วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 08:54 น.
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2569 ว่า ที่ประชุมมีการรายงานเกี่ยวกับผลการตรวจพยาธิใบไม้ตับของนักศึกษาในพื้นที่ จ.มหาสารคาม โดยมีข้อสรุปว่า
1.ชุดทดสอบ กรมควบคุมโรคจะร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สรุปแนวทางการใช้ชุดทดสอบทางปัสสาวะในทางเทคนิคว่าควรใช้อย่างไร และ
2.การกำหนดไกด์ไลน์ ซึ่งกรมควบคุมโรคมีแนวทางเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว คือ จะทานยาต่อเมื่อตรวจอุจจาระแล้วพบผลบวก อย่างไรก็ตาม จะประชุมร่วมกันกับทางผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อในมหาวิทยาลัยและ สปสช. เพื่อทบทวนว่าควรใช้ไกด์ไลน์ที่บอกว่า ตรวจปัสสาวะแล้วพบบวก ให้ผู้ป่วยพิจารณาว่าเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงแล้วกินยาหรือไม่
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า เดิมชุดทดสอบเป็นการทดสอบในห้องแล็บในสถานการณ์ที่มีการติดเชื้อเยอะ โดยเอาตัวอย่างที่มีไข่พยาธิและไม่มีไข่พยาธิมารวมกัน เป็นว่ามีสถานการณ์ติดเชื้ออยู่ 50% แล้วทำเป็นความไวกับความแม่นยำ แต่ชุดทดสอบนี้ถ้าใช้ในสถานการณ์ที่ภาวะความชุกของโรคลดลงเหลือ 40% หรือ 30% ความไวความแม่นยำก็ลดลง ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมควบคุมโรคก็จะไปดูตรงนี้และสรุปอีกครั้ง เพราะความชุกของโรคที่เรามีสถิติไว้มีแค่ 5% จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ทำให้เราไม่รู้พื้นที่อีสานตอนนี้ความชุกของโรคอยู่ที่เท่าไร ก็มีข้อสงสัยว่าการแปลผลนี้ควรจะแปลผลอย่างไร และมีความแม่นยำอย่างไร
ส่วนกรณีว่ายังไม่ควรใช้ชุดทดสอบนี้มาเป็นมาตรฐานในการตรวจคัดกรองการติดพยาธิใบไม้ตับตอนนี้ใช่หรือไม่ นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า จริงๆ เป็นเจตนาดีของคนทำวิจัย คือการตรวจอุจจาระเป็นเรื่องยุ่งยาก และไม่ค่อยมีใครให้ความร่วมมือ เลยคิดว่าการตรวจปัสสาวะคงจะช่วยให้สะดวกมากขึ้น เพียงแต่ว่าการจะเอามาใช้ยังอยู่ในช่วงของการประเมิน ซึ่งเป็นการกระโดดจากห้องแล็บมาใช้ของจริง ก็กำลังแปลว่าในพื้นที่มีการติดเชื้อ คงอยู่ในช่วงของการดูงานวิจัยว่าสถานการณ์จริง เราทดสอบแล้วผลยังเป็นไปตามห้องแล็บไหม
นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผลการตรวจจากชุดทดสอบของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยพื้นที่มหาสารคามมีผลบวก 380 คน มีการตรวจอุจจาระแล้ว 292 คน ผลเจอเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ 4 ราย ส่วนอีก 11 รายเป็นเชื้อพยาธิชนิดอื่น เช่น พยาธิตัวตืด เป็นต้น
ถามย้ำว่าแสดงว่าผลจากชุดทดสอบยังมีความแกว่งจากการตรวจอุจจาระอยู่มากใช่หรือไม่ นพ.นิติกล่าวว่า ตอนนี้ยังมีความแตกต่างอยู่ กรมควบคุมโรคจึงยังถือตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกในการตรวจคือ ตรวจจากอุจจาระ
นพ.ยงเจือ เหล่าศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า สธ.ยังใช้แนวทางตรวจคัดกรองตามองค์การอนามัยโลก ให้ใช้การตรวจอุจจาระเป็นหลักแล้วจะจ่ายยาเมื่อพบเป็นบวกว่าเป็นพยาธิจริง ส่วนการตรวจโดยชุดตรวจปัสสาวะนั้นจะเป็นแบบ Selftest คือทดสอบเบื้องต้น ถ้าเป็นผลบวกให้มีการตรวจเพิ่มเติม
นพ.สมฤกษ์กล่าวว่า เรื่องพยาธิใบไม้ตับเรากังวล "มะเร็งท่อน้ำดี" การติดพยาธิใบไม้ตับใช้เวลานานกว่าจะเป็น ฉะนั้น การแพทย์เราแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.อยู่ในพื้นที่เสี่ยง จะมีกระบวนการตรวจวินิจฉัยมะเร็งท่อน้ำดีให้เร็วขึ้นก็จะเป็นผลการรักษาที่ดี ปัจจุบันมีการทำอัลตราซาวนด์คนในพื้นที่
2.การป้องกันการติดเชื้อมีส่วนสำคัญ ทั้งเรื่องสุขาภิบาลต่างๆ พฤติกรรมการบริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ ต้องสร้างความรู้และเปลี่ยนพฤติกรรม ส่วนการตรวจและทานยาเป็นหนึ่งในปัจจัย หวังว่าความตั้งใจของการศึกษานี้ให้เกิดการตรวจที่สะดวกมากขึ้น แต่ต้องดูที่การศึกษาในภาคสนามถึงจะเอามาใช้จริง