วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 18:40 น.
ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา และพรรคเศรษฐกิจ รับยื่นหนังสือขอให้คงโทษประหารชีวิตในคดีสะเทือนขวัญ และทบทวนมาตราลดโทษ พักโทษ และการปล่อยตัว และบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น จากภาคีเครือข่ายภาคประชาชน
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา พร้อมด้วย นายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ และคณะ รับยื่นหนังสือจาก นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ประกอบด้วย มูลนิธิองค์กรทำดี สายไหมต้องรอด มูลนิธิเป็นหนึ่ง กลุ่มไทยไม่ทน กลุ่มจ่าคิงส์ สะพานใหม่ ชมรมมุสลิมอาสาพัฒนาสังคม และมูลนิธิวินวิน ขอให้ผลักดันมาตรการดำเนินการเด็ดขาดกับอาชญากรคดีสะเทือนขวัญที่ประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศอย่างร้ายแรง โดยคงโทษประหารชีวิตและทบทวนมาตรากำหนดการลดโทษ พักโทษและการปล่อยตัว และให้บังคับใช้ พ.ร.บ. มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 ให้เข้มข้นและรัดกุมมากยิ่งขึ้น
เนื่องด้วย สถานการณ์การประทุษร้ายต่อชีวิตและเพศในประเทศไทยมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับสองพี่น้องชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งชาวไทยที่เสียชีวิตในกรณีล่าสุด อันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะเสียงเรียกร้องที่สะท้อนถึงความต้องการให้มีการดำเนินการประหารชีวิตอาชญากร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัยที่ควรผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การป้องกันและการจับกุมดำเนินคดี การส่งฟ้อง การตัดสินคดี จนถึงปลายน้ำ คือ การคุมขัง บำบัด ฟื้นฟู และเหตุบรรเทาโทษตามคำพิพากษา การลดวันต้องโทษจำคุก การพักโทษ ปล่อยตัวในกรณีต่าง ๆ โดยเฉพาะการพิจารณาให้มีการใช้โทษประหารชีวิต และการงดใช้มาตรา 52 (1) ในพฤติการณ์อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่หากลดโทษ 1 ใน 3 จะเปลี่ยนเป็นจำคุกตลอดชีวิต (2) หากลดกึ่งหนึ่ง จะเปลี่ยนเป็นจำคุก 25 - 50 ปี หากลดต่อเนื่องด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ในที่สุดก็จะเหลือโทษจำขังเพียงไม่กี่ปี รวมทั้งกระบวนการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง ควรมีมาตรการบำบัดฟื้นฟูแก้ไขพฤติกรรมที่เกิดประสิทธิภาพกว่าปัจจุบัน
ดังนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ขอสนับสนุนการประหารชีวิตอาชญากรในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญต่อชีวิต เพศ ทรัพย์สิน และยาเสพติดร้ายแรง โดยเห็นว่าควรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบเพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัย ลงทุนทำธุรกิจ และท่องเที่ยวในราชอาณาจักไทยได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติช่วยกันผลักดัน กำกับ บังคับใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามดูแลเรื่องความปลอดภัยจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ ตลอดจนหามาตรการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในเชิงป้องกันให้มีความรวดเร็ว ทันสมัย มีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคโนโลยี พร้อมทั้งร่วมมือกับโครงข่ายสื่อสังคมออนไลน์ เครือข่ายภาคประชาชน ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และตรวจจับบุคคลอันตรายที่เคยก่ออาชญากรรมร้ายแรง มิให้เข้าใกล้ เข้าถึงพื้นที่เปราะบาง และมีมาตรการที่เข้มข้นในการดำเนินคดีฐานความผิดในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสังคมให้ลงโทษประหารชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้น และยกเลิกการลดโทษต่อบุคคลเหล่านั้นทุกกรณี รวมทั้งมีมาตรการบำบัดฟื้นฟูบุคคลผู้เคยมีประวัติในการกระทำความผิดร้ายแรงที่พ้นโทษ ให้อยู่ในกำกับดูแลของกรมคุมประพฤติเพื่อติดตามพฤติกรรมหลังพ้นโทษอย่างเคร่งครัด
นางสาวอังสณา นิยมวณิชกุล สส.พรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นตัวแทน สส. และกรรมการบริหารมูลนิธิเส้นด้าย ที่มีการทำงานร่วมกับเด็กและสตรีมาอย่างยาวนาน ประเทศไทยมีกฎหมายประหารชีวิตอยู่แล้ว แต่ครั้งสุดท้ายที่มีการดำเนินการเป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่แล้ว ในขณะที่ยังคงมีคดีอุกฉกรรจ์เกิดขึ้นในสังคมเป็นจำนวนมาก พรรคเศรษฐกิจพยายามผลักดันกฎหมายโทษประหารชีวิตให้กลับมามีความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้อาชญากรมีความเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด และไม่ก่อเหตุร้ายแรงซ้ำอีกในอนาคต
นายคริส โปตระนันทน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกถึงความโกรธแค้น และความปวดร้าวที่เครือข่ายภาคประชาชนมาสภาฯ เพื่อแสดงเจตจำนงของคนไทย ว่า วันนี้จะไม่เอากระบวนการยุติธรรมแบบเดิม ๆ เพราะกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบันถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในฐานะ สส. จะเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แม้ว่าปัจจุบันกฎหมายประหารชีวิตยังคงมีอยู่ แต่ไม่มีการดำเนินการจริง เนื่องจากถูกแรงกดดันจากนานาประเทศ ประเทศไทยต้องกล้าที่จะแสดงเจตจำนงว่าจะบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างไร ซึ่งในคดีการทุจริตก็ควรนำดำเนินการเช่นเดียวกัน พรรคเศรษฐกิจเสนอว่าจะต้องไม่มีการลดโทษผู้กระทำผิดเหล่านี้ กระทรวงยุติธรรมต้องให้คำตอบต่อสังคมไทยถึงมาตรการบำบัดและฟื้นฟูนักโทษเหล่านี้ ก่อนกลับคืนสู่สังคม เราจะนำเสนอการแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับ และวิงวอนให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันผลักดันเพื่อแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ซึ่งประชาชนก็สามารถลงรายมือชื่อขอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้เช่นเดียวกัน หากสภาฯ ผู้ทรงเกียรติและรัฐบาลเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเร่งด่วน สามารถยื่นเรื่องแก้ไขกฎหมายต่อสภาฯ ในสมัยประชุมหน้าได้เลย
ด้าน พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือว่า จะนำเรื่องดังกล่าวกราบเรียนประธานรัฐสภาต่อไป ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นตำรวจและเป็นนักกฎหมาย ข้อเท็จจริงกฎหมายประหารชีวิตในประเทศไทยยังคงมีอยู่ อย่างในคดีนี้โทษสูงสุดคือประหารชีวิต เพราะมีพฤติการณ์โหดร้ายทารุณ จึงขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการได้อย่างสอดคล้องกับกฎหมายและอำนวยความยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และขอขอบคุณภาคีเครือข่ายภาคประชาชนที่ตระหนักถึงความสำคัญและมาร่วมยื่นหนังสือในวันนี้
ภาพ : ธารินี / สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

4 สิงหาคม 2569
4 สิงหาคม 2569
4 สิงหาคม 2569
4 สิงหาคม 2569