วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 01:14
มท.4 พร้อมผู้ว่าฯ กฟน. ตรวจเหตุพายุถล่ม เสาไฟฟ้าโค่นล้มกว่า 50 ต้น บนถนนฉลองกรุง ทับรถพัง - ประชาชนบาดเจ็บ 4 ราย สั่งระดมช่างเคลียร์ผิวจราจร พร้อมกู้ระบบเร่งจ่ายไฟคืนชาวบ้าน
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 22.00 น. หลังจากเกิดเหตุกระแสลมพายุพัดกระโชกแรงอย่างรุนแรง ส่งผลให้เสาไฟฟ้าล้มครืนโค่นระเนระนาดขวางถนนเป็นระยะทางยาว ทับรถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหายหลายสิบคัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ บริเวณถนนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ทันทีที่ทราบเรื่อง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) พร้อมด้วย นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้รีบลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และบัญชาการเหตุการณ์
โดยล่าสุด นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความเสียหายในเบื้องต้นว่า จากอิทธิพลของลมพายุที่รุนแรงส่งผลให้มีเสาไฟฟ้าล้มพังทลายลงมามากถึง 50 กว่าต้น รถยนต์ของพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาและจอดอยู่ในบริเวณนั้นได้รับความเสียหายพังยับเยินหลายสิบคัน นอกจากนี้ยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 4 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุด 3 รายยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล ส่วนอีก 1 รายอาการปลอดภัยและสามารถกลับบ้านได้แล้ว
ขณะที่ นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระบุถึงชนวนเหตุในครั้งนี้ว่า แม้สาเหตุที่แท้จริงจะยังต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยหลังจากนี้จะมีการประสานขอกล้องวงจรปิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาไล่เรียงเหตุการณ์ แต่ในเบื้องต้นคาดการณ์ว่ามาจากพายุลมกระโชกแรงที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก ซึ่งปัญหานี้เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ และขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากโครงสร้างหรือวัสดุของเสาไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปริมาณของสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่พาดอยู่บนเสาเป็นจำนวนมาก ย่อมเป็นปัจจัยร่วมเมื่อเจอกับแรงลมปะทะ ซึ่งหลังจากนี้ กฟน. จะต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบสายต่างๆ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน
ส่วนสำหรับแผนปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ กฟน. ได้ระดมสรรพกำลังร่วมกับหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย เร่งทำการตัดและเคลียร์สายไฟรวมถึงซากเสาไฟฟ้าที่ล้มกีดขวางการจราจรออกจากพื้นผิวถนนอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเปิดช่องทางการจราจรให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติภายในช่วงเช้าของวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ควบคู่ไปกับการเร่งซ่อมแซมระบบสายส่งและสถานีจ่ายไฟ เพื่อให้ประชาชนในโซนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดมีไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติภายในวันเดียวกัน
ผู้ว่าการ กฟน. กล่าวเน้นย้ำด้วยความมั่นใจถึงมาตรการเยียวยาว่า พี่น้องประชาชนและผู้เสียหายไม่ต้องเป็นกังวล เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กฟน. โดยตรง ทางหน่วยงานพร้อมที่จะเข้ามาดูแลช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด ทั้งในส่วนของผู้บาดเจ็บและเจ้าของรถยนต์ สำหรับเจ้าของรถยนต์คันใดที่มีประกันภัย สามารถให้บริษัทประกันดำเนินการติดต่อเคลมค่าเสียหายโดยตรงกับทาง กฟน. ได้ทันที
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและคืนความปกติสุขให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
คุณเก่ง หนึ่งในผู้ประสบเหตุ เล่าว่า ประมาณ 4-5 โมงเย็น ทางบ้านโทรมาว่าเสาไฟล้มทับบ้าน ขณะนั้นตนกำลังไปรับลูกเลยรีบขับรถกลับมาดู ก็เห็นว่าเสาไฟล้มทับบ้านตา และ พาดมาถึงบ้านผม จึงรีบขึ้นไปสำรวจบนบ้าน พบว่าหลังคา ฝ้า และ ข้าวของเสียหายจำนวนมาก ประกอบช่วงเย็นแล้ว ใกล้มืด จึงยังไม่ได้สำรวจเพิ่มเติม
บ้านผมอยู่ใต้สะพานลำกอไผ่ ปากซอยฉลองกรุง 48 โดนทั้ง 2 หลัง เสียหายหนัก และ เป็นครั้งแรก ที่มีการปิดถนนฉลองกรุง แบบนี้ทั้งสองฝั่ง
ตนเป็นกู้ภัยด้วย วันนี้ จากกู้ภัย กลายเป็นผู้ประสบภัย เสียเอง ตอนนี้เป็นห่วงบ้านไม่รู้จะซ่อมแซมกี่วันเสร็จ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย


