หน้าแรก > สังคม

โฆษก ตร.เผย สอบวินัยไร้ยกเว้น แม้จีนสั่งไม่ฟ้อง กรณี "รตอ.หญิง" รับหิ้วกระป๋องซุกกัญชา

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:45 น.


ความคืบหน้า จากกรณีกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขยายผลเครือข่ายรับจ้าง “หิ้วของ” ไปต่างประเทศ  นอกจากคดี ลูกเรือหญิงชาวไทย ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ล่าสุดเป็นคดี "ร.ต.อ.หญิง" รับจ้างหิ้วกระป๋องลูกเดือย 30 กระป๋อง เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศจีน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จีนจับกุมเนื่องจากพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ในกระป๋อง ต่อมาทางการจีนมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันว่า ร.ต.อ.หญิง ตกเป็นเหยื่อของขบวนการรับจ้างหิ้วสินค้า และไม่ทราบว่ามีกัญชาซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของที่รับฝาก ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือน มี.ค.69 

พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่างถึงความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ กรณีตำรวจหญิง ยศ “ร.ต.อ.” ที่ถูกทางการจีนควบคุมตัว หลังตรวจพบกัญชาซุกซ่อนในกระป๋องลูกเดือย 30 กระป๋อง ก่อนที่อัยการจีนจะมีคำสั่งไม่ฟ้องและส่งตัวกลับประเทศไทย เนื่องจากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการรับหิ้วโดยไม่ทราบล่วงหน้า 

ขณะนี้ทั้ง บช.ปส. และหน่วยงานต้นสังกัดของตำรวจหญิง กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยพบข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้เสียหายรับจ้างขนสิ่งของผ่านเพจรับหิ้วสินค้า ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวประเทศจีน ก่อนถูกจับกุมเมื่อเจ้าหน้าที่จีนตรวจพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในสัมภาระ  คดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุ โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางติดต่อว่าจ้างผ่านเพจรับหิ้วสินค้าหรือบุคคลที่ไม่รู้จัก เพื่อหลอกให้ประชาชนรับขนสิ่งของผิดกฎหมาย จึงขอเตือนประชาชนไม่ควรรับฝากหรือรับจ้างขนสิ่งของของผู้อื่นไปต่างประเทศ แม้จะได้รับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรม และต้องรับโทษตามกฎหมายของประเทศปลายทาง

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต้นสังกัดได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัยตามระเบียบแล้ว ยืนยันว่า หากพบว่าข้าราชการตำรวจมีความผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ย้ำว่า ตำรวจทำดีต้องยกย่องเชิดชู ตำรวจทำผิดก็ว่ากันเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม