หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 กรกฎคม 2569

วันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 05:15 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 กรกฎคม 2569

>> รถประจำทาง พุ่งชนต้นไม้หักริมถนนลาดพร้าว ผู้โดยสารเจ็บ 10 ราย

07.13 น. รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถประจำทางปรับอากาศ สีฟ้า พุ่งชนต้นไม้และเสาไฟฟ้า บนถนนลาดพร้าว ใกล้ซอยลาดพร้าว 112 หน้าโรงเรียนบางกอกศึกษา ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถประจำทางปรับอากาศ สีฟ้า สาย 1-54 (มีนบุรี-สวนลุมฯ) ทะเบียน กทม. สภาพหน้ารถพังยับ กระจกแตกร้าว พุ่งชนตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าและต้นไม้ริมทางหักโค่นเสียหาย ผู้โดยสารเจ็บ 10 ราย เป็นชาย 2 ราย และหญิง 8 ราย อาสาสมัครกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลเพชรเวช จำนวน 7 ราย และนำส่งโรงพยาบาลลาดพร้าว จำนวน 3 ราย ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

>> ตำรวจสืบสวนนครบาล 3 ทลายแหล่งพักยาย่านคลองสามวา พบยาบ้ากว่า 3.9 ล้านเม็ด

10.30 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ร่วมกันแถลงผลการทลายแหล่งพักยาเสพติดรายใหญ่ย่านคลองสามวา

โดยชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา ชาย 2 ราย พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าประมาณ 3,910,000 เม็ด, รถตู้โตโยต้า สีบรอนด์เงิน หมวดทะเบียน ปทุมธานี (ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด), รถยนต์กระบะตู้ทึบโตโยต้า หมวดทะเบียน กรุงเทพฯ (ใช้ลำเลียง) และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาเสพติด จับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถภายในซอยประชาร่วมใจ 7 แยก 19 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ

แจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ”

พฤติการณ์ก่อนจับกุม ชุดสืบสวน บก.น.3 สืบทราบว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบนำยาบ้าจำนวนมหาศาลมาจอดทิ้งไว้ในรถตู้ภายในซอยประชาร่วมใจ 7 เพื่อรอส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ได้วางแผนนำกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย ได้มีรถกระบะตู้ทึบขับเข้ามาจอดเทียบ และมีชาย 2 รายลงจากรถ จากนั้นทั้งสองคนได้ช่วยกันยกถุงพลาสติกสีดำบรรจุยาบ้าจากรถตู้เปลี่ยนถ่ายขึ้นท้ายรถกระบะตู้ทึบ จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมทันที

>> พ่อทิพย์-แม่ทิพย์ คอตก ศาลไม่ให้ประกันตัว คุมตัวนอนคุกคืนแรก ชี้พฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง

12.30 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ จากกรณีตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการรับแจ้งเกิดเท็จ หรือขบวนการ “พ่อทิพย์-แม่ทิพย์” ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดทำเอกสารเท็จเพื่อสวมสิทธิให้เด็กต่างชาติ พบผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวจีน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรทางการแพทย์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการรวม 27 คน อ่านข่าว คุมตัวผู้ต้องหา “พ่อทิพย์-แม่ทิพย์” 27 คน ขบวนการแจ้งเกิดเท็จ ฝากขัง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 27 คนไปขออำนาจศาลฝากขัง ก่อนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาทั้ง 27 คน โดยมีผู้ต้องหา 26 คน ยื่นขอคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนี้ ส่วนอีก 1 คนไม่ยื่นขอคำร้อง

ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตเนื่องจากพฤติการณ์ตามคำร้องขอฝากขังเป็นเรื่องร้ายแรง มีลักษณะกระทำเป็นขบวนการ เกี่ยวข้องกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เป็นภัยต่อความมั่นคง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

>> พลเมืองดี ลงไปช่วยรถพุ่งตกคลอง จากฝนตกถนนลื่น ช่วยเสร็จเดินขึ้นมา เจอกระบะเสียหลักอีกคัน พุ่งเข้าชนใส่ร่างเสียชีวิต

14.30 น. เกิดอุบัติเหตุรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ขับมาจากเขาค้อ มุ่งหน้า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เมื่อมาถึงบริเวณสะพาน 2 ฝายวังบอน ต.น้ำชุน ขณะนั้นมีฝนตก ทำให้รถเสียหลักชนการ์ดเลนและพุ่งตกลงไปในคลอง ต่อมา นายกิตติศักดิ์ อายุ 39 ปี ชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวเห็นเหตุการณ์ จึงได้วิ่งข้ามถนนไปพร้อมญาติ ๆ อีก 2 คน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุจนเสร็จสิ้น

ขณะที่ นายกิตติศักดิ์ กำลังจะเดินขึ้นมาจากคลอง ได้มีกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ ขับมาและได้เสียหลักพุ่งลงข้างทาง ก่อนชนร่าง นายกิตติศักดิ์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อาสากู้ภัยกกไทรหล่มสัก ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา สำหรับร่าง นายกิตติศักดิ์ ญาติได้นำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดประชุมคงคาราม ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก มีพิธีสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 11-15 ก.ค. และจะมีพิธีฌาปนกิจวันที่ 16 ก.ค. เวลา 16.00 น.

>> พบร่างชาวนา วัย 50 ปี ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต

15.50 น. ร.ต.อ.ไกรวิทย์ ศรีอุ่นดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบางระกำ โดยจุดเกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนาพื้นที่หมู่ที่ 10 บ้านบึงน้อย ต.บ่อทอง อ.บางระกำ ชุดสืบสวนพร้อมประสานตำรวจวิทยาการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมผู้เกี่ยวข้อง

โดยที่เกิดเหตุกลางทุ่งนาห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 500 เมตร มีเพิงพักสร้างไว้อย่างดีและมีระบบโซลาร์เซลล์พร้อมเครื่องสูบน้ำ พบกองเลือดที่พื้นอยู่จำนวนมาก ผู้เสียชีวิต ชื่อนาย ชนก อายุ 55 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธของมีคมฟันเข้าที่ใบหน้า กกหู และท้ายทอย เบ้าตาเขียวช้ำบวมปูด เสียเลือดจำนวนมาก โดยชาวบ้านมาพบร่าง จึงเร่งแจ้งญาติให้พาส่ง รพ.บางระกำ แต่สุดท้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบถามอาเขยของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้พบร่างคนแรกให้การว่า นายชนก ประกอบอาชีพทำนาประมาณ 100 ไร่ โดยปกติทุกวันจะขี่จักรยานยนต์พ่วงข้าง ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ เพื่อมาดูนาข้าวที่ปลูกเอาไว้ยังจุดเกิดเหตุ และจะกลับเข้าบ้านไปกินข้าวเช้าช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. เป็นประจำทุกวัน แต่วันนี้หายไปนานจนผิดสังเกต จึงติดตามออกมาดูก็พบว่า นายชนก นั่งก้มหน้าฟุบจมกองเลือดอยู่ในเพิงพัก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่หาเบาะแสเชื่อมโยงในคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว สันนิษฐานคาดว่าอาจจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์หรือไม่ เพราะผู้ตายมักชอบพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมาก หรือจะเป็นเหตุการณ์ซึ่งหน้า เพราะชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า มีคนร้ายกำลังอาละวาดตระเวนลักเครื่องสูบน้ำและลักตัดสายไฟโซลาร์เซลล์ไปขาย ทางตำรวจชุดสืบสวนจะเร่งคลี่คลายคดีนี้ พร้อมจะสอบปากคำพยานแวดล้อมอื่นๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

>> ระทึกกลางทาง รถไฟด่วนพิเศษขบวน 7 เครื่องยนต์หลุดตกคาราง ไปต่อไม่ได้ ย้ายผู้โดยสารไปสถานีลำปาง ใช้เวลาถอดกว่า 4 ชั่วโมง

16.00 น. เกิดเหตุรถไฟด่วนพิเศษ ขบวน 7 เป็นขบวนรถดีเซลรางปรับอากาศสายเหนือ เส้นทาง กรุงเทพอภิวัฒน์ – เชียงใหม่ ออกเดินทางจากสถานีต้นทาง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา 09.05 น. ต้องหยุดรถฉุกเฉินในช่วงระหว่างสถานีหนองวัวเฒ่า-สถานีรถไฟนครลำปาง เขตบ้านหนองห้า ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ในเวลาดังกล่าว เนื่องจากเครื่องยนต์ขัดข้อง เวลา 19.30 น.

จากการสอบถาม นายพีระเดช วงศ์คำ นายสถานีรถไฟนครลำปาง กล่าวว่า สาเหตุดังกล่าวเนื่องจากเครื่องยนต์ main รถคันที่ 2 ใกล้บริเวณล้อรถด้านขวาหลุดตกลงไปในพื้นราง ขณะที่ขับมาถึงบริเวณใต้สะพานลอยบ้านกาดเมฆ คนขับสังเกตเห็นมีควันขึ้นจึงได้หยุดรถ เข้ามาดูจึงทราบว่าฝาครอบเครื่องแตกเสียหาย จึงได้ขนถ่ายผู้โดยสารนั่งรถทัวร์ไปยังสถานีรถไฟนครลำปางเพื่อเดินทางต่อไป ส่วนเครื่องยนต์ต้องถอดออกจากเพื่อนำไปส่งซ่อมที่ศูนย์ซ่อมกรุงเทพฯ โดยมีช่างซ่อมเครื่องจักรจากแขวงรถจักรลำปาง รฟท. เข้ามาช่วยกันถอดเครื่องยนต์ดังกล่าวออกจากใต้ท้องรถ

จากการตรวจสอบทราบว่า เครื่องยนต์ดังกล่าวมีน้ำหนักมาก แล้วติดอยู่กับพื้นหินใต้ราง เจ้าหน้าที่ต้องใช้โซ่ดึงเครื่องออกมาเพื่อที่จะเคลื่อนขบวนรถไฟไปยังสถานีรถไฟนครลำปาง เพื่อซ่อมแซมโดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงจึงสามารถถอดเครื่องยนต์ออกมา และเคลื่อนรถไฟเข้าสู่สถานีได้ในเวลา 19.30 น.ทั้งนี้ขบวนรถดังกล่าวมี 3 ตู้โดยเครื่องยนต์ที่เสียเป็นตู้ขบวนที่ 2 ซึ่งเป็นขบวนตรงกลาง เนื่องจากอายุการใช้งานมานานกว่า 40 ปี

>> ตำรวจตระเวนชายแดน สกัดจับรถบรรทุก จ.เชียงราย พบยาไอซ์ลอตใหญ่ 300 กิโลกรัม

17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.327 นำกำลังสกัดกั้นจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานทางการข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาจากพื้นที่แนวชายแดน โดยใช้รถบรรทุกเป็นยานพาหนะ จึงดำเนินการสืบสวนจนกระทั่งพบรถบรรทุกกึ่งพ่วงต้องสงสัยขับเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงราย

จากการตรวจสอบภายในห้องโดยสาร พบผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 2 คน พบช่องลับบริเวณด้านหลังเบาะที่นั่ง ซึ่งถูกดัดแปลงไว้สำหรับซุกซ่อนวัตถุต้องสงสัย เมื่อเปิดออกดูพบเป็นบรรจุภัณฑ์ยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงทำการสุ่มตรวจด้วยชุดทดสอบสารเสพติดเบื้องต้น พบผลเป็นเมทแอมเฟตามีนจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดไปยังกองร้อย ตชด.327 พร้อมทั้งส่งทีมสืบสวนเร่งขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการและนายทุนที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป

>> เตรียมเสนอปิด 5 ปี ผับดังกลางเมืองนางรอง หลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจ ไม่มีใบอนุญาต ปล่อยเยาวชนเข้ามาเที่ยว และเปิดเกินเวลา

18.30 น. จากกรณีชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับ นายปรัชญา สุวรรณทา นายอำเภอนางรอง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง บุกตรวจสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในอำเภอนางรอง ร่วมปฏิบัติการผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการสถานบริการดังกล่าว มีการลักลอบเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการ

จากการเข้าตรวจสอบ พบมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังใช้บริการ พร้อมการแสดงดนตรีและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการตรวจสอบพบว่า สถานบริการดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ เปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยให้เด็ก เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวน 9 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้แยกตรวจสอบข้อมูล ประสานผู้ปกครอง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมกันนี้ยังได้ทำการตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย และตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ทั้งพนักงานและนักท่องเที่ยว แต่ไม่พบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมผู้จัดการร้าน ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์, ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด, โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม เบื้องเตรียมเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการสั่งปิดสถานบริการดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปีด้วย

>> เพลิงไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ย่านลำลูกกา คลอง 7 อยู่ระหว่างลุกลาม ยังควบคุมเพลิงไม่ได้

21.20 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ลำลูกกา ย่านคลอง 7 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ร.ต.อ.(หญิง) มาลัยรัตน์ ศรีแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ และร้านรับซื้อของเก่า ถนนเลียบคลองเจ็ด อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี รถดับเพลิงจำนวน 8 คัน รถอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุเป็นโกดังทำเฟอร์นิเจอร์ไม่มีชื่อ ตั้งอยู่ใกล้ริมถนนเลียบคลองเจ็ด เจ้าหน้าที่พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ภายในโกดังทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลัง จึงเร่งระดับใช้น้ำฉีดสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลาม แต่เนื่องจากภายในโกดังมีวัสดุไม้ทำเฟอร์นิเจอร์และเศษไม้ และยังมีน้ำมัน ทินเนอร์ อยู่ด้วย จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนไฟลามไปโกดังข้างเคียง ซึ่งเป็นร้านรับซื้อของเก่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงฉีดน้ำดับเพลิงอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยเพลิงสงบลงเวลา 22.50 น. ที่เกิดเหตุไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ 
 

ข่าวยอดนิยม