หน้าแรก > สังคม

“คมนาคม” เปิดเวทีเอกชนสภาธุรกิจรัสเซีย - ไทย ดึงลงทุนเทคโนโลยี เชื่อมขนส่งทางบก - ราง - น้ำ - อากาศ หนุนไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 00:14


“คมนาคม” เปิดเวทีเอกชนสภาธุรกิจรัสเซีย - ไทย ดึงลงทุนเทคโนโลยี เชื่อมขนส่งทางบก - ราง - น้ำ - อากาศ หนุนไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค

(6 ส.ค.69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดโอกาสให้สภาธุรกิจรัสเซีย - ไทย (Russia - Thailand Business Council: RTBC) นำโดย Mr. Ivan Ivanovich Demchenko (นายอีวาน อีวาโนวิช เดมเชนโก) พร้อมผู้บริหารภาคธุรกิจรัสเซีย เข้าพบและนำเสนอแนวทางความร่วมมือและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

การหารือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญภายหลังไทยและรัสเซียลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านคมนาคม โดยกระทรวงคมนาคม (คค.) ต้องการให้ความร่วมมือไม่เพียงเฉพาะในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลเท่านั้น แต่เปิดกว้างให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อเปลี่ยนกรอบความร่วมมือไปสู่โครงการ การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรที่เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการหารือฝ่ายรัสเซียแสดงความสนใจต่อความร่วมมือด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ครบทั้ง 4 มิติ ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ตั้งแต่ระบบรถไฟ การขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) การขนส่งทางบก ตลอดจนการขนส่งสินค้าทางทะเลและเส้นทางเดินเรือ เพื่อสร้างเส้นทางการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างไทย - รัสเซียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาคธุรกิจรัสเซียที่เข้าร่วมหารือครอบคลุมหลายสาขา ได้แก่ FESCO ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ Novostal-M ด้านอุตสาหกรรมเหล็ก Rosatom Logistics ด้านโลจิสติกส์ และ TMH ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระบบราง โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอและความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือกับประเทศไทยในอนาคต ในด้านระบบราง ฝ่ายรัสเซียได้นำเสนอศักยภาพด้านหัวรถจักร ตู้โดยสาร และอุปกรณ์ระบบราง ขณะที่ฝ่ายไทยเปิดรับการศึกษาเทคโนโลยีและรูปแบบความร่วมมือที่เหมาะสม โดยจะต้องพิจารณาทั้งด้านมาตรฐาน ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ รวมถึงโอกาสในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรและอุตสาหกรรมระบบรางของไทย ขณะเดียวกันฝ่ายรัสเซียยังแสดงความสนใจที่จะสร้างความร่วมมือกับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย ซึ่งประเทศไทยมีฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง รวมทั้งเสนอความร่วมมือด้าน IT Solution สำหรับภาคคมนาคมและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการขนส่ง นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนถึงโอกาสด้านพลังงานและการจัดหาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำหรับภาคคมนาคมและโลจิสติกส์ ตลอดจนความเป็นไปได้ในการเพิ่มความเชื่อมโยงทางอากาศและเที่ยวบินตรงระหว่างไทยกับรัสเซีย ซึ่งหากสามารถพัฒนาได้จะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง การท่องเที่ยว การค้า และการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ

นายพิพัฒน์ ระบุว่าสิ่งสำคัญคือการทำให้ข้อเสนอจากการหารือครั้งนี้เดินหน้าต่อ ไม่หยุดอยู่เพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยนายอีวานและคณะมีกำหนดเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่อภาคธุรกิจรัสเซียกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนไทยที่เกี่ยวข้อง โดยจะพิจารณาประเด็นที่มีศักยภาพเป็นรายสาขา เพื่อผลักดันจากข้อเสนอไปสู่การเจรจาที่มีรายละเอียดและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ความร่วมมือดังกล่าวจะเชื่อมต่อไปยัง Russia - Thailand Investment Forum ครั้งที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 ซึ่ง คค. ยินดีส่งผู้แทนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเส้นทางโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนระหว่างรัสเซียกับไทย

ทั้งนี้ การต่อยอด MOU ไทย - รัสเซียจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี การลงทุน และตลาดใหม่ พร้อมสร้างโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ซึ่งในระยะยาวจะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ สนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพบริการด้านคมนาคมให้ประชาชนได้รับความสะดวก ปลอดภัย และมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม