หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 กันยายน 2569

วันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 05:37 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 กันยายน 2569

>> พบร่าง หญิงสาววัย 33 ปี ลอยแม่น้ำเจ้าพระยาใต้สะพานพุทธฯ บิดาเผย ก่อนหายมีปัญหากับแฟน ตร.เร่งหาสาเหตุ

07.30 น. ตำรวจ สน.ปากคลองสาน รับแจ้งพบร่างหญิงสาวลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำใต้สะพานพุทธฯ แขวงวัดกัลยา เขตธนบุรี จึงประสานกู้ภัยและแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบ พบศพหญิงลอยคว่ำหน้า สภาพบวมอืด สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์สามส่วนสีดำ และถุงเท้าสีดำ ตรวจสอบพบเอกสารและโทรศัพท์มือถือ จึงยืนยันตัวบุคคลได้ว่าเป็น หญิงไทย อายุ 33 ปี เบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง

ด้าน บิดาของผู้เสียชีวิต เดินทางมายืนยันศพ เปิดเผยว่า ลูกสาวพักอยู่กับแฟนที่ จ.นครราชสีมา และเดินทางมาหาตนที่กรุงเทพฯ เดือนละประมาณ 2 ครั้ง โดยเป็นผู้ดูแลและส่งเสียตน ก่อนหน้านี้ทราบว่าลูกสาวมีปากเสียงกับแฟน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ขณะที่ช่วงมาหาตนยังดูเป็นปกติ เพียงหลานสังเกตว่ามีอาการหงอยๆ จึงคาดว่าอาจมีเรื่องทำให้น้อยใจ

อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของครอบครัว ตำรวจยังไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่ โดยส่งศพชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุกแล้วโดนทับซ้ำ หนุ่มวัย 26 ปีเสียชีวิตกลางถนนหมายเลข 304 จ.ปราจีนบุรี

07.47 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยมังกรปราจีน มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถพ่วง 22 ล้อ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ใกล้เคียงหน้าร้านยางรถยนต์ ในพื้นที่ ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเฉี่ยวชนกับ รถพ่วง สแกนเนีย สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ห่างออกไป พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ์


>> ช้างป่าวัย 4 ปี พลัดตกบ่อเกรอะ เขาชะเมา จนท.ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่า รุดช่วย เปิดปากบ่อ จนขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย จ.ระยอง

08.10 น. สมาคมกู้ภัยอำเภอเขาชะเมาได้รับแจ้งจาก กำนันหนึ่ง อ่อนระเบียบ ว่า พบช้างป่าตกลงไปในบ่อเกรอะและไม่สามารถขึ้นมาเองได้ เหตุเกิดบริเวณ ซอยเขาเงาะ ซอย 2 หมู่ 2 ตำบลห้วยทับมอญ อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง

หลังได้รับแจ้ง อาสาสมัครสมาคมกู้ภัยอำเภอเขาชะเมาได้ประสาน ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่า อำเภอเขาชะเมา เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อเจ้าหน้า

ที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบ ช้างป่าอายุประมาณ 4 ปี ตกอยู่ภายในบ่อเกรอะ ไม่สามารถขึ้นจากบ่อได้ด้วยตนเอง จึงร่วมกันประเมินสถานการณ์และวางแผนช่วยเหลือ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของช้างป่า เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

ในการช่วยเหลือครั้งนี้ กำนันหนึ่ง อ่อนระเบียบ ได้สนับสนุนรถแม็คโครขนาดเล็กเข้ามายังจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินการขุดและเปิดทางลาดสำหรับให้ช้างสามารถเดินขึ้นจากบ่อได้ ภายหลังการดำเนินการ เจ้าหน้าที่สามารถเปิดทางให้ช้างป่าเดินขึ้นจากบ่อได้ สำเร็จและปลอดภัย ก่อนปล่อยให้ช้างออกจากบริเวณดังกล่าว ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างประชาชน ผู้นำท้องที่ อาสากู้ภัย และชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและประสานงานอย่างรวดเร็วในพื้นที่ที่มีช้างป่าออกหากินใกล้ชุมชน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงทั้งต่อชีวิตประชาชนและสัตว์ป่า


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสาธุประดิษฐ์ 14 อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

08.46 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสาธุประดิษฐ์ 14 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ใช้สำหรับเป็น ที่พักอาศัยและร้านตัดผมชาย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ ชั้นที่ 1 เพลิงลุกไหม้ แผงควบคุมระบบไฟลุกลามศาลเจ้าจีน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทำการระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรแผงควบคุมระบบไฟฟ้า ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของ สถานีดับเพลิงและกู้ภัยยานนาวา


>> หญิงวัย 54 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ ชนเข้าท้ายรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก เสียชีวิตริมถนน ตร.ส่งร่างชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง จ.ลำปาง

11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเสด็จ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย อบต.บุญนาคพัฒนา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนเลาะคันคลอง ใกล้โรงเรียนบ้านห้วยยาง ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน ลำปาง ลักษณะชนเข้าท้ายรถ และร่างอยู่กับท้ายรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ทาทา สีขาว ทะเบียน ลำปาง บริเวณใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบต่อมา คือ หญิงไทย อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุก 4 ล้อเล็กคันดังกล่าวจอดเสียอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุมานานแล้ว ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะขี่รถจักรยานยนต์มาชนท้ายจนเสียชีวิต 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเสด็จ จะรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริงโดยละเอียดต่อไป


>> รองนายก “ศุภจี” เผยความคืบหน้าการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ เดินหน้าสู่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ระดับนานาชาติ

13.00 น. ณ ห้องประชุมตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอุปถัมภ์โครงการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ (Tipitaka English Version) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอุปถัมภ์โครงการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะสงฆ์ และคณะกรรมการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษเข้าร่วมการประชุม เพื่อรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการและพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ เป็นโครงการสำคัญดำเนินการในนามรัฐบาล โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อถวายพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย และทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก รวมทั้งเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เข้าถึงประชาชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

สำหรับความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 45 เล่ม รวม 21,941 หน้า แบ่งเป็นพระวินัยปิฎก 8 เล่ม พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม และพระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นต้นมา คณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการอุปถัมภ์โครงการจัดทำพระไตรปิฎก ฉบับภาษาอังกฤษ (Tipitaka English Version) โดยมีพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ได้ขับเคลื่อนการแปล และตรวจสอบความถูกต้องของการจัดทำพระไตรปิฎกฯ ตามแผนการดำเนินงาน ทั้งนี้ยังได้จัดทำต้นฉบับ ที่เป็นรูปเล่มเรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 หมวด หมวดละ 1 เล่ม รวมจำนวน 3 เล่ม ได้แก่ หมวดพระวินัยปิฎก (เล่มมหาวิภังค์ ปฐมภาค) จำนวน 1 เล่ม หมวดพระสุตตันตปิฎก (เล่มทีฆนิกาย สีลขันธวรรค) จำนวน 1 เล่ม และหมวดพระอภิธรรมปิฎก (เล่มธรรมสังคณีปกรณ์) จำนวน 1 เล่ม


>> คุมตัว สมีโชติ พร้อม นส.เอ๋ ฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 ข้อหา เบียดบังทรัพย์,สมคบฟอกเงิน

13.10 น. ตำรวจควบคุมตัว นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ น.ส.เอ๋ ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องขัง ศูนย์รับแจ้งความกองบังคับการปราบปราม หลังจากนำตัวเข้ามาสอบปากคำตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ก.ย. 69) ซึ่งจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ภาค 1 จังหวัดสระบุรี ในข้อหา "เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต และสมคบกันการฟอกเงิน"

สื่อมวลชนพยายามสอบถามถึงพฤติกรรมในการกระทำความผิด และรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่ทำไป ซึ่งทั้งสองไม่ได้ตอบคำถามใดๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล และเกรงว่าผู้ต้องหาอาจมีพฤติกรรมหลบหนี หรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน


>> พบร่างภรรยาเสียชีวิตปริศนา สามีนอนข้างเตียงมีอาการสาหัส หลังเพื่อนบ้านพบประตูรั้วเปิดทิ้งไว้หลายวัน แจ้ง ตร.สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง จ.นนทบุรี

14.00 น. พ.ต.อ.สมศักดิ์ รัศมีจันทร์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.ทศพร ทับทิม นวท.(สบ 3) พฐ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนนทบุรี ได้เข้าทำการตรวจสอบพยานวัตถุหลักฐานและเก็บลายนิ้วมือ DNA บริเวณ ภายในบ้านพัก ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านถนนราชพฤกษ์ ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี พื้นที่สภบางศรีเมือง

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบ (นามสมมุติ) นายปอ ประธานหมู่บ้าน และ นายวอ เพื่อนบ้าน ยืนรอให้การ โดยนายวอ ระบุว่า สังเกตเห็นบ้านหลังดังกล่าวเปิดประตูทิ้งไว้และไม่มีใครออกมานาน 4-5 วัน จึงแจ้งประธานหมู่บ้านให้ร่วมตรวจสอบ เมื่อนายปอ กดกริ่งและตะโกนเรียก กลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือเบาๆ มาจากภายในบ้าน จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปดู

เมื่อเข้าไปภายในบ้าน พบร่าง นางออ อายุ 52 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณห้องนั่งเล่นใกล้ประตูทางออก สภาพเริ่มส่งกลิ่น ใกล้กันพบ นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี สามีของผู้เสียชีวิต นอนคว่ำหน้าอยู่ข้างโซฟา มีบาดแผลบริเวณโหนกแก้มซ้ายและปัสสาวะราดเต็มพื้น โดยนายพอ ยังมีสติ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น

หลังตำรวจ แพทย์ และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบภายในบ้าน ไม่พบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายหรือรื้อค้น ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ไม่พบบาดแผลหรือการถูกทำร้าย แต่ในปากพบว่ามีเม็ดยาคาอยู่ ยังไม่ทราบว่าเป็นยาอะไร จึงส่งร่างผู้เสียชีวิตไปผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตาย และตรวจหาสารพิษในร่างกาย

ส่วนสามีผู้เสียชีวิต หลังจากส่งรักษา พบว่ามีอาการด้วยโรคประจำตัว น้ำตาลในเลือดต่ำ ขณะนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์


>> รวบคนร้ายชิงเงินล้าน ธนาคารฯ สาขาตลาดไท หลังซ่อนตัวในรีสอร์ตย่านรัชดา - รามอินทรา พบประวัติ เคยปล้นรถขนเงิน เมื่อปี 55 หลังโดนจำคุกมา 10 ปี

15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ธนาคาร สาขาตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งทางธนาคารได้ตรวจสอบยอดเงินที่ถูกประทุษร้ายไป พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 1,176,239.08 บาท ก่อนนำรถที่ใช้ในการก่อเหตุ ไปเผาทำลาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 พร้อม พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ภูธรภาค1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าจับกุม นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี ชาว จ.อุทัยธานี พร้อมของกลางเงินสดประมาณ 3,000 บาท พร้อมรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมตัวได้ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. 
สอบสวนเบื้องต้น นายสอ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นธนาคารจริง ได้เงินไป 1 ล้านกว่าบาท หลังได้ก่อเหตุนำรถไปเผาทิ้ง จนทำให้แขนซ้ายถูกไฟลวกได้รับบาดเจ็บ ส่วนเงินที่ได้มาอ้างว่า นำไปใช้หนี้พนันจนหมดแล้ว เหลือเก็บไว้ใช้เพียงเล็กน้อย กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสอ เคยร่วมกับ นายวอ (นามสมมุติ) ก่อเหตุปล้นเงินจากรถขนเงินของบริษัทแห่งหนึ่ง บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้า สาขาบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2555 ได้เงินไปเกือบ 16 ล้านบาท ก่อนจะถูกตำรวจสืบสวนภาค 1 ซึ่งเป็นชุดที่จับกุมได้วันนี้ เข้าจับกุมตัวไว้ได้อีกครั้ง ถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี พ้นโทษออกมาเมื่อปี 65 ก่อนจะมาก่อเหตุอีก จากนั้น เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รวบ 2 เจ้าหน้าที่ DSI เอี่ยวพัวพัน “คดีทุจริต สอบข้าราชการท้องถิ่น”

15.58 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมอดีตผู้สมัคร สส.พรรคหนึ่ง ในข้อหาเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเปิดเผยว่าคดีดังกล่าวอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. นำกำลังกระจายลงพื้นที่เข้าควบคุมตัวเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 ราย ซึ่งถูกพาดพิงในคดีดังกล่าว ประกอบด้วย 
เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ระดับ 6-7 จับกุมได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 จับกุมได้ที่บ้านพักภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ขณะนี้อยู่ระหว่างการคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายที่ บก.ปปป. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำหรับประเด็นดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เคยเปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทั้ง 2 นายแล้ว โดยทางอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวินัยร้ายแรงทันที


>> รวบหนุ่มเปิดบัญชีม้า ได้ค่าจ้าง 400 บาท แลก 4 หมายจับ แบกคดีความเสียหายเกือบล้าน

16.49 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายกอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" โดยจับกุมได้ บริเวณริมถนนทางหลวงชนบท 4031 อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่ต่าง ๆ หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท จากการสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารชื่อ นายกอ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีในพื้นที่ สน.เตาปูน สน.หนองค้างพลู สภ.สวนพริกไทย และ สภ.บางกรวย โดยคดีของ สภ.บางกรวย เป็นคดีหลักที่นำไปสู่การติดตามจับกุมในครั้งนี้ รวม 4 หมายจับ กระทั่งสามารถจะบกุมตัวได้

โดยผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมเปิดเผยว่า ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะตกงาน ได้พบโพสต์รับซื้อบัญชีธนาคารผ่าน Facebook จึงติดต่อไปยังผู้โพสต์ผ่านแอปพลิเคชัน Line ก่อนทำรายการสแกนใบหน้าเพื่อเปิดหรือยืนยันการใช้งานบัญชีธนาคารหลายแห่งผ่านโทรศัพท์มือถือ ต่อมา ผู้ต้องหาเดินทางโดยรถโดยสารจากจังหวัดร้อยเอ็ด เข้ากรุงเทพมหานคร แล้วเดินทางต่อไปยังจังหวัดสระแก้ว ก่อนมีผู้มารับและพาข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้ต้องหาอ้างว่า เมื่อเดินทางไปถึงได้ถูกกลุ่มสแกมเมอร์ยึดโทรศัพท์มือถือ และให้อยู่ภายในสถานที่ดังกล่าวนานประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยมีหน้าที่สแกนใบหน้าตามคำสั่ง เพื่อทำธุรกรรมหรือยืนยันการใช้งานบัญชีธนาคาร กลุ่มสแกมเมอร์อ้างว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้จำนวน 20,000 บาท แต่เมื่อหมดหน้าที่ ผู้ต้องหา กลับถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเพียงลำพัง พร้อมซองสีขาวหนึ่งซอง เมื่อเปิดดูพบเงินอยู่ภายในเพียง 400 บาท ก่อนถูกปล่อยทิ้งให้เดินทางกลับเอง หลังกลับประเทศไทย ผู้ต้องหาไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด


>> แม่ขับขี่รถ จยย. มีลูกสาวนั่งซ้อนท้าย เกิดอุบัติเหตุแล้วถูกล้อรถพ่วงทับ เสียชีวิตด้วยกันทั้งคู่ จ.ชลบุรี

17.00 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิจตุรธรรมประทีป รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนสายพานทอง-บ้านเก่า ช่วงก่อนถึงไฟแดง ซอย 5 บ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน-ขาว ป้ายทะเบียน ชลบุรี ล้มคว่ำ และห่างออกไป รถพ่วง ฮีโน่ สีขาว-ชมพู ป้ายทะเบียน เพชรบูรณ์

จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นหญิงไทย 45 ปี และ หญิงไทย อายุ 16 ปี ทราบต่อมาว่าเป็นแม่-ลูกกัน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เป็นแม่ ขับขี่รถจักรยานยนต์ เดินทางไปรับลูกสาวจากวิทยาลัย และกำลังขี่รถพาลูกกลับบ้าน แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

ทางด้าน คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ตนขับรถมาตามเส้นทางตามปกติ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้มองกระจกหลัง เห็นจักรยานยนต์พยายามจะแซงมาทางด้านซ้าย ก่อนที่รถจะเสียหลักล้มและไถลเข้าไปตรงหางพ่วง ทำให้ทั้งสองถูกล้อรถทับจนเสียชีวิต 
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป


>> บุกทลาย แหล่งจำหน่ายยาฉีดเปปไทด์เถื่อน ยึดของกลางมูลค่ากว่า 50 ล้าน

20.06 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณผกก.กก.ดส. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เข้าตรวจค้นจับกุมแหล่งขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อน อ้างสรรพคุณสามารถลดน้ำหนักได้ ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก ตำรวจ ดส. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองว่า ลูกสาวนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาฉีดเข้าร่างกาย เกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิต ขอให้ช่วยตรวจสอบ จึงได้ลงพื้นที่หาข่าว กระทั่งไปพบผู้ใช้โซเชียลชื่อบัญชีหนึ่ง โพสต์โฆษณาขายยาฉีดเปปไทด์ยี่ห้อดังกล่าวจำนวนมาก จึงได้ประสาน อย. วางแผนเข้าจับกุม

ซึ่งพฤติการณ์ของกลุ่มนี้จะลักลอบขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ขายมาแล้วประมาณ 1 ปี โดยเช่าบ้านพักและได้ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวในการแพ็คสินค้าและจัดส่งโดยขนส่งเอกชน เฉลี่ยส่งวันละ 100 กล่อง ในราคากล่องละ 2,900 บาท พบว่ามีรายได้กว่า 8 ล้านบาทต่อเดือน

เบื้องต้น มีความผิดฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และฐาน “ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
 

>> แผ่นดินไหว ในพื้นที่จังหวัดน่าน

02.17 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.3 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน  


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต 1 รายกลางถนนพหลโยธิน บริเวณใต้ต่างระดับบางขัน จ.ปทุมธานี

02.40 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู แจ้งเบื้องต้น มีอุบัติเหตุ รถจักรยายนต์ชนกับรถกระบะ และมีผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย บริเวณใต้ต่างระดับบางขัน ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก ช่องทางหลัก ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ลักษณะชนกับ รถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ห่างออกไปที่กลางถนน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 36 ปี สภาพขาซ้ายขาด ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม