วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23:13 น.
‘ศุภจี’ ระบุ ข้าวไทยยังได้รับการยอมรับ แม้ตลาดข้าวโลกมีความท้าทาย พร้อมทำงานเชิงรุกเร่งดันส่งออกข้าวไทย ขยายโอกาสทางการค้า เพื่อบรรลุเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยปีนี้ที่ 7 ล้านตัน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ระบุว่า ‘วันนี้ (19 มิถุนายน 2569) ได้เข้าร่วมหารือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อติดตามสถานการณ์การค้าและตลาดข้าว รวมถึงแนวทางผลักดันการส่งออกข้าวไทย ซึ่งแม้ว่า ตลาดข้าวโลกในปีนี้จะมีความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก แต่เป็นที่น่ายินดีที่ “ข้าวไทย” ยังคงได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความน่าเชื่อถือในการส่งมอบสินค้าค่ะ
การหารือในวันนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีหลายๆ เรื่องที่กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการต่อเพื่อผลักดันการส่งออกข้าวไทย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างคำสั่งซื้อรองรับผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไทย
โดยกรมการค้าต่างประเทศและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเร่งประสานเครือข่ายทูตพาณิชย์ทั่วโลกในการผลักดันการจำหน่ายข้าวไทยในตลาดที่มีศักยภาพ พร้อมๆ กับการทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชนเพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสำคัญทั่วโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยในปีนี้ที่ 7 ล้านตันค่ะ
เราให้ความสำคัญของการขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคแอฟริกาและลาตินอเมริกา ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยมีกับประเทศคู่ค้า อาทิ เปรู และชิลี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในภูมิภาคนี้ โดยเร็วๆ นี้จะมีการหารือกับรัฐมนตรีของเปรู เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์จาก FTA ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศจะเร่งรัดการเจรจาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) กับ COFCO ของรัฐบาลจีน อีก 460,000 ตัน พร้อมกับตลาดอื่นๆ โดยก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ได้เดินทางไปพบหน่วยงานนำเข้าข้าวของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพื่อขยายตลาดส่งออกข้าวไทย และมีแผนที่จะเดินทางไปฟิลิปปินส์และมาเลเซียในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2569 รวมถึงเตรียมนำผู้ประกอบการข้าวหอมมะลิไทยและข้าวประณีตรายย่อยร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้าจีน ณ เมืองกวางโจว ในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วยค่ะ
พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและขับเคลื่อนประเด็นสำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของข้าวไทยในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก การขยายตลาดใหม่ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวในอนาคต ซึ่งจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการดูแลเกษตรกร และสร้างความมั่นคงด้านการผลิตข้าวของประเทศ ด้วยความหวังว่า กลไกทั้งหลายเหล่านี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวนาของเราค่ะ’