24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 กรกฏาคม 2569
>> พระธุดงค์ 12 รูป พลัดหลงป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกุง จ.สุราษฎร์ธานี สูญหายอีก 1 รูป เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือ
09.30 น. นายสงบ สะโตน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุพระธุดงค์จำนวน 12 รูป พลัดหลงป่าในพื้นที่บ้านบางจำ หมู่ 15 ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการเข้าให้การช่วยเหลือค้นหาผู้สูญหาย และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
ทั้งนี้พระธุดงค์ ทั้งหมด 12 รูป เดินเท้าธุดงเลาะริมลำธาร จากพื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านนา อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เข้ามายังพื้นที่ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 69 โดยได้นำสิ่งของบรรทุกในแพไม้ไผ่ล่องมาตามลำน้ำ ต่อมาเกิดเหตุทำให้พระในคณะบาดเจ็บ จึงเเยกกันเดินมาเพื่อขอความช่วยเหลือแล้วเกิดพลัดหลงป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทีมกู้ภัย และชาวบ้านในพื้นที่ ได้ทำการค้นหาและช่วยเหลือแล้ว 11 รูป ส่วนอีก 1 รูป อยู่ระหว่างการค้นหา ความคืบหน้าจะเเจ้งให้ทราบต่อไป
>> กระบะเสียหลักชนต้นไม้ ถนนลำปาง – ตาก รับแจ้งเสียชีวิต 2 ราย ติดภายในรถ จ.ลำปาง
09.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.เถิน จ.ลำปาง รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ บริเวณ ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาขึ้น หลักกิโลเมตรที่ 640 ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน อุดรธานี ลักษณะชนเข้ากับต้นไม้ในร้องกลางถนน สภาพพังเสียหายอย่างหนักจากแรงชน ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายไทย ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
จากการสอบถามเพื่อนของผู้เสียชีวิต ซึ่งขับรถเดินทางตามกันมา ให้ข้อมูลว่า ทั้งหมดเพิ่งเดินทางออกจาก เขื่อนภูมิพล และกำลังมุ่งหน้าไปยัง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ก่อนรถของผู้เสียชีวิตจะเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน พ.ต.ท.สมบัติ พุ่มเพ็ชรษา สว.(สอบสวน) สภ.เถิน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
>> “กองกำลังสุรนารี” ควบคุมตัวชาย 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า กว่า 728,000 เม็ด ระหว่างการลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
10.00 น. กองกำลังสุรนารี โดย ที่บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้รับแจ้งจากพลเมืองว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี จึงจัดกำลังบูรณาการร่วมกับ กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 23, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี, กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 227, สถานีตำรวจภูธรเขมราฐ, และ ฝ่ายปกครอง อ.เขมราฐ ทำการลาดตระเวนซุ่มสกัดจับ พบรถยนต์ต้องสงสัย ขับมาจอดอยู่ในพื้นที่
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวทำการเข้าตรวจสอบพบกระสอบต้องสงสัย 4 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่ในป่า ภายในเป็นยาบ้า 728,000 เม็ด และสามารถควบคุมตัวผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย ปัจจุบันหน่วยได้ส่งตัวผู้กระทำความผิดพร้อมของกลางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> นายกฯ ไทย–มาเลเซีย เปิดถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่–บูกิตกายูฮิตัม อย่างเป็นทางการ เปิดประตูเศรษฐกิจชายแดน
10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ร่วมกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือไทย–มาเลเซียในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ
ถนนเชื่อมต่อสายนี้จะเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการใช้สัญจรและขนส่งสินค้าได้วันที่ 11 ก.ค. 69 เป็นต้นไป หลังทั้งสองประเทศร่วมกันผลักดันโครงการต่อเนื่องหลายปี จนสามารถเชื่อมด่านศุลกากรของทั้งสองฝ่ายเข้าหากันได้อย่างสมบูรณ์
นายกฯ กล่าวว่า ด่านสะเดาแห่งใหม่เป็น “ประตูเศรษฐกิจ” ที่จะเชื่อมโยงผู้คน การค้า และการลงทุนของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ถือเป็นประตูการค้าชายแดนที่สำคัญที่สุดของไทยกับมาเลเซีย และเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งหลักของภูมิภาค อำนวยความสะดวกทั้งการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเดินทางระหว่างสองประเทศ
รัฐบาลเชื่อว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงชายแดนในครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมสร้างความแข็งแกร่งให้สองประเทศเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคในระยะยาว
โอกาสนี้ นายกฯ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อปี 2568
>> “ชัชชาติ” รุดติดตามความก้าวหน้าแก้ไขอุโมงค์สายสีม่วงใต้ใกล้วงเวียนใหญ่น้ำรั่ว สั่งอพยพในรัศมี 30 เมตร
10.38 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินน้ำใต้ดินรั่วซึมและไหลทะลักเข้าบริเวณจุดรอยต่อของบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ บริเวณใกล้แยกวงเวียนใหญ่ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมานั้น
นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาและตรวจสอบความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายชัชชาติระบุว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์ปริมาณน้ำไหลทะลักจะเริ่มทรงตัวจากการเร่งสูบน้ำและระดมฉีด คอนกรีตผสมสารเกาะตัวอุดรอยรั่ว แต่ยังวางใจไม่ได้ 100% เนื่องจากพบการทรุดตัวเพิ่มของพื้นผิวถนนในบริเวณใกล้เคียง ทาง กทม. จึงได้ประสานออกคำสั่งให้อพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาคารพาณิชย์โดยรอบรัศมี 30 เมตรออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว และงดใช้อาคารเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของชีวิตและทรัพย์สิน
ด้านการจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บุปผาราม ได้ร่วมกับ กทม. สั่งปิดการจราจรเด็ดขาดบนถนนประชาธิปก ฝั่งขาเข้า (ตั้งแต่แยกบ้านแขกมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่) รวมระยะทางกว่า 200 เมตร เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนจากรถยนต์บนพื้นผิวทาง ป้องกันไม่ให้อาคารข้างเคียงเกิดการแตกร้าวหรือถล่มลงมาเพิ่มเติม โดยให้รถไปเบี่ยงใช้ฝั่งขาออกและแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนอิสรภาพแทน
ในขณะที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมการขนส่งทางราง ยืนยันว่าเหตุน้ำรั่วซึมดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอุโมงค์รถไฟฟ้า โดยได้ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตั้งเครื่องตรวจวัดการเคลื่อนตัวของอาคารอัตโนมัติเพื่อเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมแผนติดตั้งระบบสูบน้ำใต้ดินเพื่อเริ่มสูบน้ำออกอย่างเต็มกำลัง ควบคู่ไปกับการทำกำแพงกันน้ำใต้ดิน (Curtain Wall) ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์
>> รวบ 2 ผู้ต้องหา หญิงไทย - สาวฟิลิปปินส์ ลักลอบ ขนช่อดอกกัญชากว่า 32 กก. ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋า
11.37 น. เจ้าหน้าที่ ศุลกากรด่านท่าอากาศยานภูเก็ต จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย หลังพยายามลักลอบนำช่อดอกกัญชา ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต หมู่ 6 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
รายแรก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางล้อลากสีดำ จำนวน 1 ใบ ของ น.ส. เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ พบช่อดอกกัญชา บรรจุในถุงสูญญากาศ จำนวน 14 ห่อ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 14.5 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง
จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่า กระเป๋าเดินทางและของกลางทั้งหมดเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “พยายามนำของออกไปนอกราชอาณาจักรโดยที่ของยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางล้อลากต้องสงสัย สีเขียว ของ น.ส. บี (นามสมมุติ) สัญชาติไทย พบช่อดอกกัญชาบรรจุถุงสูญญากาศ จำนวน 16 ห่อ น้ำหนักรวม 17.6 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋า
ผู้ต้องหารายดังกล่าวรับสารภาพว่า กระเป๋าเดินทางและของกลางทั้งหมดเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> คนส่งกระเป๋าช้างซุกเฮโรอีน สารภาพทำแลกค่าจ้าง 1 แสน อ้างทำมาแล้ว 2-3 ครั้ง
12.01 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังทีมสืบนครบาล และตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกรวบตัว “นายออ” (นามสมมุติ) คนใช้แชทชื่อ ”ริน ริน“ ที่มาส่งกระเป๋าผ้าลายช้างซุกเฮโรอีนให้นายอุทัย ก่อนไปฝากให้แอร์สาวมีนา หิ้วไปส่งที่ออสเตรเลียจนถูกจับกุมได้ โดยสามารถจับกุมนายเอกวิทย์ ได้ที่ จ.พะเยา เจ้าตัวรับสารภาพว่าได้ค่าจ้างครั้งละ 100,000บาท พร้อมอ้างว่าทำมาแล้ว 2-3 ครั้ง
ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ บช.ปส. ระบุ "นายออ“ หรือ รินริน เป็นคนจัดหากระเป๋าและนำกระเป๋าไปส่งให้นายอุทัย แต่ไม่ใช่คนบรรจุยาและไม่ใช่เจ้าของแชท ”Rose“ แต่เป็นญาติสนิทกัน
สำหรับไทม์ไลน์ของขบวนการสำคัญนี้ ในคดีที่เจ้าหน้าที่สืบสวนถึงขณะนี้ นายออก รับสารภาพว่าเป็นคนซื้อกระเป๋าผ้าลายช้างจากจังหวัดเชียงใหม่ ได้ค่าจ้างครั้งละ 100,000 บาท และอ้างว่าทำมาแล้ว 2-3 ครั้ง, นำกระเป๋าไปวางไว้ตามจุดนัดหมายริมหลักกิโลเมตร, ลูกน้องของผู้ใช้แชต “RoseRose” มารับกระเป๋าไปซุกซ่อนเฮโรอีน ก่อนนำกลับมาวางคืนพร้อมเงินสด 100,000 บาท, นายออก รับกระเป๋าคืน ก่อนส่งต่อให้นายอุทัย ซึ่งได้รับค่าจ้างอีก 60,000 บาท ผ่านการฝากเงินสดเข้าตู้ และ กระเป๋าถูกส่งถึง “แอร์มินา” เพื่อรับหิ้วออกนอกประเทศไปออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่เชื่อคำให้การทั้งหมด แม้นายเอกวิทย์จะอ้างว่าเฮโรอีนถูกบรรจุในประเทศลาว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะพบข้อมูลว่ามีกลุ่มในจังหวัดพะเยาที่สามารถดัดแปลงกระเป๋าลักษณะนี้ได้
>> จับหนุ่มเชียงใหม่ ตระเวนงัดบ้านประชาชนในพื้นที่ อ.แม่ริม สูญเงินเกือบล้าน
12.59 น. ฝ่ายสืบสวน สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จับกุมนายจัก(นามสมมุติ) อายุ 34 ปี โดยจับกุมได้ที่รีสอร์ต พื้นที่บ้านปางไฮ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้ จนท.ตำรวจ สภ.แม่ริม ได้รับแจ้งมีเหตุงัดแงะบ้านเรือนประชาชนในอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อ 21 มิ.ย.69 พร้อมชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านที่เกิดเหตุ แต่คาดว่าคนร้ายจะตัดสายเ และมีการวางแผนและเตรียมการมาอย่างดี แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจนสามารถทราบที่พัก
จึงสามารถจับกุมตัวคนร้ายพร้อมของกลางได้ เป็นเครื่องมืองัดแงะ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทรัพย์สินบางรายการ จึงได้ตรวจยึด พร้อมนำตัวส่ง พงส.สภ.แม่ริม ดำเนินคดีต่อไป
>> นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งรับมือฤดูฝน สร้างความมั่นใจประชาชน พร้อมต่อยอดความร่วมมือไทย–มาเลเซีย
13.10 น. ณ คลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมคลองภูมินาถดำริ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยของอำเภอหาดใหญ่ พร้อมรับฟังรายงานจากกรมชลประทานเกี่ยวกับความพร้อมของระบบระบายน้ำก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบจุดที่ได้รับความเสียหายและติดตามแผนซ่อมแซมอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ระบบระบายน้ำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงน้ำท่วม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถควบคุมธรรมชาติได้ แต่สามารถเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด จึงได้เร่งวางมาตรการป้องกันอุทกภัยล่วงหน้า ทั้งการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน การเตรียมงบประมาณ การจัดแผนเผชิญเหตุ ศูนย์อพยพ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยย้ำว่า ทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก ไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้
จากนั้น นายกรัฐมนตรีพบปะประชาชนที่วัดท่าช้าง โดยย้ำว่า อำเภอหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ หากได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะกระทบต่อประชาชน การค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนในวงกว้าง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแรงของคลองภูมินาถดำริและระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของพื้นที่
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงผลการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการว่า ทั้งสองประเทศเห็นพ้องเดินหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การค้า และการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ชายแดนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนภาคใต้มากยิ่งขึ้น
>> บุกท่าเรือสตูล จับบุหรี่เถื่อน ยึดของกลางนับหมื่นซอง ค่าปรับกว่า 9 ล้านบาท
13.24 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันตรวจยึดของกลาง บุหรี่ต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี บรรจุอยู่ในลังกระดาษ จำนวน 20 ลัง บรรจุลังละ 50 คอตตอน คอตตอนละ 10 ซอง รวมจำนวนทั้งสิ้น 10,000 ซอง มูลค่าของกลางประมาณ 900,000 บาท มูลค่าปรับเป็นเงิน 9,420,000 บาท ทั้งนี้ ลังพัสดุกระดาษสีน้ำตาลที่ใช้บรรจุ มีขนาดกว้าง 45 ซม. ยาว 24 ซม. ความสูง 57 ซม. สถานที่ตรวจยึด ท่าเรือบ้านทางยาง อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล
โดยเมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด ได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบนำยาสูบต่างประเทศที่มิได้เสียภาษีจำนวนมาก เข้ามาส่งที่ท่าเรือดังกล่าว จึงวางแผนนำกำลังเข้าทำการเฝ้าสังเกตผู้มารับบุหรี่บริเวณดังกล่าว แต่เจ้าตัวไหวตัวทันหลบหนีไปในความมืด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดจึงเข้าไปที่จุดรับของ พบลังกระดาษวางกองรวมกันอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ริมตลิ่งชายฝั่งทะเลท่าเรือ จึงนำกำลังเข้าทำการตรวจสอบพบของกลางตามที่ตรวจยึดได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานสำนักงานสรรพสามิตพื้นจังหวัดสตูล ร่วมเข้าตรวจสอบของกลาง ก่อนนำของกลาง ส่งมอบให้กับ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแพ จังหวัดสตูล เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ฝนตกต่อเนื่อง น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วม 10 ครัวเรือนในพื้นที่ ต.แม่สูน อ.ฝาง เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือ
14.30 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาฝาง ได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สูน ว่าเกิดสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านปางสัก ตำบลแม่สูน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระดับน้ำสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร ส่งผลกระทบบ้านเรือนประชาชนจำนวน 10 หลังคาเรือน
ภายหลังได้รับแจ้ง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สูนได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ปัจจุบันในพื้นที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำยังไม่ลดลง เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และหากมีความคืบหน้าหรือผลกระทบเพิ่มเติม จะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
>> นายกฯ มอบ 8 นโยบายขับเคลื่อนชายแดนใต้ ย้ำ “ความมั่นคงต้องเดินคู่เศรษฐกิจ” ต่อยอดความร่วมมือไทย–มาเลเซีย สร้างภาคใต้เป็นพื้นที่แห่งโอกาสและสันติสุข
15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายกฯ กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทย–มาเลเซีย เป็นความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการพัฒนาภาคใต้ โดยรัฐบาลมุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับมาเลเซียเพื่อเพิ่มโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมย้ำว่า “ประตูแห่งโอกาสนี้ จะต้องไม่กลายเป็นช่องทางของภัยคุกคาม” ทุกภาคส่วนต้องสร้างความมั่นคงควบคู่การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
นายกฯ เน้นย้ำว่า “ทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพรับผิดชอบ” เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน พร้อมมอบ 8 นโยบายและข้อสั่งการ ครอบคลุมการรักษาความปลอดภัย การเชื่อมโยงข้อมูล การปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิต และการบริหารจัดการชายแดนอย่างบูรณาการ
รัฐบาลมุ่งยกระดับจังหวัดชายแดนภาคใต้จาก “พื้นที่ที่ต้องแก้ปัญหา” สู่ “พื้นที่แห่งความปลอดภัย โอกาส และการเติบโตทางเศรษฐกิจ” พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุก โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
>> แผ่นดินไหวที่จังหวัดพะเยา สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้
15.05 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ตำบลสว่างอารมณ์ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เบื้องต้นมีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ บริเวณ ต.ดงเจน อ.ภูกามยาว จ.พะเยา ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
>> จุดประทัดเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนออกทะเล เกิดเพลิงไหม้เรือประมง ทหารเรือเร่งช่วยดับไฟ หวิดวอดทั้ลำ เคราะห์ดีไร้บาดเจ็บ จ.สงขลา
17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือประมงขนาดใหญ่ บริเวณปากร่องน้ำเข้า-ออกทะเลสาบสงขลา ตรงข้ามหัวพญานาค แหลมสนอ่อน อำเภอเมืองสงขลา ส่งผลให้กลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นได้ในระยะไกล
หลังเกิดเหตุ เรือประมงที่อยู่ใกล้เคียงได้รีบเข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดออกจากเรืออย่างปลอดภัย ขณะที่กำลังพลจากฐานทัพเรือสงขลาได้นำ เรือหลวงหลีเป๊ะ เข้าพื้นที่เพื่อฉีดน้ำสกัดเพลิง เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ไม่ไกลจากฐานทัพ ใช้เวลาระยะหนึ่งจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าภายในเก๋งเรือมีถังดับเพลิงหลายใบที่ลูกเรือนำมาใช้ระงับเหตุ ขณะที่บริเวณหลังคาเก๋งเรือ เชือกอวนและทุ่นวางอวนถูกไฟไหม้เสียหายจำนวนมาก รวมถึงห้องเก็บน้ำมันของเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ลูกเรือให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการจุดประทัดเพื่อความเป็นสิริมงคลและเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนนำเรือออกทำการประมงในอ่าวไทย ระหว่างแล่นเรือผ่านบริเวณ ศาลปู่ทวดหัวเขาแดง ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวประมงในพื้นที่เคารพนับถือ ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น
อย่างไรก็ตาม สาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่สามารถสรุปได้ เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้
>> เพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณแยกวชิระ ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับ
18.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณแยกวชิระ ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องเครื่องยนต์ เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะภายในห้องเครื่องยนต์ ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควัน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ไดร์สตาร์ท ลุกลามห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.3 บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศจีน
20.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.3 ความลึก 92 กม. บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 589 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
11 กรกฎาคม 2569
11 กรกฎาคม 2569