วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 04:33 น.
ตำรวจทางหลวงจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย พบผู้ต้องหา 9 ราย
กองบังคับการตำรวจทางหลวง โดย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา 9 ราย เป็นชาย 6 ราย และหญิง 3 ราย ในความผิดฐาน ผู้ถูกจับที่ 1 “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”ผู้ถูกจับที่ 2 – 9 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นรถนั่งส่นบุคคล ยี่ห้อ HONDA สีดำ ป้ายทะเบียน จ. กรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่) และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับได้ที่ ถนนสายเอเซีย(ขาเข้า)ทล.32 กม.2 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่า จะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร จึงได้วางกำลังเฝ้าระวังตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ในการลำเลียง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ลักษณะผิดสังเกต ตัวรถมีน้ำหนักมากกว่าปกติและติดฟิล์มมืดทึบ ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง จึงส่งสัญญาณไฟและเสียงเพื่อให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวน 8 คน นั่งโดยสารมาในรถคันดังกล่าว เมื่อขอตรวจเอกสารประจำตัว ไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนแต่อย่างใด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ขับขี่ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Messenger จากบุคคลชาวเมียนมาชื่อ “กาวิน” ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 8 คน ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อนำไปส่งยังกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้รับค่าจ้าง 1,000 บาทต่อคน และยอมรับว่าทราบดีว่าแรงงานทั้งหมดไม่มีเอกสารถูกต้อง อีกทั้งเคยกระทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ด้านแรงงานต่างด้าวทั้ง 8 คน ให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าประมาณ 17,000 บาทต่อคน เพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่ในความผิดฐานให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือพาคนต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 8 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





