วันที่ 5 กันยายน 2569 เวลา 19:20 น.
เจนีวา, 4 ก.ย. ซินหัว รายงานว่า— รายงานสถานการณ์เอลนีโญ/ลานีญา (El Nino/La Nina) ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) เปิดเผยว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่ได้ปัจจัยหนุนจากมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างผิดปกติ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากจนถึงสิ้นปี 2026 และเพิ่มความเสี่ยงเกิดน้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อนจัด รวมถึงมีความเป็นไปได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วที่จะคงอยู่จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เตือนว่าปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลและอุณหภูมิโดยรวมไต่ระดับสูงขึ้น โลกตกอยู่ในอันตรายจากสภาพอากาศสุดขั้ว ด้านเซเลสเต เซาโล เลขาธิการองค์การฯ เผยว่าปรากฏการณ์เอลนีโญคราวนี้อาจรุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการเฝ้าติดตาม กล่าวอีกนัยคือรุนแรงยิ่งกว่าสถิติที่ใช้ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา
องค์การฯ เรียกร้องทุกประเทศเฝ้าติดตามพัฒนาการของปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างใกล้ชิดและรับมืออย่างเหมาะสม เซาโลระบุว่าผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วมได้ปรากฏให้เห็นแล้วและจะเพิ่มขึ้นอีกตามความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญคราวนี้ที่ผิดปกติจนต้องเตรียมความพร้อมและการรับมือเป็นกรณีพิเศษ
ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมากมีแนวโน้มทำให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของปริมาณฝน อุณหภูมิอากาศ และระบบหมุนเวียนอากาศ โดยผลกระทบอาจแตกต่างกันตามภูมิภาคและฤดูกาล รวมถึงอาจเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยทางภูมิอากาศอื่นๆ เช่น สภาพของมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติก
อนึ่ง ปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางภูมิอากาศตามธรรมชาติที่มีลักษณะเฉพาะคืออุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลทางตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรสูงขึ้น ปกติมักเกิดขึ้นทุก 2-7 ปี และคงอยู่นานราว 9-12 เดือน รวมถึงมีผลต่ออุณหภูมิทั่วโลกอย่างเด่นชัดที่สุดในปีถัดมาหลังจากก่อตัว
6 กันยายน 2569
6 กันยายน 2569