วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:30 น.
ขานรับนโยบายนายกฯ! ผบ.ตร. สั่งเดินหน้า “3 มาตรการเข้ม” ตม.ชลบุรี ผนึกกำลังตำรวจสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี และตำรวจท่องเที่ยว บุกเอกซเรย์ ตรวจต่างชาติกว่า 816 ราย พบผิดกฎหมายเพียบ สั่งปรับระนาว
สืบเนื่องจากนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่กำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งกวดขันการกระทำผิดของคนต่างด้าวในประเทศไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงสั่งการยกระดับ “3 มาตรการเข้ม ตรวจสอบปราบปรามคนต่างด้าวปฏิบัติผิดกฎหมาย” เพื่อเอกซเรย์พื้นที่เสี่ยงและระดมกวาดล้างทั่วประเทศอย่างจริงจัง โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
มาตรการที่ 1 “เอกซเรย์ ระดมกวาดล้าง” เป็นมาตรการเร่งด่วนระยะ 3 เดือน เน้นปูพรมตรวจค้นพื้นที่เสี่ยง แหล่งพักอาศัย และสถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก เพื่อเร่งกวาดล้างการกระทำผิดทันที
มาตรการที่ 2 “ขุดรากถอนโคน” ระยะ 6-9 เดือน มุ่งขยายผลไปยังขบวนการนำพา นายทุน และผู้ให้การช่วยเหลือหรือที่พักพิงแก่คนต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อตัดวงจรการกระทำผิดอย่างยั่งยืน
มาตรการที่ 3 เป็นมาตรการระยะยาว 1-2 ปี มุ่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยง “ONE POLICE” เพื่อใช้ในการป้องกัน ปราบปราม เฝ้าระวัง และคัดกรองบุคคลต่างด้าวอย่างเป็นระบบ รองรับนโยบายด้านความมั่นคงและการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภานุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3
โดยกำลังเจ้าหน้าที่ ตม.จว.ชลบุรี 14 นาย ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 จำนวน 9 นาย, ภ.จว.ชลบุรี 25 นาย, สภ.บ่อวิน 14 นาย, สภ.หนองขาม 13 นาย, ตำรวจท่องเที่ยว 13 นาย พร้อมล่าม 23 คน และอาสาสมัครอีก 35 คน รวมกำลังกว่า 146 นาย สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการตามมาตรการที่ 1 “เอกซเรย์ ระดมกวาดล้าง” เข้าตรวจสอบสถานประกอบการและที่พักอาศัยของคนต่างด้าวภายในโครงการแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ บ่อวิน จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีแรงงานและนักท่องเที่ยวต่างชาติพักอาศัยจำนวนมาก
ระหว่างการตรวจสอบ มี “คุณเก๋” (สงวนนามสกุล) ผู้จัดการนิติบุคคลของโครงการ แสดงตัวและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมให้ข้อมูลว่า ภายในโครงการมีอาคารหอพักรวม 10 อาคาร แบ่งเป็นอาคารสูง 5 ชั้น จำนวน 8 อาคาร และอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มีห้องพักรวมประมาณ 958 ห้อง และมีผู้พักอาศัยรวมกว่า 1,000 คน
ผลการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจสอบและคัดกรองบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน เมียนมา ลาว และกัมพูชา รวมกว่า 816 ราย พบว่าได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถูกต้อง 811 ราย และพบผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หลายรายการ ได้แก่ อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) จำนวน 1 ราย สัญชาติกัมพูชา, ไม่แจ้งที่พักอาศัยตามมาตรา 38 จำนวน 150 ราย แบ่งเป็นสัญชาติจีน 136 ราย ลาว 6 ราย และเมียนมา 8 ราย, ไม่รายงานตัวครบ 90 วัน ตามมาตรา 37 จำนวน 14 ราย สัญชาติจีน, ลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 8 จำนวน 4 ราย เป็นสัญชาติจีน 2 ราย และเมียนมา 2 ราย
ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับทั้งตัวบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิด และเจ้าบ้านหรือผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ เจ้าของห้องเช่า และคนต่างด้าว เกี่ยวกับขั้นตอนการแจ้งที่พักอาศัยตามมาตรา 38 รวมถึงการรายงานตัวทุก 90 วัน ตามมาตรา 37 เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสอดรับกับนโยบายรักษาความปลอดภัยควบคู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ย้ำชัดถึงผู้ประกอบการและเจ้าของที่พักทุกแห่ง ให้ตรวจสอบและแจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวทุกครั้งตามที่กฎหมายกำหนด หากพบการเพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลย จะถูกดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับตามอัตราโทษสูงสุดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อร่วมกันยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป