24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 กรกฎาคม 2569
>> รวบชาวจีน 4 รายปะปนผู้โดยสาร รถทัวร์สายใต้ หลังลักลอบเข้าไทยโดยผิดกฎหมาย
09.48 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุมตัวชายชาวจีน 4 ราย โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุมได้ที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
หลังตำรวจ ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า มีกลุ่มชายชาวจีนจำนวน 4 คน ซึ่งมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ (สแกมเมอร์) กำลังเดินทางลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยอาศัยรถยนต์ เป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดได้วางแผนสกัดตรวจ ฯ บริเวณหน้าหน่วยบริการ เมื่อรถต้องสงสัยคันดังกล่าวเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่พบผู้ขับขี่ และพนักงานประจำรถ จากการตรวจสอบภายในรถพบชายต้องสงสัยจำนวน 4 คน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารอนุญาตให้เดินทาง
ผลการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า บุคคลทั้ง 4 เป็นชาวจีน และไม่มีหลักฐานแสดงการได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาหรือพำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย
อีกทั้งจากข้อมูลการสืบสวนเบื้องต้นยังพบพฤติการณ์น่าสงสัยว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ หรือแก๊ง Scam ที่อยู่ระหว่างเดินทางลงสู่พื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผล
เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 ให้การรับสารภาพว่า เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเอกสารแสดงสิทธิการเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงยินยอมรับผิดตามข้อกล่าวหา
>> นายกฯ คิกออฟ “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต” หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต
10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนครศรีอยุธยา จำกัด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
นายกฯ ระบุว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการให้กู้เงิน แต่เป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปซื้อปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมพัฒนาทักษะด้านการบริหาร จัดการต้นทุน และการใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลผลิต ช่วยให้เกษตรกรสามารถ ‘ลดต้นทุน เพื่อเพิ่มรายได้ในวันหน้า’ พร้อมคาดหวังว่าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง จะช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทย ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ
>> เปิดปฏิบัติการ "Tiger head hunt" ทลายเครือข่ายเว็บพนันใหญ่ พบเงินหมุนเวียน 500 ล้านต่อเดือน
11.30 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปอท. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้แถลงผลปฏิบัติการ "Tiger Head Hunt" กวาดล้างเว็บไซต์พนันออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มในช่วงฟุตบอลโลก 2026 โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายใน จ.เชียงใหม่ และจับกุมผู้ต้องหาระดับสั่งการและบริหารการเงินได้ 3 ราย คือ ชายไทย และ หญิงไทย 2 ราย พร้อมตั้งข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสมคบกันฟอกเงิน
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการขยายผลเส้นทางการเงินของเว็บพนัน จนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนัน ที่มีพฤติการณ์ปล่อยเช่าระบบให้เว็บพนันอื่นใช้งานกว่า 40-50 เว็บไซต์ โดยพบเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 500 ล้านบาทต่อเดือน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินมีค่าได้หลายรายการ อาทิ รถยนต์หรูยี่ห้อ McLaren และ Audi, เครื่องประดับ, กระเป๋าแบรนด์เนม และเงินสด รวมมูลค่ากว่า 46 ล้านบาท ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> 'เขตบางรัก' ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุโครงเหล็กไซต์ก่อสร้างล้มทับคนงานบาดเจ็บ ซอยเจริญกรุง 36
12.30 น. สำนักงานเขตบางรัก ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุโครงเหล็กภายในไซต์งานก่อสร้าง ซอยเจริญกรุง 36 ถนนเจริญกรุง ล้มทับคนงานบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางรัก พร้อมด้วย อปพร.เขตบางรัก และสถานีตำรวจนครบาลบางรัก เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
เบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นคนงานเพศชาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือ และนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว
จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นโครงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 8 ชั้น เกิดเหตุโครงเหล็กขนาดประมาณ 2.00×2.00×6.00 ม. ที่ใช้สำหรับเก็บท่อเหล็กที่ใช้ในการเทคอนกรีตเสาเข็ม ตั้งอยู่บนพื้นโครงการล้มลง เนื่องจากอุปกรณ์จากรถโมบายเครนเกี่ยวล้มจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุบางส่วน เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานและป้องกันประชาชนเข้าใกล้จุดที่อาจมีความเสี่ยง
ขั้นตอนต่อไป จะดำเนินการทำหนังสือทางปกครองให้โครงการหยุดการก่อสร้างในจุดที่เกิดเหตุ จนกว่าจะเสนอแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก
ในการนี้ นางชัญญา อินทาภรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางรัก พร้อมด้วย หัวหน้าฝ่ายปกครอง หัวหน้าฝ่ายโยธา หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน กลางเมืองปัตตานี เสียหายวอด 3 หลัง เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมเพลิง ไร้ผู้บาดเจ็บ
12.53 น. อาสาสมัครกู้ชีพสันติปัตตานี รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ บ้านเรือนประชาชน บริเวณ ถนนยะรัง ซอย 1/2 เขตเทศบาลเมืองปัตตานี เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุและเร่งเข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านพักอาศัยหลายหลัง ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย รวม 3 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการทีมดับเพลิงเทศบาลเมืองปัตตานี ระดมใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียง
หลังใช้เวลาควบคุมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้น ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และมูลค่าความเสียหาย อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี
>> “เลขา ป.ป.ส.” เผยเคส “แอร์สาว” ขนเฮโรอีน พบมีขาใหญ่ 2 คน คุมส่งยาไปออสเตรเลีย-ไต้หวัน ใช้ไทยเป็นทางผ่าน
13.35 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงกรณีจับไรเดอร์ที่ส่งยาเสพติดให้กับแอร์โฮสเตสการบินไทย ระบุว่า
”อย่าเรียกว่าจับ แต่สืบนครบาลได้มีการติดตามตัวไรเดอร์คนนี้ เพื่อสอบปากคำติดตามข้อเท็จจริงว่าเรื่องเป็นอย่างไร ขณะนี้กำลังติดตามอีกคนที่เหลือที่หิ้วกล่องพัสดุลงมาจากรถเก๋ง และเป็นคนขับรถเก๋ง โดยยังอยู่ระหว่างสอบปากคำของตำรวจนครบาล เช่นเดียวกับสองสามีภรรยาชาวลาว ที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำขยายผล เพื่อยืนยันต้นตอกระบวนการนำเข้ายาเสพติดผ่านไทย ไปออสเตรเลียและไต้หวัน โดยมีผู้เกี่ยวข้องที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 2 คน ที่เป็นตัวการใหญ่รับผิดชอบส่งยา 2 ขา ขาหนึ่งไปออสเตรเลีย อีกขาหนึ่งไปไต้หวัน“
ส่วนของไทยนอกจากพบว่ามีการจ้างไรเดอร์และแอร์โฮสเตส มีคนไทยที่เป็นตัวใหญ่เกี่ยวข้องหรือไม่นั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ยังขยายผลกันอยู่ เพราะไทยเป็นแค่ทางผ่าน ทั้งคนขายและคนต่างประเทศที่รอรับยา เขาจะติดต่อซื้อขายกัน
เมื่อถามว่า ที่สองสามีภรรยาบอกว่าส่งยาล็อตสุดท้ายวันที่ 28 มิ.ย. หลังเคสส่งให้ นางสาวมีนา ได้ติดตามเจอแล้วหรือไม่ว่าส่งไปที่ใด เลขาธิการ ป.ปส. กล่าวว่า ตามเจอหมดแล้ว ที่จับกุมสามจุดตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. และวันที่ 1 ก.ค. และก่อนหน้านั้นก็มีอีก ซึ่งเรากำลังขยายผลอยู่
>> รวบ "นายตี๋" หนุ่มไทใหญ่ สายงัดบ้านกวาดทรัพย์สิน ประวัติแสบก่อคดีมาแล้ว 6 ครั้ง
13.53 น. ตำรวจ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ โชว์ผลงานรวบตัวคนร้ายหนุ่มไทใหญ่ ตระเวนลักทรัพย์ ยึดคติ "รู้หน้าไม่รู้ใจ" อาศัยช่วงเจ้าของบ้านไปทำงาน งัดเข้าไปกวาดทรัพย์สินเกลี้ยง แถมประวัติสุดช่ำชอง เคยถูกดำเนินคดีอาญามาแล้วถึง 6 ครั้ง
นายตี๋ ชายชาวไทใหญ่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุบุกรุกเข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้านเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หางดง เมื่อช่วงสายของวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยฉวยโอกาสตอนที่ผู้เสียหายออกไปทำงาน ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า แกรนฟีราโน่ สีเขียว ที่ยืมเพื่อนมา จอดวนดูลาดเลา ก่อนจะหยิบอุปกรณ์ช่างของเพื่อนบ้านละแวกนั้นมางัดประตูหลังบ้านจนสำเร็จ ซ้ำยังใจเย็นเดินไปทำลายกล้องวงจรปิดเพื่อหวังพรางตัว จากนั้นเข้าไปรื้อค้นข้าวของจนกระจัดกระจาย ได้สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง และเงินสดในกระปุกออมสินไปอีกร่วม 10,000 บาท
หลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หางดง ได้ลงพื้นที่แกะรอยทันที จนกระทั่งได้เบาะแสสำคัญจากเพื่อนบ้านข้างเคียงที่ยืนยันว่า ชายในภาพวงจรปิดคือ "นายตี๋" ซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่เคยมาหาตนเองที่บ้านเช่าข้าง ๆ จุดเกิดเหตุถึง 2 ครั้ง ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวและช่วงเวลาเข้า-ออก ของผู้เสียหายเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ พร้อมจัดกำลังเฝ้าจุดเสี่ยงที่คาดว่าคนร้ายจะใช้กบดาน
จนกระทั่ง วานนี้ (2 กรกฎาคม 2569) เจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายตี๋แอบไปกบดานอยู่ที่หอพักของเพื่อนในพื้นที่บ้านช่างคำหลวง ต.บ้านแหวน อ.หางดง จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด
จากการสอบสวนนายตี๋ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือจริง นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบระบบฐานข้อมูลยังพบว่า นายตี๋ไม่มีใบอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และมีประวัติอาชญากรรมโชกโชน เคยถูกดำเนินคดีอาญามาแล้วถึง 6 ครั้ง ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดของกลาง พร้อมแจ้งข้อหาหนัก "เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สิน" ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลต่อไป
>> นายกฯ ประชุม ป.ป.ส. ย้ำ ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน เห็นชอบหลักการ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” ครอบคลุม 7 ด้าน
14.35 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 ย้ำยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญและเร่งด่วน ที่มีผลกระทบต่อประชาชน และสังคมโดยรวม ถือเป็นหน้าที่นายกฯ เป็นผู้กำกับดูแลคณะกรรมการ ป.ป.ส. ด้วยตนเอง ขอให้กรรมการให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่
นายกฯ ย้ำถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทย ส่งผลกระทบและความเดือดร้อน สาเหตุหนึ่ง คือแหล่งผลิตยาเสพติดมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ กระจายเข้าสู่ชุมชนผ่านเครือข่ายค้ายา ส่งผลให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่วงจรยาเสพติดมากขึ้น รวมถึงผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดที่สร้างความเดือดร้อนในชุมชน ขอกำชับให้ทุกหน่วยงาน เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อยกระดับการปราบปราม พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีแอร์สาวการบินไทยอย่างรัดกุม รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และประสานส่งสำนวนให้ออสเตรเลียดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ “ปฏิบัติการพิฆาตยาเสพติด” โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกันทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ 1) การยกระดับความร่วมมือกับต่างประเทศ 2) การเสริมความมั่นคงชายแดน 3) การปราบปรามเครือข่ายค้ายาและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง 4) การลดผลกระทบต่อประชาชน 5) การแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด 6) การดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 10 บำบัด และ 7) การสร้างสังคมปลอดภัย
>> รวบนักท่องเที่ยวกร่าง ทำร้ายคนขับรถตุ๊กตุ๊กบาดเจ็บ หลังทวงถามค่าบริการแต่ไม่ยอมจ่ายโมโหชกต่อยคนขับ ล่าสุด ตม.สั่งเพิกถอนวีซ่าแล้ว
14.36 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ภาพ เหตุชายชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่ง ทำร้ายร่างกายคนขับรถตุ๊กตุ๊กในพื้นที่ป่าตองจนได้รับบาดเจ็บ หลังมีปากเสียงกันเนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ยอมจ่ายค่าบริการรถตุ๊กตุ๊ก เหตุเกิดในพื้นที่ซอยนาใน ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันเดียวกัน
ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าก่อนเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 3 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 2 คน ใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กจากซอยบางลาไปยังซอยนาใน เมื่อถึงจุดหมายกลับมีการโต้เถียงเรื่องค่าโดยสาร โดยผู้โดยสารถูกกล่าวหาว่าไม่ยอมจ่ายเงินจำนวน 300 บาท จากนั้น ชายชาวต่างชาติได้เดินไปเรียกรถกระบะสีส้มที่จอดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุให้มารับหญิงทั้ง 2 คน ก่อนที่คนขับรถตุ๊กตุ๊กจะพยายามทวงถามค่าโดยสาร แต่ชายชาวต่างชาติแสดงความไม่พอใจ ปัดโทรศัพท์มือถือของคนขับตกลงพื้น และมีการชกต่อยคนขับรถตุ๊กตุ๊ก ก่อนจะขึ้นรถกระบะหลบหนีออกจากพื้นที่ ส่วนคนขับรถตุ๊กตุ๊กรายดังกล่าวได้เดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยแพทย์และพยาบาลได้ทำแผล พบว่าบาดแผลมีความลึกจนต้องเย็บรวม 8 เข็ม
อย่างไรก็ตามหลังหลังมีการแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้ติดตามชายต่างชาติคนดังกล่าว มาดำเนินคดี ตามกฎหมาย หลังจากนั้นได้มีการเสนอไปยัง ตม.ภุเก็ตเพื่อให้มีการเพิกถอนวีซ่าของนักท่องเที่ยวที่ทำร้ายคนขับรถตุ๊กตุ๊ก เนื่องจากมองว่าเป็นพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคม
ล่าสุด พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.สตูล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ชุดดปฏิบัติการ โดย ว่าที่ พ.ต.ท.อดิศร บุญชุ่ม สว.ตม.จว.ภูเก็ต,ร.ต.อ.ธีรพล นิติชาติ รอง สว.ตม.จว.ภูเก็ต แจ้งคำสั่งเพิกถอนการให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวแก่ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี สัญชาติ บริติช เนื่องจากกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย แก่กายหรือจิตใจ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 จึงอาศัยอำนาจ ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จากนั้นควบคุมตัวมายัง สภ.ป่าตอง เพื่อบันทึกควบคุมตัว และนำตัวส่ง สถานกักตัว ตม.จว.ภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> "ปลัด มหาดไทย" เตรียมลงนามตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 ข้าราชการ สถ. ปมทุจริตสอบท้องถิ่น
14.56 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5 ราย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ภายหลังผลการตรวจสอบพบว่ามีพฤติการณ์ส่อเอื้อให้เกิดการทุจริตว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเรื่องเพื่อเตรียมลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง คาดว่าจะดำเนินการได้โดยเร็วที่สุดโดยจะมีการแต่งตั้งทั้งประธานและคณะกรรมการสอบ
นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการในทุกมิติที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าจ้าง ภาคเอกชน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบ หากพบความเชื่อมโยงก็จะต้องถูกดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่า แม้กระทรวงมหาดไทยจะมีหลายกรม แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้นที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก็ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้หากพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเป็นรายบุคคล ส่วนกรอบระยะเวลาการดำเนินการจะให้คณะกรรมการชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด เมื่อถามว่าการดำเนินการของคณะกรรมการชุดก่อนเข้าข่ายไม่เคารพอำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมการที่กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล มีมติให้ชะลอการดำเนินการไว้ก่อน แต่คณะกรรมการอีกส่วนหนึ่งมีมติให้ผู้สอบผ่านเข้ารายงานตัว จึงต้องดำเนินการตามมติของที่ประชุม
นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้วจะต้องถูกเรียกตัวกลับทั้งหมด พร้อมยอมรับว่ามีผู้ที่ได้รับการบรรจุบางส่วนอยู่ในขบวนการทุจริต จึงถือว่ามีความผิด เพราะแม้จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว แต่การกระทำความผิดจากการทุจริตไม่ได้สิ้นสุดหรือหมดไปตามการบรรจุ
>> ในหลวง - พระราชินี โปรดเกล้าฯ เชิญดอกบัว-สิ่งของพระราชทาน ถวายพระภิกษุที่บาดเจ็บ จากเหตุรถชนขณะธุดงค์
15.00 น. ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เชิญดอกบัวและตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปถวายแก่พระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 8 รูป และเชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่นายประมวลศรี คำแพง ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รถกระบะชนคณะพระธุดงค์ที่จังหวัดมุกดาหาร โดยมีคณะแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลมุกดาหาร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าส่วนราชการร่วมเยี่ยมให้กำลังใจในครั้งนี้ด้วย
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับผู้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทุกราย ซึ่งการได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปิติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างหาที่สุดมิได้
>> จับกุมปลัดอำเภอ จ. สระบุรี เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธและเครื่องกระสุนปืน
15.31 น. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พันตุลาคมโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมกับ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ปปป. และนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้ พันตำรวจโท สราวุธ คำเหลือง ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ท. บูรณาการร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงาน ป.ป.ช.
เข้าจับกุมปลัดอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ในฐานที่ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ท. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องเรียนผ่านทางโทรศัพท์ สายด่วน 1206 ว่าปลัดอำเภอคนดังกล่าวเรียกรับเงินจำนวน 6,000 บาท เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4) จึงบูรณาการร่วมกับ บก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ช. ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติออกหมายจับ จนนำมาสู่การปฏิบัติการจับกุมปลัดอำเภอคนดังกล่าว พร้อมด้วยของกลางเงินสด จำนวน 6,000 บาท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> อิทธิพลพายุ "ไมสัก" ถล่มบ่อไร่ ต้นไม้โค่นทับบ้าน ไฟดับ 4 หมู่บ้าน ถนนถูกตัดขาด เร่งเฝ้าระวังน้ำท่วม จ.ตราด
17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เหตุพายุ “ไมสัก” พัดถล่มพื้นที่อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย ทั้งบ้านเรือนถูกต้นไม้ล้มทับ ถนนถูกต้นไม้ขวางจนไม่สามารถสัญจรได้ และเกิดไฟฟ้าดับในหลายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
ที่หมู่ 3 ตำบลบ่อพลอย บ้านของนางสมพงษ์ อายุ 71 ปี ถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับห้องน้ำและห้องนอนเสียหายอย่างหนัก เจ้าตัวเล่าว่า ขณะอยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงลมพายุหมุนดังผิดปกติ จึงรีบออกมาดู ก่อนพบว่าต้นไม้หลังบ้านล้มทับตัวบ้าน โชคดีที่หนีออกมาได้ทันโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ
บ้านของ นางรัศมี อายุ 65 ปี ซึ่งอยู่ติดกัน ก็ได้รับความเสียหายจากแรงลมเช่นกัน โดยเทศบาลตำบลบ่อพลอยได้นำกำลังพร้อมเลื่อยยนต์เข้าตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้าน และนำผ้าใบคลุมหลังคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ขณะที่หมู่ 2 ตำบลช้างทูน พายุพัดจนเสาไฟฟ้าล้ม 2 ต้น และต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนน ทำให้การสัญจรถูกตัดขาด อีกทั้งไฟฟ้าดับใน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 5 เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลช้างทูนได้เร่งตัดต้นไม้เปิดเส้นทาง พร้อมประสานการไฟฟ้าอำเภอบ่อไร่เข้าซ่อมแซมระบบไฟฟ้า
นายเกษม มั่นคง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลช้างทูน เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถเปิดเส้นทางสัญจรได้แล้ว ส่วนการไฟฟ้ากำลังเร่งดำเนินการคืนกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
>> ร่าง 3 ลูกเรือ “มยุรี นารี” ถึงไทยแล้ว ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ รับร่างเตรียมส่งกลับภูมิลำเนาต่อไป
17.22 น. นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล เป็นผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัย นายภาณุพงศ์ หมื่นแทน, นายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะเก และนายชวลิต ไชยวงศ์ ลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ที่ประสบเหตุขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569
โดยอธิบดีฯ วางพวงหรีดแสดงความอาลัยร่วมกับผู้บริหารบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะนำส่งร่างกลับไปยังภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตเพื่อครอบครัวประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
กระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกรมการกงสุล ได้ประสานงานและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำร่างลูกเรือไทย 3 คนกลับจากอิหร่านสู่ประเทศไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ กระทรวงฯ ขอขอบคุณทางการโอมานและทางการอิหร่านที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
>> รถอเนกประสงค์ชนกับรถจักรยานยนต์ ช่วงทางกลับรถกลางถนน คุณลุงวัย 63 ปีบาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล จ.ชุมพร
18.16 น. หน่วยกู้ภัยสายชล เขตหลังสวน รับแจ้งว่า เกิดอุบัติหตุ รถอเนกประสงค์ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส กลางถนนหมายเลข 4006 ช่วงทางกลับรถ บ้านเขางาย ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร
ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ ฟอร์ด สีแดง ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน - ดำ ป้ายทะเบียน ชุมพร ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล แพทย์โรงพยาบาลหลังสวนมาถึงยืนยันเสียชีวิตที่เกิดเหตุ ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 63 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หลังสวน
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
20.39 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 379 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยเทพรักษ์ 17 เสียหายหมดทั้งห้อง
20.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเทพรักษ์ 17 ถนนเทพรักษ์ แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 5 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 9 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสายไหม
>> รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน กลางถนนพหลโยธิน บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย
02.55 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู แจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก ช่วงปากทางหน้าถนนหอวัง
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีแดง ป้ายทะเบียน ลพบุรี ชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กทม. ผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 25 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุประมาณ 35 - 40 ปี อาการไม่สาหัส อาสานำส่ง รพ.ใกล้เคียง สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน