วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 03:09 น.
นายกฯ แถลงผลยึด-อายัดทรัพย์คดีสำคัญ ปปง. มอบเงินคืนผู้เสียหายกว่า 25 ล้านบาท ย้ำเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมและฟอกเงินอย่างเด็ดขาด
(12 มิถุนายน 2569) ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรุงเทพมหานคร นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการยึดและอายัดทรัพย์สินคดีสำคัญ พร้อมมอบเงินคืนแก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล จำนวน 4 คดี รวมวงเงินกว่า 25 ล้านบาท โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงยุติธรรม สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ก่อนเริ่มการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรีได้นำผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สืบเนื่องจากการแถลงผลปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ต่อเครือข่ายของนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือหนูเฉิน และเครือข่ายชาวจีนที่กระทำความผิด ซึ่งเป็นปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งสำคัญ ในวันนี้ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของประชาชน โดยได้ยึดและอายัดทรัพย์สินของมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชน และนำไปสู่กระบวนการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย เพราะเมื่อถูกหลอกลวง สิ่งที่สร้างความทุกข์ใจมากที่สุด คือความกังวลว่าจะไม่ได้รับเงินคืน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติด และการฟอกเงิน ควบคู่กับการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหาย โดยความร่วมมือระหว่าง ปปง. หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทำให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินและยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายอาชญากรรมและผู้กระทำผิดกฎหมายได้แล้วกว่า 40,000 ล้านบาท ช่วยตัดวงจรทางการเงินของขบวนการอาชญากรรม และป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงินหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ปล่อยให้ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งฟอกเงินหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
นายกรัฐมนตรีขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ และขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำความผิด จนนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมถึงการคืนสิทธิและความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าความปลอดภัย ความมั่นคง และความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายไทย เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีมอบเงินคืนแก่ผู้เสียหายตามคำสั่งศาล จำนวน 4 รายคดี รวมวงเงินกว่า 25 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. คดีนางสาวศิริพรฯ หรือนางสาวพชรฯ กับพวก ผู้เสียหายคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวนเงิน 7,000,000 บาท โดยมีผู้แทนสหกรณ์ออมทรัพย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบเงิน ได้แก่ นางสาวภาวิณี ดำรัส ผู้จัดการ และนางสาวกีรติญา จันทร์มี หัวหน้าฝ่ายบัญชี
2. คดีนางสาวอรอุมาฯ กับพวก จำนวนเงิน 440,012.50 บาท โดยมีนางสาวดนิตา ฤทธาสวัสดิ์ และนางสาวรษมล อำภา เป็นผู้แทนรับมอบเงิน
3. คดีนางสาวพิมานมาศฯ กับพวก จำนวนเงิน 1,600,000 บาท
4. คดีร้อยโทสุชายฯ (อดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) กับพวก ผู้เสียหายคือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวนเงิน 16,563,569.49 บาท โดยมีคุณดุจหทัย สมบูรณ์นิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มกำกับงานกฎเกณฑ์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบ
ด้านผู้แทนผู้เสียหายจากคดีการยักยอกและฉ้อโกงทรัพย์สินของสหกรณ์ออมทรัพย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัด กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำเงินกลับคืนสู่ผู้เสียหายได้สำเร็จ
โดยระบุว่า การได้รับเงินคืนในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของการบังคับใช้กฎหมาย การติดตามทรัพย์สิน และความจริงจังของภาครัฐในการนำความเป็นธรรมกลับคืนสู่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมทางการเงิน
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีมอบเงินคืนผู้เสียหาย นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมทรัพย์สินที่สำนักงาน ปปง. ดำเนินการยึดและอายัดไว้ตามกฎหมาย ณ บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงาน ปปง.



