วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:32 น.
วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการเร่งรัด ติดตาม ตรวจสอบผลการดำเนินการ และสรุปสถานภาพอุบัติเหตุทางถนน ในรอบ 9 เดือน (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) ที่ผ่านมา ใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ กำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของประชาชน บรรลุตามเป้าหมายที่ ตร.กำหนด
คณะป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ศจร.ตร. ได้รายงานข้อมูลว่า จากการเปรียบเทียบสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และ พ.ศ. 2569 พบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตในภาพรวมลดลงจาก 9,784 ราย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เหลือ 8,995 ราย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ลดลง 789 ราย หรือประมาณร้อยละ 8.06 โดยหลายพื้นที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้อย่างชัดเจน สะท้อนถึงผลจากการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของ ศจร.ตร. ร่วมกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่
สำหรับระดับจังหวัดที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้สูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ จังหวัดพังงา ผู้เสียชีวิตลดลงจาก 62 ราย เหลือ 32 ราย ลดลง 30 ราย หรือร้อยละ 48.39, จังหวัดอำนาจเจริญ ลดลงจาก 64 ราย เหลือ 38 ราย ลดลง 26 ราย หรือร้อยละ 40.63 และ จังหวัดตรัง ลดลงจาก 112 ราย เหลือ 67 ราย ลดลง 45 ราย หรือร้อยละ 40.18
ขณะที่ระดับกองบัญชาการที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้สูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 9 ลดลงจาก 629 ราย เหลือ 507 ราย ลดลง 122 ราย หรือร้อยละ 19.40, ตำรวจภูธรภาค 3 ลดลงจาก 1,425 ราย เหลือ 1,166 ราย ลดลง 259 ราย หรือร้อยละ 18.18 และ ตำรวจภูธรภาค 2 ลดลงจาก 1,119 ราย เหลือ 940 ราย ลดลง 179 ราย หรือร้อยละ 16
คณะทำงานฯ ได้วิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุและจุดเสี่ยงในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไขปัญหาแล้วกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ โดยนำข้อมูลสถิติ สภาพพื้นที่ สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยง มาใช้กำหนดมาตรการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การจัดการจราจร การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและกายภาพของถนน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน
พล.ต.อ.สมประสงค์ฯ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนถึงความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การลดลงของตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการทำงาน ทุกหน่วยยังต้องขับเคลื่อนมาตรการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อให้จำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลดลงได้มากยิ่งขึ้น โดยให้ระดับสถานีตำรวจขับเคลื่อน Action Plan อย่างจริงจังและสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่
สำหรับพื้นที่ที่จำนวนผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นหรือยังไม่สามารถลดลงได้ตามเป้าหมาย ให้เร่งวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกถึงสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง จุดเสี่ยง ช่วงเวลา และพฤติกรรมที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงปัญหาและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน พร้อมดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยนำผลการวิเคราะห์มากำหนดแนวทางให้ตรงกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ และติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้น
นอกจากนี้ ให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน พร้อมสร้างและขยายเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปลูกฝังจิตสำนึกด้านวินัยจราจรตั้งแต่เด็กและเยาวชน ให้ตระหนักถึงผลกระทบและความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อผู้ประสบเหตุและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม
พล.ต.อ.สมประสงค์ฯ กล่าวย้ำว่า แม้ผลการดำเนินงานในภาพรวมและหลายพื้นที่จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ทุกชีวิตที่สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นความสูญเสียที่สำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลเป็นฐานในการวิเคราะห์ปัญหา บังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการป้องกัน การแก้ไขจุดเสี่ยง การประชาสัมพันธ์ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ถนนของประเทศไทยมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


