24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569
>> นายกฯ ร่วมประชาสัมพันธ์ “เข็มวันอานันทมหิดล 2569” ชวน ปชช. ร่วมสมทบทุนช่วยผู้ป่วยยากไร้ - พระสงฆ์อาพาธ
10.00 น. ณ บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ “เข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “Care Beyond Cancer” โดยรองศาสตราจารย์จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยผู้แทนคณะแพทยศาสตร์และสโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ติดเข็มที่ระลึกและมอบเสื้อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการและเชิญชวนประชาชนร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และพระสงฆ์อาพาธ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมสมทบทุน พร้อมรับฟังวัตถุประสงค์การจัดทำเข็มวันอานันทมหิดล และกล่าวว่า จะให้คณะทำงานร่วมกันประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเชิญชวนประชาชนที่สนใจได้ร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และพระสงฆ์อาพาธ จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนิสิตแพทย์จุฬาฯ
>> ผบ.ตร.ยอมรับ นายกฯ โทรติงปม "ฉลอง" ผู้ต้องหาคดียิงนายก อบจ. สูบบุหรี่ไร้กุญแจมือ สั่งจเรตำรวจสอบด่วน
10.44 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีภาพนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี ผู้ต้องหาคดียิง พ.ต.อ.ธงชัย นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต โดยปรากฎภาพขณะนายฉลอง กำลังสูบบุหรี่ระหว่างเข้าสอบปากคำที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ และไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือว่า
เรื่องดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์กำชับถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ทั้งเรื่องการแถลงข่าว การใช้เครื่องพันธนาการ รวมถึงการสูบบุหรี่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหา ว่า ตนน้อมรับข้อสั่งการดังกล่าว และจะนำไปปฏิบัติ โดยได้สั่งการให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าจะทราบผลโดยเร็ว ซึ่งระเบียบดังกล่าวนั้นมีมาหลายยุคสมัยแล้ว ตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และถึงแม้ว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จะเป็นรุ่นพี่ ก็ยืนยันว่าไม่รู้สึกกระอักกระอ่วน เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบ หากพบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ก็ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ
“นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องมาตรการตรวจค้นอาวุธและการตั้งด่านตรวจค้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ตำรวจต้องใช้ทั้งทักษะ ความรู้ และข้อมูลด้านการข่าว เพื่อป้องกันการพกพาอาวุธและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน”
>> "รมว.สุชาติ" สั่งด่วน จนท.ลงพื้นที่เหตุไฟไหม้โรงงานบ้านโป่ง ตรวจมลพิษ-คุมเข้มน้ำดับเพลิง หวั่นกระทบชุมชน
11.18 น. กรมควบคุมมลพิษ รายงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายศุภเวท ทองประยูร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 8 กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัท พี.เอส.พี.เอ็น แมนนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เลขที่ 159 หมู่ 16 ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 เพลิงได้ลุกไหม้วัสดุที่ใช้ในการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกระดาษและพลาสติก
นายสุชาติ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 8 (สคพ.8 ) เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ พร้อมตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณชุมชนด้านท้ายลม เพื่อประเมินผลกระทบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยกำชับให้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศชุมชนด้านท้ายลมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในระยะประมาณ 100 เมตร พบค่าแอมโมเนีย 1 ส่วนในล้านส่วน (ppm) และคลอรีน 0.2 ppm ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ ขณะที่ภายในโรงงานพบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) 10 ppm และแอมโมเนีย 2 ppm ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่าน้ำจากการดับเพลิงไหลลงคลองสาธารณะด้านหลังโรงงาน โดยน้ำมีลักษณะสีน้ำตาลขุ่น มีฟอง มีกลิ่น และพบคราบน้ำมันเจือปน จุดระบายมีค่า pH 8 จึงได้ประสานเทศบาลเมืองท่าผา นำรถแบคโฮเข้าปิดกั้นทางน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก ขณะที่โรงงานแจ้งว่าจะส่งน้ำจากการดับเพลิงให้บริษัท GENCO นำไปบำบัดอย่างถูกต้อง
>> ตม.เมืองกาญจน์ บุกตรวจร้านหมูกระทะดัง อ.ท่าม่วง เจอแรงงานต่างชาติทำงานแบบไม่มีใบอนุญาต
11.38 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี พร้อมกำลังชุดสืบสวน ,เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจสอบร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าอาจมีการใช้แรงงานไม่ถูกต้อง ซึ่งขณะเข้าตรวจพบร้านเปิดให้บริการตามปกติ มี น.ส.ชอ (นามสมมุติ) เจ้าของร้านชาวไทย ดูแลอยู่ และมีพนักงานกำลังให้บริการลูกค้า
จากการเรียกตรวจเอกสารประจำตัว พบพนักงานชาวลาวรวม 6 ราย (ชาย 3 ราย หญิง 3 ราย) แม้ทั้งหมดจะมีเอกสารเดินทางถูกต้อง แต่ไม่มีเอกสารอนุญาตทำงาน โดยให้การว่าทำหน้าที่ช่วยงานในร้าน ทั้งช่วยงานครัว ล้างจาน เก็บโต๊ะ และคอยดูแลลูกค้า ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 11,000 - 15,000 บาท ตามอายุงาน เจ้าหน้าที่จึงพาตัวทั้งหมดมาตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และพาตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าม่วง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
>> “พลพีร์” นำทีม ฝ่ายปกครอง ขึ้นโรงพัก สน.ห้วยขวาง ให้ปากคำกรณี “สายโทรศัพท์ปริศนาขอเคลียร์ ระหว่างลงพื้นที่จับกุมธุรกิจผิดกฎหมาย”
12.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง (สน.ห้วยขวาง) กรุงเทพฯ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยพนักงานฝ่ายปกครองชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์และให้ปากคำกรณีมีผู้พยายามติดต่อขอเจรจาเคลียร์คดีที่เกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ตรวจค้นเครือข่ายธุรกิจนอมินี สถานประกอบการ และโรงแรมที่ต้องสงสัยกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา
นายพลพีร์ เผยว่า จากการนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายธุรกิจนอมินี สถานประกอบการ และโรงแรมที่ต้องสงสัยกระทำผิดกฎหมาย ได้พบความผิดปกติที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหลายด้าน ทั้งไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ การดัดแปลงอาคารผิดกฎหมาย ระบบความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการใช้แรงงานต่างด้าว และการกระทำสุ่มเสี่ยงถือครองทรัพย์สินเข้าค่ายนอมินี ซึ่งในระหว่างการลงพื้นที่ฯ “ตนได้พูดคุยผ่านโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ ที่โทรกลับไปยังเบอร์ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของร้าน ที่ได้โทรเข้ามาหาลูกจ้างก่อนหน้านี้ ซึ่งในระหว่างการพูดคุย บุคคลปลายสายได้มีการพูดถึงชื่อบุคคล และหน่วยงาน ว่ามีการจ่ายดูแลอย่างไรบ้าง”
“เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างข้อสงสัยและคำถามถึงกระบวนการเรียกรับผลประโยชน์ ทั้งการจ่ายเงินรายวัน รายเดือน หรือการจ่ายเงินเพื่อเคลียร์ปัญหาให้จบไป ซึ่งนายพลพีร์ได้เปิดลำโพงโทรศัพท์มือถือเพื่อให้เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการได้ร่วมรับฟังพร้อมกัน เพื่อนำข้อมูลเบาะแสทั้งหมดไปใช้เป็นแนวทางขยายผลในการปราบปรามขบวนการดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ พร้อมทั้งได้นำข้อมูลเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน รวมถึงเอกสารหลักฐานจาก ส.ส. พรรคประชาชนในพื้นที่ มาบูรณาการร่วมกับอธิบดีกรมการปกครองเพื่อวางแผนปฏิบัติการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน”
>> ศาลไม่ให้ประกัน 'ฉลอง เรี่ยวแรง' เหตุมีโทษร้ายแรง
12.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี พนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ยื่นคำร้องฝากขังหมายเลขดำ ฝ.823/2569 ขอฝากขังครั้งแรก นายฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 71 ปี ผู้ต้องหา ความผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, พยายามฆ่าผู้อื่น, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 80, 91, 288, 371, 376 และพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธ พ.ศ. 2490 มาตรา 4 ,7, 8 ทวิ 72 , 72 ทวิ
ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นนี้
โดยศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เนื่องจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรงและอุกอาจ คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี หรือก่อเหตุประการอื่น ให้ยกคำร้อง และหมายขัง
>> รวบแก๊ง "ทัวร์ทิพย์เฉิงตูฯ" ตุ๋น 16 เหยื่อ สูญเงินครึ่งล้าน พบโอนปุ๊บถอนเกลี้ยง อ้างแค่บริหารงานผิดพลาด
13.12 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุม นางสาวธอ(นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ฐาน ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตรา 15 โดยจับกุมได้หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ภายใน ซ.พระรามที่ 2 ซ.38 เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายรวม 16 ราย ได้เดินทางเข้าแจ้งความ หลังสั่งซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศจีน ทริป “เฉิงตู ” กำหนดเดินทางช่วงเดือนมีนาคม 2569 ในราคาคนละ 28,500 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถเดินทางได้จริง
จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่พบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดบริษัทบังหน้า ตรวจสอบพบว่ามีการจดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อตรวจสอบกับกรมการท่องเที่ยว กลับพบว่า "ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่อย่างใด" เมื่อตรวจสอบเอกสารเดินบัญชีธนาคาร ที่ใช้รับโอนเงิน พบความผิดปกติชัดเจน โดยทุกครั้งที่มีเงินโอนจากผู้เสียหาย เงินจะถูกโอนออกไปยังบุคคลต่างๆ ทันทีภายในวันเดียวกัน จนปัจจุบันยอดเงินคงเหลือในบัญชีเป็น 0 บาท และประวัติของแก๊งทัวร์ทิพย์กลุ่มนี้ พบว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงหลายคดี ขณะที่กรรมการบริษัทพบถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย
ในเวลาต่อมา ชุดจับกุมตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสอบสวนคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง แต่เป็นเพราะ "การบริหารงานที่ผิดพลาด”
>> “เจเศรษฐ์” ยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั้งระบบเตือนภัย-แผนอพยพ เผยนายกฯ อัดงบฉุกเฉินรองนายกฯ คนละ 100 ล้าน ลุยสู้ภัยน้ำหลาก-ภัยแล้ง
14.39 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ และจากสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ ได้เปิดทางให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านสามารถจัดสรร งบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมท่านละ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมถึงรองรับสถานการณ์น้ำแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า พร้อมกำชับให้ใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และเร่งหาแหล่งกักเก็บน้ำในช่วงน้ำหลากเพื่อสำรองน้ำไว้รับมือภัยแล้ง
วันนี้ได้มีการส่งสัญญาณ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยในพื้นที่จังหวัดพะเยาและเชียงรายแล้ว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับข้อมูลและเตรียมตัวได้อย่างทันท่วงที ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมกำลังคน เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ให้พร้อมรับสถานการณ์
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า สำหรับแผนรับมือ ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานหน่วยงานในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจะใช้ Cell Broadcast ควบคู่กับระบบประชาสัมพันธ์ของท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนทันที พร้อมดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพที่ได้ซักซ้อมไว้แล้ว
“การเตรียมความพร้อมต้องทำก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปแก้ไข เราต้องเตือนให้เร็ว เข้าถึงประชาชนให้เร็ว และพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ใกล้เคียงกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 พื้นที่เขตดุสิต
15.26 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 ถนนเศรษฐศิริ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน นครศรีธรรมราช รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องเครื่องยนต์ เพลิงลุกไหม้แบตเตอรี่ ลุกลามฝากระโปรงรถ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดุสิต
>> บุกตรวจไซต์งานก่อสร้างศูนย์ข้อมูลทุนจีน รวบแรงงานสัญชาติเมียนมา และจีน ไร้ใบอนุญาตทำงาน ส่งดำเนินคดี เตรียมผลักดันออกประเทศ
15.30 น. นายณัฐพล รักชาติ จัดหางานจังหวัดระยอง ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระยอง ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ตำรวจสันติบาล 1 กอ.รมน.จังหวัดระยอง สภ.บ้านฉาง และฝ่ายปกครองอำเภอบ้านฉาง บุกตรวจไซต์งานก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ขนาดใหญ่ของทุนจีน ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง หลังได้รับการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีแรงงานสัญชาติจีน และเมียนมา ลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
จากการตรวจสอบ พบแรงงานจำนวนมากกำลังทำงานอยู่ในไซต์งาน และพักอยู่ในแคมป์ที่พักบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ของศูนย์ข้อมูลดังกล่าวกว่า 400 คน เห็นเจ้าหน้าที่ต่างวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง หลายรายกระโดดลงคลองว่ายน้ำหนี โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมแรงงานสัญชาติจีน และเมียนมาร์ได้ 24 คน ตรวจเอกสารการเข้ามาทำงานในราชอาณาจักร พบแรงงานสัญชาติเมียนมาร์ ชายและหญิง 20 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน และแรงงานสัญชาติจีน 4 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาติทำงาน จึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระยอง ผลักดันออกนอกประเทศตามขั้นตอนต่อไป
>> ศาลเยาวชน สั่งคุมตัว เด็กหญิงชาวเมียนมา 30 วัน ปมทำร้ายนักเรียนไทย
15.32 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเด็กหญิงเมียนมา ก่อเหตุทำร้ายนักเรียนไทย ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังเกิดเหตุผู้ปกครองผู้เสียหาย แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ และพนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อเด็กต่อหน้าพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต นักจิตวิทยา และบุคคลที่เด็กร้องขอ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ในข้อหาทำร้ายร่างกาย
ล่าสุดวันนี้ (11 สิงหาคม 2569) พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล ได้นำตัวเด็กหญิงชาวเมียนมาผู้ก่อเหตุ ไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต ภายในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่แจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ศาลตรวจสอบทั้งเรื่องอายุของเด็ก การดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงการปฏิบัติต่อเด็กว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ในการไต่สวน พนักงานสอบสวนได้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็น พร้อมนำพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาของศาล โดยระบุว่าเด็กมีพฤติการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรง รวมถึงมีเหตุสมควรประการอื่นประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะกรณีบิดาและมารดาของเด็กถูกเลิกจ้างงาน
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ตจึงมีคำสั่งให้ควบคุมตัวเด็กหญิงเมียนมารายดังกล่าวไว้ระหว่างการสอบสวนที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต เป็นเวลา 30 วัน
ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนยังดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ สามารถยื่นคำร้องขอผัดฟ้องและขอให้ศาลมีคำสั่งควบคุมตัวเด็กต่อได้ ครั้งละไม่เกิน 15 วัน และไม่เกิน 2 ครั้ง ตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนหลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยนำตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> รวบจีนเทา หลอกระดมทุน เหยื่อสูญ 500 ล้านบาท บินหนีมาใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน
15.47 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 โดยกองกำกับการสืบสวน บก.ตม.4 (กก.สส.บก.ตม.4) ได้รับการประสานจากทางการจีน ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีฉ้อโกงเงินกว่า 100 ล้านหยวน พฤติกรรมสุดแสบ หลอกลวงประชาชนชาวจีนให้นำเงินมาฝาก โดยรับประกันเงินต้นและผลตอบแทนดอกเบี้ยร้อยละ 6.2 ต่อปี เป็นสิ่งจูงใจ พร้อมทั้งทำสัญญากับผู้ลงทุน และระดมเงินจากผู้ลงทุนมากกว่า 200 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 100 ล้านหยวน หรือ 500 ล้านบาทไทย ก่อนบินหนีมาใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน
ภายหลังสืบทราบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวหนีมากบดานในพื้นที่อีสาน เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.4 ได้ประสานไปยัง ตม.จว.สกลนคร เพื่อดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และเตรียมไล่ล่าตัวผู้ต้องหารายนี้เป็น ชาย สัญชาติจีน
จากการตรวจสอบพบว่า ชาย สัญชาติจีน มีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง และล่าสุดได้หลบหนีไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี จึงร่วมกับกก.สส.บก.ตม.3 เปิดปฏิบัติการบุกสายฟ้าแลบ รวบตัวได้ทันควัน และได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรให้นายหยิ่นทราบ พร้อมนำตัวส่งสถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอการส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป
>> ไฟไหม้เพิงพักไม้ ขนำในสวนยางพารา เสียหายวอดทั้งหลัง เพลิงสงบพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย จ.สุราษฎร์ธานี
19.20 น. มูลนิธิกุศลศรัทธาพระแสง รับแจ้งว่า มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน และมีผู้เสียชีวิต บริเวณภายในสวนยางพารา ซอยทุ่งทอง บ้านบางกำยาน ในพื้นที่ ต.สินเจริญ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นเพิงไม้ ปลูกสร้างเป็นขนำ ไฟลุกไหม้ทั้งหลัง เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำ จนเพลิงสงบ ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 67 ปี ลักษณะถูกไฟคลอกทั้งร่าง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระแสง
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม
22.00 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 351 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ตม.ชลบุรี สนธิกำลัง ลุยปราบชาวกัมพูชา อุ้มเด็กขอทาน จับปุ๊บ ร้องปั๊ป "กลับไปแล้ว จะเอาอะไรกิน"
23.19 น. ตม.ชลบุรี ร่วมกับ พม.ชลบุรี เทศกิจเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่กิจการพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังลงพื้นที่กวาดล้างขอทาน คนเร่ร่อน และกลุ่มบุคคลที่สร้างปัญหาทางสังคมในเมืองพัทยา โดยมีเครือข่ายไทยไม่ทนชลบุรีร่วมสังเกตการณ์และให้ข้อมูล
เจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจสอบ ถนนเลียบชายหาดพัทยา ถนนพัทยาสาย 2 พัทยาใต้ และซอยบัวขาว รวมถึงพื้นที่ใกล้สถานบันเทิงและบาร์เบียร์ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก
พบกลุ่มขอทานชาวกัมพูชาหลายราย พาเด็กเล็กมานั่งขอเงิน ตามชายหาดและริมถนน โดยเด็กมีอายุตั้งแต่ 7 เดือนถึง 13 ปี บางส่วนเริ่มเข้าพื้นที่ช่วงประมาณ 17.00 น. และกระจายตามจุดนักท่องเที่ยวหนาแน่น โดยเฉพาะซอยเลียบชายหาด 13/1–13/4 และถนนพัทยาสาย 2
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ บางรายไหวตัวทันและพากันหลบหนีเข้าตรอกซอกซอย ขณะที่บางรายถูกควบคุมตัว และถึงกับยกมือไหว้ขอร้องไม่ให้ถูกดำเนินคดี โดยหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่ง พูดว่า “ไม่อยากกลับประเทศ เพราะกลับไปก็ไม่มีอะไรกิน” และต้องดูแลลูกอีก 3 คน
เบื้องต้นควบคุมชาวกัมพูชาได้ 10 ราย เป็นหญิง 9 ราย ชาย 1 ราย พร้อมเด็กอีก 4 คน แบ่งเป็นเด็กชาย 3 ราย เด็กหญิง 1 ราย อายุ 7 เดือน–13 ปี นำตัวส่ง สภ.เมืองพัทยาเพื่อตรวจสอบ
นอกจากนี้ยังควบคุม ขอทานและคนเร่ร่อนชาวไทยอีก 8 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 1 ราย ส่งให้ พม.ชลบุรีตรวจสอบและประเมินสภาพความเป็นอยู่ โดยพบว่าบางรายเคยถูกตักเตือนหลายครั้งแล้ว และบางรายมีปัญหาติดสุรา ไม่สามารถประกอบอาชีพได้
สำหรับชาวกัมพูชา ตม.ชลบุรีอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติการเดินทาง เอกสารประจำตัว และสถานะการเข้าเมือง โดยบางรายยอมรับว่า เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ หากพบว่าเข้าเมืองผิดกฎหมาย จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และส่งกลับประเทศต้นทางตามขั้นตอน
>> แผ่นดินไหว ที่หมู่เกาะอันดามัน
02.55 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ความลึก 10 กม. บริเวณพื้นที่ หมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.พังงา ประมาณ 589 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย