หน้าแรก > สังคม

กองทัพเรือ จัดพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี ก่อนอัญเชิญเรือพระที่นั่งทั้ง ๔ ลำ ลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 16:22 น.


วันนี้ (๓ สิงหาคม ๒๕๖๙) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธี จำนวน ๑๔ ลำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

โดยผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี เพื่อประกอบพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์ และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระที่นั่งจำนวน ๔ ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือรูปสัตว์ ๔ ลำ คือ เรือเอกชัยเหินหาว เรือครุฑเหินเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรืออสุรวายุภักษ์

โดยภายหลังจากเจ้าพนักงานอ่านโองการเสร็จ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เริ่มประกอบพิธีสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล เจริญพระพุทธมนต์ สวดอนุโมทนา ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ เจิมเรือ ปิดทอง ผูกผ้าสี คล้องพวงมาลัย โปรยข้าวตอกดอกไม้ เพื่อบวงสรวงแม่ย่านางเรือ และรำบวงสรวง (ระบำกฤดาอวยพร) โดย กรมศิลปากร

ต่อมาผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือรูปสัตว์ จำนวน ๖ ลำ ณ แผนกเรือยนต์หลวง ท่าวาสุกรี ประกอบด้วย เรือเอกชัยหลาวทอง เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และเรืออสุรปักษี

สำหรับการบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ เป็นพิธีกรรมในการยอมรับนับถือและให้การคารวะบูชาต่อพระภูมิเจ้าที่ที่ปกปักรักษา คุ้มครอง ป้องกันสถานที่

นั้น ๆ พิธีกรรมเป็นการสวดอาราธนาบารมี พระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ เทพพรหมเทวา รวมถึงท้าวจตุมหาราช ผู้เป็นใหญ่ในทั่วทิศทั้ง ๔ ลงมาประทับ ณ สถานประกอบพิธี และพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือ เป็นความเชื่อแต่โบราณว่าเรือทุกลำมีแม่ย่านางเรือสิงสถิตอยู่ คอยปกปักรักษา คุ้มครองป้องกันอันตรายทั้งปวง ก่อนออกเรือทุกครั้ง หรือการนำเรือไปใช้งานจึงมักกระทำพิธีบูชาแม่ย่านางเรือก่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ

ทั้งนี้ กองทัพเรือ สำนักพระราชวัง และกรมศิลปากร ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมกันดำเนินการซ่อมแซมเรือพระที่นั่ง และเรือในริ้วขบวน พร้อมทั้งให้ฝึกซ้อมฝีพาย การเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ โดยในส่วนที่กองทัพเรือได้รับมอบหมาย ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล การฝึกซ้อมฝีพาย การซ่อมทำเรือพระราชพิธี และการเตรียมท่าเทียบเรือ

ในส่วนของการซ่อมบำรุงเรือพระราชพิธี อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ได้ดำเนินการสำรวจ และซ่อมเรือพระที่นั่ง/เรือรูปสัตว์ ด้วยวิธีศิลปะภูมิปัญญาประมงพื้นบ้าน การตอกหมันเรือ ซึ่งนำด้ายดิบมาตอกเข้าไปบริเวณร่องระหว่างไม้กระดานเรือให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้าเรือ จากนั้นจึงได้ชันยาเรือผสมกับน้ำมันยางยาแนวในร่องและทาทั่วทั้งบริเวณนอกลำเรือเพื่อป้องกันเพรียงกินไม้ที่จะทำให้เรือผุเร็ว ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และได้ส่งมอบให้กรมศิลปากร ดำเนินการประดับตกแต่งตัวเรือตามแผนปฏิบัติงานการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

โดยภายหลังจากพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่ พิธีสงฆ์และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธีในวันนี้แล้ว จะได้มีการอัญเชิญเรือพระที่นั่งลงน้ำเพื่อเตรียมการในส่วนของการฝึกซ้อมฝีพายในขั้นตอนต่อไป

สำหรับการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยขั้นตอนแรก กองทัพเรือได้จัดให้มีการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ รูปแบบการพายและวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้องแก่ผู้ทำหน้าที่นายเรือพระราชพิธี ๕๘ นาย ผู้ทำหน้าที่นายท้ายเรือพระราชพิธี ๑๐๔ นาย เพื่อไปทำหน้าที่เป็นครูฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีของหน่วยรับเรือที่ตนสังกัด ทั้งนี้ ปัจจุบันการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี อยู่ในขั้นตอนของการฝึกพายในน้ำ ก่อนที่จะมีการฝึกจัดรูปกระบวนในแม่น้ำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในโอกาสต่อไป

อีกส่วนประกอบสำคัญของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คือ "กาพย์เห่เรือ" ซึ่งเป็นท่วงทำนองอันไพเราะและทำให้ฝีพายเกิดความพร้อมเพรียง โดยกาพย์เห่เรือที่ใช้ในครั้งนี้ ประพันธ์โดย พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทยและศิลปินดีเด่นจังหวัดราชบุรี ผู้เคยประพันธ์กาพย์เห่เรือ เพื่อใช้ในขบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้ว ๗ ครั้ง โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการประพันธ์

สำหรับรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้ใช้กำลังพลประจำเรือพระราชพิธี ได้คัดเลือกกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จำนวน ๒,๒๐๐ นาย เรือพระราชพิธี จำนวน ๕๒ ลำ แบ่งออกเป็น ๕ ริ้ว ๓ สาย ความยาว ๑,๒๘๐ เมตร กว้าง ๙๐ เมตร ดังนี้

ริ้วสายกลาง ซึ่งเป็นเรือสายสำคัญประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เป็นเรือตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน นอกจากนี้มีเรืออีเหลือง เป็นเรือกลองนอก เรือแตงโมเป็นเรือกลองใน (เป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ) พร้อมด้วยเรือตำรวจ และเรือแซง ๗

ริ้วสายใน ขนาบข้างสายเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้าและเรือทองบ้าบิ่นเป็นเรือประตูหน้า เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์เป็นเรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ ๘ ลำ ได้แก่ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และปิดท้ายริ้วสายในด้วยเรือเอกไชยเหินหาวและเรือเอกไชยหลาวทองเป็นเรือคู่ชัก

ริ้วสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้ง สายละ ๑๑ ลำ และเรือแซง สายละ ๓ ลำ

สำหรับการฝึกจัดรูปกระบวน ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ประกอบด้วยการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะมีพิธีจริงในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญคือ การซ้อมย่อย ๑๐ ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม และการซ้อมใหญ่ ๒ ครั้งในปลายเดือนตุลาคม ก่อนการจัดพระราชพิธี ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยรับชมการฝึกซ้อมและร่วมรับเสด็จฯ ได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรีถึงวัดอรุณราชวราราม

โดยกำลังพลกองทัพเรือทุกนายมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งนี้ และมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ

 

เพจพระลาน

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม