หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2569

วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2569


>> นายกฯ ประชุม กพช. เห็นชอบปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้า ลดภาระค่าครองชีพประชาชน พร้อมเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้ารองรับ Data Center

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2569 (ครั้งที่ 176) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญด้านพลังงาน ดังนี้

1. เห็นชอบนโยบายการกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทย (พ.ศ. 2569–2573) ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย หน่วยที่ 1-200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท/หน่วย โดยหน่วยที่ 201-400 และ 401 ขึ้นไป ยังคงอัตราเดิม พร้อมเห็นชอบแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ ออกจากอัตราที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และกำหนดเป็นอัตราใหม่โดยเฉพาะ

2. เห็นชอบการวางหลักประกันการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับกิจการ Data Center เพื่อยืนยันความพร้อมและความตั้งใจลงทุนจริง พร้อมกำหนดให้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำประกอบด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลงทุนเกินความจำเป็น

3. เห็นชอบปลดล็อกมาตรการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม ให้ครอบคลุมกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด 
นอกจากนี้ นายกฯ เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านพลังงาน เพื่อหารือแนวทางการจัดทำกฎหมายเฉพาะสำหรับกำกับดูแล Data Center ในประเทศไทย พิจารณาผลกระทบรอบด้าน ทั้งการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากต่อเนื่อง สิ่งแวดล้อม รวมถึงมลภาวะทางเสียงจากการดำเนินงาน


>> ผบก.นิติเวชฯ เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ลาดพร้าว เพิ่มเป็น 32 ราย เป็นเคสเปลี่ยนจากแดงเป็นดำเพิ่ม 5 ราย ยืนยันรายชื่อครบแล้ว

11.41 น. พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิต จากกรณีอุบัติภัยเพลิงไหม้ครั้งร้ายแรงในสถานประกอบการย่านลาดพร้าว ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 08.00น.

ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 32 ราย โดยในจำนวนนี้มีกรณีที่เป็นผู้ป่วยวิกฤตซึ่งได้รับการรักษาตัวก่อนหน้านี้ (เคสสีแดง) และเสียชีวิตในเวลาต่อมา (เคสสีดำ) จำนวน 5 ราย ทางเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการยืนยันรายชื่อและระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ครบถ้วนแล้ว 32 ราย โดย ณ ปัจจุบัน ไม่มีร่างผู้เสียชีวิตที่ไม่ทราบชื่อคงค้างอยู่ในระบบของสถาบันนิติเวชฯ

พล.ต.ต.วิรุฬห์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจพิสูจน์ มีครอบครัวของผู้ประสบภัยเดินทางมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ (DNA) แล้วจำนวน 30 ครอบครัว โดยกระบวนการยืนยันตัวตนทั้งหมด 32 ราย สรุปจำแนกตามวิธีทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ ยืนยันตัวตนด้วยการตรวจลายนิ้วมือร่วมกับการตรวจดีเอ็นเอ (Fingerprint + DNA) จำนวน 14 ราย, ยืนยันตัวตนด้วยการตรวจลายนิ้วมือ (Fingerprint) เพียงอย่างเดียว จำนวน 10 ราย, ยืนยันตัวตนด้วยการตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เพียงอย่างเดียว จำนวน 4 ราย และ ยืนยันรายชื่อโดยพนักงานสอบสวน จำนวน 4 ราย

ส่วนกระบวนการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตคืนให้แก่ญาตินำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามภูมิลำเนา ขณะนี้มีครอบครัวและญาติเดินทางมาติดต่อและรับศพกลับไปเรียบร้อยแล้วจำนวน 28 ราย โดยส่วนที่เหลืออีก 4 ราย อยู่ระหว่างการประสานงานและดำเนินการตามขั้นตอนของทางญาติต่อไป


>> นายกฯ ร่วมแถลงข่าวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลังจับกุม 3 ผู้ต้องหา ยันขยายผลเอาผิดถึงที่สุดไม่มีละเว้น

13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมกองบังคับการปราบปรามและร่วมการแถลงข่าวกรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น 2568 ณ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยมีขั้นตอนการสืบสวน สอบสวนและการจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย

นายกฯ ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันสืบสวนสอบสวนคดี ซึ่งทุกอย่างดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ทั้งการดำเนินคดีและการลงโทษทางวินัย พร้อมระบุว่าวันที่ 23 ก.ค. 69 จะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับการสอบที่พบการทุจริต รวมถึงการพิจารณาผลการสอบและแนวทางที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ย้ำว่า คดีนี้ยังต้องมีการขยายผลต่อ เมื่อจับคนผิดได้ ก็จะมีการขยายวงไปเรื่อย หากใครเกี่ยวข้อง ดำเนินการทั้งหมด ไม่มีละเว้นใครทั้งนั้น และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ปล่อยคนผิดลอยนวลอย่างแน่นอน


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่พบพระ เสียหายวอดทั้งหลัง จ.ตาก

13.36 น. ปภ.ตาก สาขาแม่สอด รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนของประชาชน ในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ ชั้นเดียว เพลิงกำลังโหมลุกไหม้รุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ หน่วยดับเพลิง อบต.พบพระดับเพลิง อบต.ช่อง สมาคมกู้ภัยพายัพ และทีมผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. เข้าร่วมใช้รถน้ำ เข้าระงับเหตุ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา

เบื้องต้นเสียหายวอดทั้งหลัง ขณะเกิดเหตุ ยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ


>> สธ. เดินหน้าตรวจโรงพยาบาลเอกชน ปมรับรองบุตรผิดกฎหมาย เบื้องต้น พบเคสน่าสงสัย 200 ราย เร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 17 ก.ค. นี้

13.50 น. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกรณีมีโรงพยาบาลเอกชนอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรให้เด็กชาวจีนเพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ ว่า เป็นคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนต่อเนื่องจากการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ ก่อนพบความผิดปกติในการแจ้งชื่อบิดาและมารดาของเด็ก

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จึงใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าไปตรวจสอบและขอข้อมูลเวชระเบียนจากโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการขอข้อมูลยังไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลมีความผิด แต่หากพบว่ามีการร่วมกระทำผิดโดยเจตนา จะมีโทษตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 37 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับเอกสารจากโรงพยาบาลเอกชนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำมาตรวจสอบแล้ว 2 แห่ง โดยแห่งแรกพบข้อมูลที่คาดว่าน่าสงสัย 196 เคส ส่วนโรงพยาลแห่งที่ 2 มี 4 เคส โดยจะเร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ก่อนส่งข้อมูลประกอบการสอบสวนของพนักงานสอบสวน หากยังมีข้อสงสัยและจำเป็นต้องตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม หรือ DNA เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานให้ กรม สบส.ดำเนินการต่อไป


>> ตำรวจทางหลวง รวบหนุ่มแอบขโมยตัดท่อเหล็กไฟส่องสว่างริมทาง ส่งขายร้านของเก่า

14.37 น. ตำรวจทางหลวงจังหวัดระยอง รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงเชิงเนิน ว่ามีผู้ลักท่อเหล็กร้อยสายไฟฟ้าส่องสว่าง ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกรมทางหลวง บริเวณทางลงต่างระดับบ้านแลง บนทางหลวงหมายเลข 36 ในพื้นที่อำเภอเมืองระยอง จึงเข้าตรวจสอบทันที

จากการตรวจสอบพบชาย 1 คน อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่จึงพาไปตรวจสอบที่ร้านรับซื้อของเก่า พบท่อเหล็กร้อยสายไฟฟ้า 2 ท่อน วางอยู่ภายในร้าน เจ้าของร้านยืนยันว่าชายดังกล่าวเป็นผู้นำมาขาย พร้อมทั้งรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงตามที่ได้ประสานความร่วมมือกันไว้ล่วงหน้า เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง ดำเนินคดีตามกฎหมายไป


>> ตร.เร่งสรุปปมไฟไหม้ 'โรงเบียร์ลาดพร้าว' ยืนยันยอดเสียชีวิต 32 ราย รอผล พฐ. ชี้ชัด อุบัติเหตุหรือประมาท

16.55 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ 'โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว' ว่า ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วทั้งสิ้น 32 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 77 ราย

​สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วจำนวน 39 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่เหลือซึ่งประเมินอาการอยู่ในกลุ่มวิกฤต (สีแดง) ยังคงต้องพักรักษาตัวและอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

​ในด้านความคืบหน้าของการสืบสวนสอบสวน ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการเรียกสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวนมาก ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มพนักงาน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานบันเทิงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากความประมาทหรือเป็นอุบัติเหตุนั้น จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนมาสนับสนุน

​แม้ว่าขณะนี้รายงานผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานจะยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการชี้ชัดถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้

ทั้งนี้ มีรายงานความคืบหน้าสำคัญว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถกู้ไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุได้ทั้งหมดแล้ว และ​ในขั้นตอนต่อไป ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พร้อมด้วยชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน กำลังเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินคดีมีความคืบหน้าและสามารถให้ความกระจ่างแก่สังคมและครอบครัวผู้สูญเสียได้โดยเร็วที่สุด


>> ศาลไม่ให้ประกัน "พิชิต-วิน" สองผู้ต้องหา "คดีทุจริตสอบท้องถิ่น" หลังยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว

16.59 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายหลังจากทาง พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายพิชิตและนายวิน สองผู้ต้องหา ฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง

ส่วนทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว โดยระบุว่า คดีมีความเสียหายต่อหน่วยงานรัฐและเอกชนในวงกว้าง มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน บางส่วนยังอยู่ระหว่างติดตามตัว เกรงว่าหากปล่อยตัวชั่วคราวอาจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ในเวลาต่อมา ศาลอาญา พิจารณาแล้วมีคำสั่ง ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาทั้งสอง โดยให้เหตุผลเดียวกันว่าพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ข้อกล่าวหามีลักษณะที่ผู้ต้องหาร่วมกับพวกกระทำความผิดเป็นขบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ส่งผลกระทบสร้างความเสียหาย ต่อกลุ่มบุคคลและระบบราชการในวงกว้าง นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง เมื่อพิจารณาประกอบข้อคัดค้าน ของพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปกระทำการอันเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้ผู้ต้องหาทราบโดยเร็ว


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพุทธโอสถ เสียหายหมดทั้งห้อง

19.22 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพุทธโอสถ ถนนมหาเศรษฐ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น ประกอบกิจการผลิตครุฑ เเละใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องเก็บของ เพลิงลุกไหม้ห้องเก็บของเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 35 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่ทราบสาเหตุเนื่องจาก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางรัก


>> เพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณแยกสะพานแดง ห้องเครื่องยนต์เสียหาย

21.22 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณแยกสะพานแดง ถนนเตชะวณิช แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน บึงกาฬ รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องเครื่องยนต์ เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์ รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก แก๊สรถยนต์รั่วไหล ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดุสิต


>> เพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ ซอยบางพรม 24/1 เสียหายหมดทั้งคัน

21.34 น.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยบางพรม 24/1 ถนนบางพรม แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์


>> คนร้าย ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ตามประกบแล้วจ่อยิง หนุ่มนักศึกษาเทคโนฯ เสียชีวิตริมถนนฉลองกรุง ตร.เร่งไล่ล่าจับกุม

21.55 น. อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืน ริมถนนฉลองกรุง ช่วงทางแยกเข้าวัดสุทธาโภชน์ บริเวณหน้าซอยฉลองกรุง 8 ในพื้นที่เขตลาดกระบัง กทม.

ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย ลักษณะถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบชนิด มีบาดแผลเข้าบริเวณท้ายทอย ทะลุออกด้านหน้าริมฝีปาก อาสาสมัครจึงเร่งให้การปฐมพยาบาล พร้อมร้องขอรถกู้ชีพขั้นสูง ทีมกู้ชีพนคราภิบาล เข้าสนับสนุนในจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งดำเนินการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 22 ปี ทราบต่อมาว่า เป็นนักศึกษา ระดับ ปวช. ของวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี

โดยเบื้องต้น ทราบว่า คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขับตามประกบรถ เมื่อสบโอกาส คนที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืน ออกมาจ่อยิงใส่ในระยะเผาขน จนร่างร่วงตกจากรถ ก่อนที่จะบิดคันเร่งหลบหนีไป

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ฉลองกรุง พร้อมฝ่ายสืบสวน กำลังเร่งเช็กวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีเพื่อนำผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> สาวขี่จักรยานยนต์ เสียหลักหลุดโค้ง พุ่งจมคูน้ำ ทั้งรถและคนเสียชีวิต จ.นนทบุรี

03.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พุ่งลงคูน้ำข้างทาง ริมถนนบางกรวย - ไทรน้อย ช่วงใกล้เคียงซอยบางเลน 7 ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีเทา ป้ายทะเบียน ปทุมธานี จมอยู่ในคูน้ำ สภาพเครื่องยังสตาร์ทติด ใกล้กัน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา คือ หญิงไทย อายุ 32 ปี  สภาพศพมีบาดแผลบริเวณหน้าผากฝั่งซ้าย ช่วงปลายคิ้ว มีเลือดไหลจำนวนมาก


ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบร่องรอยครูดบนพื้นถนน จากบริเวณทางโค้งยาวถึงบ่อน้ำ ระยะทาง ประมาณ 20 เมตรรวมถึงรองเท้าและแว่นตาตกอยู่

ชายพลเมืองดี อายุ 32 ปี เล่าว่า ในระหว่างที่ตนเองขับรถมาจากวงเวียนการไฟฟ้าบางใหญ่เก่า มุ่งหน้าไปทางถนนรัตนาธิเบศร์ ช่วงก่อนถึงทางโค้ง หางตาสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์วิ่งสวนทางไป จนกระทั่งได้ยินเสียงดัง ด้วยความสงสัยจึงไปวนรถกลับมาและพบรถจักรยานยนต์จมอยู่ในบ่อน้ำริมทาง แต่ไม่พบคนจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง จึงได้พบร่างของผู้ขับขี่จมอยู่ในน้ำเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์คันดังเดียวกันที่วิ่งสวนกันไปก่อนหน้า

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ กล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ โดยสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วและเกิดเสียหลักหลุดโค้งจนทำให้ทั้งรถและคนไถลตกลงไปในบ่อน้ำเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุอีกครั้งว่าจะเป็นการล้มเองหรือมีรถอื่นเฉี่ยวชน จากนั้นจึงได้มอบผู้เสียชีวิต ให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

04.01 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ความลึก 7 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

04.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว 2.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 130 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม