หน้าแรก > สังคม > สุขภาพ

สธ. จับมือ MSD สู่ Medical Investment Hub สร้างเศรษฐกิจใหม่ประเทศไทย

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 15:21 น.


กระทรวงสาธารณสุข จับมือ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด หนุนสร้างระบบนิเวศสุขภาพในการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านยา ยกระดับด้านการแพทย์และสุขภาพไทยสู่ Medical Investment Hub มุ่งเป้าหมายระยะยาว เปลี่ยนประเทศไทยจากผู้ซื้อ ผู้นำเข้านวัตกรรม เป็นผู้ร่วมวิจัย ร่วมพัฒนา และฐานการผลิตนวัตกรรมสุขภาพของภูมิภาค

วันนี้ (9 กันยายน 2569) ที่ อาคารศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายฌอน  เค. โอนีลล์ เอกอัครทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและ  Mr. Drew Otto, Asia Pacific President บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด (MSD) เป็นสักขีพยานใน พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือสนับสนุนระบบนิเวศสุขภาพในการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านยา โดยมี นายแพทย์สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.แมรี่ เสรฐภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนาม

นายพัฒนากล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้ายกระดับด้านการแพทย์และสุขภาพ ให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ผ่านนโยบาย Medical Investment Hub ที่เชื่อมโยงมิติด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และการลงทุน เพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชนควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้จุดแข็งของประเทศไทย ทั้งระบบบริการสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ ศักยภาพด้านการวิจัย และฐานการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ มาต่อยอดผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1) Service Hub ยกระดับบริการทางการแพทย์สู่มาตรฐานสากล 2) Research & Development Hub ดึงดูดการวิจัยและการทดลองทางคลินิกเข้าสู่ประเทศ และ 3) Product & Health Manufacturing Hub ส่งเสริมการผลิตยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมูลค่าสูงในประเทศ มีเป้าหมายสำคัญ คือ สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 0.5% ของ GDP ดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของไทย จากอันดับที่ 56  สู่ 50 อันดับแรกของโลก 

“ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และ MSD เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการขับเคลื่อนนโยบายสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้าน การเพิ่มการเข้าถึงวัคซีน HPV และ PCV การลงทุนการทดลองทางคลินิกประมาณ 2,500 ล้านบาทในช่วงปี ค.ศ. 2026–2027 และการต่อยอดการอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยความสมัครใจ (Voluntary Licensing) สำหรับยา HIV PrEP ซึ่งเปิดโอกาสให้ไทยพัฒนาศักยภาพด้าน API และการผลิตยาในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายสำคัญในระยะยาว คือการยกระดับประเทศไทยจากผู้ซื้อและผู้นำเข้านวัตกรรม ไปสู่การเป็นผู้ร่วมวิจัย ผู้ร่วมพัฒนา และฐานการผลิตนวัตกรรมสุขภาพของภูมิภาค สร้างผลกระทบทางสุขภาพและเศรษฐกิจควบคู่กันอย่างยั่งยืน และจะเป็นต้นแบบในการต่อยอดความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำรายอื่นต่อไป” นายพัฒนากล่าว 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม