หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 เมษายน 2569

วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 05:32 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 เมษายน 2569


>> "บอสแซม" เข้าพบอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กรณีดิไอคอนฯ ลุ้นประกันอีกรอบ

08.26 น. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 ถนนรัชดาภิเษก นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ “แซม” นักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน กรณีบริษัทดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด เดินทางมาพร้อมลูกชายและทนายความ เพื่อเข้าพบพนักงานอัยการตามนัดหมาย

การเดินทางมาครั้งนี้ เป็นไปตามกำหนดนัดส่งตัวฟ้องต่อศาลอาญา ร่วมกับ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ “มีน” หลังจากก่อนหน้านี้ทั้งสองได้ขอเลื่อนเข้าพบอัยการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 อัยการสูงสุดมีคำสั่งเห็นชอบตามความเห็นแย้งของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สั่งฟ้อง ยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม และ พีชญา วัฒนามนตรี “บอสมีน” ใน 5 ข้อหา โดยอัยการคดีพิเศษเคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องทั้งคู่ เนื่องจากพยานหลักฐานและสัญญาจ้างระบุว่า เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ที่ทำหน้าที่ขายสินค้า ไม่ได้ชักชวนคนมาสมัครสมาชิก และทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2568

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า ได้ทำความเห็นแย้งกลับไป ให้เหตุผลว่า จากการสืบสวนพบพฤติการณ์ที่มากกว่าการเป็นพรีเซนเตอร์ปกติ ทั้งสองคนได้รับค่าตอบแทนสูง มีการขึ้นเวทีพูดโน้มน้าวชักจูงจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก และน่าจะรับรู้ถึงแผนธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่ต้น ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในตัวบุคคลและตัดสินใจลงทุน บทบาทจึงไม่ต่างจากผู้บริหารคนอื่น

สำหรับขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ ทางอัยการคดีพิเศษจะมีการนัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้งสอง มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องตามคำสั่งชี้ขาดของอัยการสูงสุด


>> สืบดอนเมือง รวบโจร ตระเวนลักมิเตอร์น้ำชาวบ้าน "ย่านโกสุมรวมใจ15" สารภาพขโมยไปขายซื้อยาเสพติด

09.00 น. ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย. มิเตอร์น้ำที่บ้านพักในซอยโกสุมรวมใจ 15 หายไป จึงได้ติดต่อเจ้าหน้าที่การปะปามาซ่อมแซมและติดตั้งมิเตอร์น้ำให้ใหม่ ต่อมาเมื่อช่วงสายตนเดินมาตรวจดูมิเตอร์น้ำที่ติดตั้งใหม่อีกครั้ง แต่พบว่าหายไปอีกครั้ง

ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.41 น.ของวันที่ 26 เม.ย.ได้มีชายไทย สวมเสื้อยืดแขนยาวสีเขียว สวมกางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าแตะ กำลังงัดเอามิเตอร์น้ำใส่ในถุงพลาสติก จากนั้นเดินออกจากที่เกิดเหตุไปตามถนนโกสุมรวมใจเข้าซอยประชาอุทิศ 17 กระทั่งเวลา 21.00 น.ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฯสืบทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 38 ปี พักอาศัยอยู่ที่เพิงพัก ซอยประชาอุทิศ 17 แขวง/เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จึงรีบไปตรวจสอบ แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ฯ ได้พยายามวิ่งหลบหนีเข้าป่ากล้วย เจ้าหน้าที่ฯ ได้วิ่งติดตามทันและควบคุมตัวไว้ได้

สอบถามผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า “เป็นคนก่อเหตุลักมิเตอร์น้ำบริเวณดังกล่าวทั้ง 2 ครั้งจริง หลังก่อเหตุได้นำไปขายเพื่อใช้จ่ายและซื้อยาบ้ามาเสพ” เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจหาสารเสพติด พบผลเป็นบวก

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า เคยก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง โดยครั้งแรกก่อเหตุบริเวณอาคารพานิชย์ ถนนโกสุมรวมใจ แขวง/เขต ดอนเมือง ครั้งที่ 2 ก่อเหตุที่เดิม, ครั้งที่ 3 และ 4 ก่อเหตุบริเวณร้านสะดวกซื้อตรงข้ามปั้มน้ำมันสาขาโกสุมรวมใจ เจ้าหน้าที่ฯจึงแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้าน เสียหายวอด 2 หลัง ในพื้นที่บ้านลีซอ อ.บ้านตาก จ.ตาก คาดน่าจะโซล่าเซลล์ขัดข้อง

10.30 น. นายวรรธน์ ฉายอภิรักษ์ นายอำเภอบ้านตาก จ.ตาก ได้รับรายงานจากกำนันตำบลทุ่งกระเชาะ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านลีซอ ม.8 ต.ทุ่งกระเชาะ อ.บ้านตาก จ.ตาก ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน จำนวน 2 หลังคาเรือน

ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดับฉีดน้ำสกัด จนสามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้ ในเวลาประมาณ 11.00 น.ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ และมีบริเวณปลูกอยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้เพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลังคาเรือน สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากระบบโซล่าเซลล์ขัดข้อง

ทั้งนี้ นายวรรธน์ ฉายอภิรักษ์ นายอำเภอบ้านตาก ได้ประสานเทศบาลตำบลทุ่งกระเชาะ ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์และการให้ความช่วยเหลือ สำหรับความคืบหน้าจะได้รายงานให้จังหวัดตากทราบอีกครั้ง


>> รถบรรทุกน้ำมันพลิกตะแคง ทางหลวงหมายเลข 101 น้ำมันไหลทะลักออกกว่า 6 พันลิตร จ.น่าน

11.20 น. นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง ลงพื้นที่บ้านเฉลิมราช หมู่ 8 จ.น่าน เพื่อตรวจสอบเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ ข้อมูลเบื้องต้น รถพ่วง บรรทุกน้ำมันดีเซล ความจุ 40,000 ลิตร 4 ช่องๆ ละ 10,000 ลิตร เพื่อส่งออกไปโรงไฟฟ้าหงสา สปป.ลาว มีน้ำมันไหลทะลักออกจากถัง ช่องท้าย ประมาณ 6,000 ลิตร ไหลลงร่องน้ำข้างถนน และพื้นถนน ส่วนคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมสถานการณ์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งอบ เจ้าหน้าที่ศุลกากร อำเภอทุ่งช้าง กองร้อยทหารพราน ที่ 3208 ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่งคง ผู้ใหญ่บ้านเฉลิมราช กำกับดูแลการจราจร ป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

เบื้องต้น หมวดทางหลวง และจนท.บริษัท ได้เข้าดำเนินการ โปรยผงดูดซับน้ำมัน เพื่อควบคุมการแพร่กระจายและดูดซับคราบน้ำมันบนผิวถนน พร้อมดำเนินการทำความสะอาด และได้ประสานเครื่องจักรกลหนักเพื่อดำเนินการยกเคลื่อนย้ายรถบรรทุกออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อเร่งเปิดการจราจร


>> เจ้าหน้าที่ อช.พุเตย รวบพรานวัยเก๋าพร้อมปืนลูกซองคาด่านซุ่ม สั่งปรับพินัยทันที

12.48 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เผยผลการปฏิบัติงานเชิงรุกของชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติพุเตย 
โดยระบุว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา หลังวางกำลังดักซุ่มบริเวณป่าห้วยสาลี ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากได้รับแจ้งและตรวจพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ในลักษณะมีพิรุธ

กระทั่งเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่พบชาย 1 คน อายุ 57 ปี เดินออกมาจากป่ามุ่งหน้าไปยังรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ชุดปฏิบัติการจึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจสอบพบอาวุธปืนลูกซองเดี่ยวสภาพพร้อมใช้งาน 1 กระบอก กระสุนในรังเพลิง 1 นัด และกระสุนสำรองอีก 4 นัด

นอกจากนี้ ยังพบของกลางสำคัญ อาทิ บ่วงสลิงสำหรับดักสัตว์ เส้นตะกั่วหลอม มีดพก และอุปกรณ์พักแรม รวมทั้งสิ้น 13 รายการ จึงควบคุมตัวพร้อมยึดรถจักรยานยนต์ไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกจับกุมและส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.องค์พระ ดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาต่อไป ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนประสานงากับรถกระบะ กลางสะพานข้ามห้วยบอน สาววัย 28 ปีเสียชีวิตในซากรถ จ.ระนอง

14.27 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชกรูด รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนกับ รถกระบะ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 4 กลางสะพานข้ามห้วยบอน ก่อนถึงสำนักสงฆ์บกต้อ ประมาณ 1 กม. ในพื้นที่ ของ อ.เมือง จ.ระนอง

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า ยารีส สีขาว ลักษณะชนประสานงากับ รถกระบะ อีซูซุ สีดำ ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย ติดค้างในภายในพาหนะ ทางอาสาสมัครดำเนินการนำร่างออกมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 28 ปี

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชกรูด พร้อมด่วนแพทย์เวรร่วมร่วมตรวจสอบ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้ามที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนต่อไป


>> รัฐบาลปรับค่าตอบแทน “พนักงานจ้างท้องถิ่น” ย้อนหลัง ตั้งแต่ 1 พ.ค. 67 ยกระดับคุณภาพชีวิตเจ้าหน้าที่ด่านหน้า

14.52 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข่าวดีสำหรับบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า รัฐบาลมุ่งมั่นยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของคนทำงานด่านหน้า โดยคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้มีมติปรับปรุงบัญชีอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ให้สอดคล้องกับนโยบายการปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับการปรับอัตราค่าตอบแทนในครั้งนี้ ครอบคลุมพนักงานจ้างทุกกลุ่ม ทั้งพนักงานจ้างทั่วไป พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ โดยมีผลใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 และจะมีการปรับต่อเนื่องอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับคุณวุฒิ ทักษะ และลักษณะงานอย่างเป็นธรรม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ก่อนหน้าประกาศฉบับนี้ รัฐบาลได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นสังกัด ดำเนินการปรับค่าตอบแทนในรูปแบบ “เงินชดเชย” เพื่อให้ได้รับอัตราค่าตอบแทนที่เหมาะสม และไม่น้อยกว่าผู้ที่เข้าจ้างใหม่ตามอัตราใหม่ที่กำหนดไว้

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พนักงานจ้างท้องถิ่นถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานบริการสาธารณะ ทั้งงานช่าง งานธุรการ งานสาธารณสุข และการพัฒนาเมือง ซึ่งเป็นการทำงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด การปรับค่าตอบแทนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับฐานรายได้ แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อให้สามารถส่งต่อบริการที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป


>> ศาลให้ประกัน “มิน–แซม” คดีดิไอคอน วงเงินคนละ 1 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ

14.57 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลอาญา อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายยุรนันท์ ภมรมนตรี และ นางสาวพีชญา วัฒนามนตรี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับ ดิไอคอนกรุ๊ป โดยกำหนดวงเงินประกันคนละ 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาต หลังทั้งสองเข้าพบพนักงานอัยการและถูกสั่งฟ้องรวม 5 ข้อหา อาทิ ฉ้อโกงประชาชน และดำเนินธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้อัยการเคยมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ต่อมามีการสั่งฟ้องในข้อหาเดิม จึงยังมีประเด็นให้ต่อสู้ อีกทั้งจำเลยมาศาลตามนัด ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และอัยการไม่คัดค้านการประกันตัว แม้คดีมีมูลค่าความเสียหายสูงและผู้เสียหายจำนวนมาก แต่เมื่อพฤติการณ์เปลี่ยนแปลง ศาลจึงเห็นสมควรให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับทราบเงื่อนไขดังกล่าว


>> ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา ร่วมพิธีรดน้ำศพ คุณครูเหยื่อกระสุนชายคลั่ง เร่งเยียวยาครอบครัว พ่อยันไม่รับคำขอโทษ

15.00 น. นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และนายธีรเมธ เทพวิชัยศิลปกุล นายอำเภอลาดบัวหลวง เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ท่ามกลางข้าราชการ ครู และประชาชนจำนวนมากเข้าร่วม พร้อมเข้าให้กำลังใจและพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด

นายชวนินทร์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดจะดำเนินการเยียวยาตามกฎหมาย คาดว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือประมาณ 300,000 บาท ส่วนบุตรทั้ง 3 คนที่ยังอยู่ในวัยเรียน จังหวัดจะประสานหน่วยงานด้านการศึกษาเข้ามาดูแลและสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมดูแลครอบครัวในทุกด้าน รวมถึงติดตามสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด

ด้านบิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ลูกสาวเป็นคนขยันและตั้งใจ เดิมทำงานโรงงานก่อนสอบบรรจุเป็นครูได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังชอบช่วยเหลือสังคม สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือหลานทั้ง 3 คนที่ยังเล็ก พร้อมยืนยันไม่ขอรับคำขอโทษจากผู้ก่อเหตุ และเรียกร้องให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ขณะที่ พ.ต.อ.ปริญญา ทองมา ผกก.สภ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว พร้อมแจ้งข้อหาผู้ต้องหาในหลายข้อหา เช่น ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า ครอบครองและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่ชุมชน และทำให้เสียทรัพย์


>> รถกระบะชนกัน ช่วงทางโค้งถนนเส้นทางสาย สุราษฎร์ธานี - นครศรีธรรมราช มีผู้บาดเจ็บสาหัส จนท.ต้องทำ CPR ก่อนนำส่ง รพ.

16.09 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยกาญจนดิษฐ์ มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกัน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บนถนนเส้นทาง สุราษฎร์ธานี - นครศรีธรรมราช ช่วงทางโค้งเข้าแก้ว ในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ลักษณะชนกับรถกระบะ มาสด้า สีเทา ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ตรวจสอบพบมีผู้บาดเจ็บเป็นผู้ชาย 4 ราย โดยมี 2 รายที่ต้องช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ ก่อนทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยดำเนินการนำส่ง รพ.กาญจนดิษฐ์ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์


>> ทลายขบวนการยักยอกเงิน "วัดบางคลาน" แอบโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวและบัญชีม้า

16.33 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ร่วมแถลงขยายผลคดีทุจริตวัดบางคลาน จ.พิจิตร หลังพบหลักฐานมัดอดีตเจ้าอาวาสและอดีตไวยาวัจกร ว่าร่วมกันเบียดบังเงินจำหน่ายวัตถุมงคล ไม่ลงบัญชีวัด แอบโอนเข้าบัญชีส่วนตัวและบัญชีม้า พบความขัดแย้งสะสมมานานกว่า 11 ปี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำกำลังเข้าตรวจสอบ และเรียกผู้ต้องหาสำคัญ 2 ราย ในกรณีทุจริตภายในวัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร ประกอบด้วย พระครูฯ อดีตเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน และ นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 73 ปี อดีตไวยาวัจกร มารับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์), มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช.

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ความขัดแย้งภายในวัดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 11 ปี จนนำไปสู่การร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดปกติทางการเงิน เมื่อปลายปี 2565 และจากการสืบสวนพบพิรุธสำคัญหลายประการ จนนำมาสู่การจับกุม

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหาเข้าข่ายร่วมกันเป็นขบวนการ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวและเบียดบังทรัพย์สินของวัดไปโดยทุจริต

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทั้งอดีตเจ้าอาวาสวัดวัดบางคลาน กับอดีตไวยาวัจกร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ตำรวจยืนยันมีพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินที่ชัดเจน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ศรัทธาของประชาชนและชุมชนชาวบางคลานที่ได้รับความเสียหายมาอย่างยาวนาน “วัดต้องเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ใช่แหล่งหาผลประโยชน์ของใครบางคน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว


>> อุตุฯ ออกประกาศ พายุฤดุร้อน ฉบับที่ 1 กระทบหลายจังหวัด ตั้งแต่ 29 เมษา-1 พ.ค.2569

17.00 น. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่1 (41/2569) ในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย


>> รวบโจรไอ้โม่งชิงทองโคราช เป็น 2 วัยรุ่นชาวจีน จนมุมพื้นที่ประเวศ กทม.

18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในหมู่บ้านด่านเกวียน เขตเทศบาลตำบลด่านเกวียน อ.โชคชัย นครราชสีมา เมื่อช่วงสายวันนี 27 เมษายน 2569 โดยคนร้ายจำนวน 2 คน สวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้ามิดชิดบุกเข้าก่อเหตุอย่างอุกอาจก่อนหลบหนีไปพร้อมกับทองคำจำนวนหนึ่ง

ความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับตำรวจสืบสวนภูธรภาค 3 ได้สนธิกำลังติดตามแกะรอยคนร้ายอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสามารถบุกเข้าจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองรายได้สำเร็จภายในพื้นที่เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นทองคำที่ชิงไปได้ทั้งหมด

ตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น ยืนยันผู้ต้องหา อายุ 27 ปี และอายุ 18 ปี สัญชาติจีน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผลถึงเส้นทางการหลบหนี และมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุในครั้งนี้


>> พายุฤดูร้อนพัดถล่ม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บ้านเรือนเสียหายหลายจุด

21.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ได้เกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เสาวิทยุสื่อสารของมูลนิธิพรหมวิหาร ถูกแรงลมพัดจนล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง เป็นเหตุให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างครอบคลุมทั้งอำเภอ

เหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการสัญจรบนเส้นทางพหลโยธินสายหลักขาขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นการจราจรชั่วคราว เนื่องจากมีเสาวิทยุและสายไฟฟ้ากีดขวางผิวการจราจร เพื่อป้องกันอันตรายต่อประชาชนที่ใช้เส้นทาง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ ได้เร่งเข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออกจากผิวถนน เพื่อเปิดเส้นทางให้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและแก้ไขระบบไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถทยอยจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนสู่พื้นที่ได้ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ และเพิ่มความระมัดระวังจากสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงนี้ ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดพายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่


>> แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

23.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 3 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.สันติสุข อ.พาน จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม