยังสูญหาย เหตุเรือ "ส.กาญจนาวารี 888" อับปางกลางทะเล
12.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน คืบหน้า เหตุเรือประมง "ส.กาญจนาวารี 888" อับปางกลางทะเล ล่าสุด ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศร.ชล.ภาค 1) ประสานชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมนักประดาน้ำจากหน่วยงานกู้ภัย เพื่อค้นหา 5 ลูกเรือที่ยังสูญหาย
ภารกิจวันนี้ ชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ 1 จัดกำลังจาก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (มนุษย์กบ/หน่วยซีล) ร่วมกับชุดประดาน้ำจาก มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ และ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา กลับเข้าสู่พื้นที่จุดเกิดเหตุ โดยใช้ เรือตรวจการณ์ ต.112 ออกจากท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไปยังจุดที่เรือ ส.กาญจนาวารี 888 จม
เมื่อถึงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ จะประเมินสภาพอากาศ กระแสน้ำ ทัศนวิสัยใต้น้ำ และความปลอดภัยของชุดปฏิบัติการ ก่อนพิจารณาส่งนักประดาน้ำลงตรวจสอบตัวเรือ เพื่อค้นหา ผู้สูญหาย รวมถึง กู้ร่างผู้เสียชีวิต หากตรวจพบอยู่ภายในซากเรือ ส่วน รายชื่อลูกเรือชาวเมียนมา 5 รายที่ยังสูญหาย
ขณะนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ผู้สูญหายรายใดอยู่ภายในตัวเรือ ต้องรอผลการตรวจสอบจากชุดประดาน้ำในภารกิจวันนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจค้นหา และตรวจสอบภายในซากเรือ เจ้าหน้าที่จะวางแผนดำเนินการ กู้เรือ "ส.กาญจนาวารี 888" กลับเข้าฝั่ง เพื่อตรวจสอบสภาพตัวเรือ และรวบรวมข้อมูลหาสาเหตุที่แท้จริงของการอับปาง ก่อนพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> ไทยพร้อมรับการลงทุน นายกฯ พบ 3 สถาบันการเงิน/กองทุนชั้นนำอเมริกา "BofA - Microsoft- PIMCO” มุ่งหาพาร์ทเนอร์ร่วมส่งเสริมเทคโนโลยีอนาคคตและความยั่งยืน
13.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือผู้บริหารระดับสูงจาก 3 สถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา Bank of America Microsoft และ PIMCO ณ อาคาร Bank of America Tower นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
นายกฯ เน้นย้ำแนวทางของรัฐบาลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน โดยเห็นว่าสถาบันการเงินระดับโลกมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับนักลงทุนและแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ รวมถึงช่วยสะท้อนมุมมองของภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมการลงทุนของไทย
ทั้งนี้ นายกฯ แสดงความพร้อมของไทยในการเปิดรับเงินทุนและความร่วมมือจากนักลงทุนระหว่างประเทศ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านดิจิทัล พลังงานสะอาด การพัฒนาทักษะบุคลากร ตลอดจนสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนสถาบันระดับโลกใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการติดตามทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนานโยบายและสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนให้สามารถแข่งขันและตอบโจทย์นักลงทุนในระยะยาว
>> จ.อ่างทอง เสริมดินแก้แนวเขื่อนระหว่างก่อสร้างเกิดการทรุดตัว เนื่องจากฝนตกหนัก ยืนยันไม่กระทบชุมชนด้านใน
15.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน รายงานความคืบหน้า กรณีพื้นที่บางส่วนของแนวเขื่อนป้องกันตลิ่ง พื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลโพสะ อำเภอเมืองอ่างทอง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างทรุดตัวลงเป็นหลุม หลังจากเกิดฝนตกหนักนั้น
ล่าสุด นาวาอากาศตรี ทองอาบ ทรัพย์สมบัติ นายกเทศมนตรีตำบลโพสะ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศบาลตำบลโพสะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมแจ้งให้ผู้รับจ้างได้เร่งนำดินเข้าไปเสริมคันเรียบร้อยแล้ว และจะเสริมคันดินยาวออกไปจากแนวเดิมอีกประมาณ 100 เมตร เพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรง รวมถึงเสริมแนวดินให้สูงขึ้นจากระดับน้ำอีก 2.5 เมตรด้วย และจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ รถของผู้รับข้างไม่สามารถเข้าบ่อดินได้เพราะฝนตกหนัก
นายกเทศมนตรีตำบลโพสะ กล่าวว่า จุดที่ทรุดตัวดังกล่าว เป็นแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งแนวเดิมซึ่งขณะนี้ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแนวใหม่ให้ไปบรรจบกับแนวเก่า สาเหตุการทรุดตัวเนื่องจากผู้รับจ้างได้นำดินที่ปิดบริเวณด้านหัวเขื่อน ทำให้ให้ทรายไหลออกและทรุดตัวลงบางส่วน ยืนยันว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนด้านใน และแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งดังกล่าวมีการต่อเสาเข็มทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จึงมีความมั่นคงแข็งแรงพอสมควร
>> กรมการปกครอง ดำเนินการตามคำสั่ง ‘เนรเทศ’ ส่งตัวชายชาวอิสราเอล กลับประเทศต้นทางแล้ว
16.05 น. เจ้าพนักงานได้ควบคุมตัวและดำเนินการส่งตัว นายยาคอฟ สัญชาติอิสราเอล ออกไปนอกราชอาณาจักร ตามคำสั่งเนรเทศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเดินทางกลับประเทศอิสราเอลด้วยสายการบิน El Al Israel Airlines เที่ยวบิน LY84 เส้นทางกรุงเทพฯ (BKK) – เทลอาวีฟ (TLV) ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวมีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือความผาสุกของประชาชน ซึ่งอยู่ในข่ายที่สามารถดำเนินการเนรเทศออกไปนอกราชอาณาจักรได้ ตาม มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ.2499
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 ประกอบกับข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 มีคำสั่งให้เนรเทศ นายยาคอฟ โอฮะยอน ออกไปนอกราชอาณาจักร และเจ้าพนักงานได้ดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวจนแล้วเสร็จ โดยส่งตัวกลับประเทศอิสราเอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
>> “วรศิษฎ์” นำกำลัง DOPA S.W.A.T. บุกทลายบ่อนกลางแฟลตย่านดินแดง รวบ 53 ราย ยึดเงินสด-ชิปกว่า 9.8 แสนบาท
18.20 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้วางกำลังปิดล้อมและบุกจู่โจมเข้าตรวจค้นจับกุมบ่อนการพนันเขตดินแดง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เขตดินแดงว่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการลักลอบเปิดบ่อนการพนันขนาดใหญ่ ส่งเสียงดัง และเป็นแหล่งมอมเมาประชาชน
การปฏิบัติการครั้งนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้ นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยนายสิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ ปราบปรามบ่อนการพนันในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 53 ราย แบ่งเป็นเจ้ามือ 8 ราย และนักพนัน 45 ราย โดยพบผู้จัดให้มีการเล่นเป็นชาวกัมพูชา 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ เงินสดประมาณ 350,000 บาท ชิปแทนเงินสดประมาณ 635,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 985,000 บาท พร้อมอุปกรณ์การเล่นไฮโลไฮเทค ตู้ม้า ถาดและอุปกรณ์การพนัน สมุดบัญชีแสดงเงินหมุนเวียน และของกลางอื่น ๆ อีกจำนวนมาก
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันฯ” และ “ร่วมกันเข้าเล่นการพนันฯ” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
>> กรมศิลป์ฯ ยกบังเกอร์กันน้ำท่วมวัดไชยวัฒนาราม หลังน้ำใน “เจ้าพระยา” จ่อทะลัก
18.46 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมีแนวโน้มว่าเขื่อนเจ้าพระยาอาจปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำพุ่งสูงถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มสูงขึ้นจนเกือบเสมอแนวตลิ่ง และเริ่มสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของโบราณสถานสำคัญริมแม่น้ำ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ระดมกำลังคนงานเร่งติดตั้งแนวบังเกอร์หรือเขื่อนน็อกดาวน์ พร้อมคลุมผ้าใบป้องกันน้ำอย่างแน่นหนาตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านหน้า วัดไชยวัฒนาราม โดยตั้งเป้าหมายดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเอ่อทะลักเข้าท่วมพื้นที่โบราณสถาน
จากการประเมินเบื้องต้น หากเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อสูงกว่าตลิ่งบริเวณวัดไชยวัฒนารามประมาณ 40 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งยกระดับแนวป้องกันน้ำให้สูงและแข็งแรงเพียงพอ เพื่อปกป้องโบราณสถานสำคัญระดับโลกแห่งนี้ไว้ให้ได้
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำของ อ.บางบาล, อ.ผักไห่, อ.เสนา, อ.บางปะอิน, อ.บางไทร และบางส่วนของ อ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว โดยแม้ระดับน้ำในขณะนี้ยังไม่สูงมากนัก แต่ได้เอ่อล้นเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง ทำให้หลายครอบครัวต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงกันอย่างวุ่นวาย
ทั้งนี้ ทางการได้แจ้งเตือนขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำ เฝ้าระวังระดับน้ำและติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง
>> กรมอุตุฯ เตือน 23–27 ก.ย. ฝนตกหนักถึงหนักมาก แนะประชาชนติดตามข้อมูลใกล้ชิด
20.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วย นายนัฐวุฒิ แดนดี โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยในช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569 พร้อมอัปเดตข้อมูลพยากรณ์อากาศล่าสุด แนวโน้มสถานการณ์ และข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการเตรียมรับมือ
สำหรับสถานการณ์ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบริเวณนครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณ สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง จากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศกัมพูชา และจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น
ผู้บริหารกรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลถึงการติดตามสถานการณ์ว่า กรมได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและออกประกาศฉบับที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 และติดตามวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 4 ซึ่งมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23–27 กันยายน 2569 โดยจะมีการปรับปรุงข้อมูลพยากรณ์ตามข้อมูลอุตุนิยมวิทยาล่าสุด เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ส่งต่อข้อมูลพยากรณ์อากาศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงคำแนะนำจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตและเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงราย
03.49 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว 2.1 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานการะรับรู้แรงสั่นสะเทือน