วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 11:13 น.
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติให้ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นจากเดิมลบ 2 บาทมาอยู่ที่ ลบ 5 บาท ไปจนถึงวันที่ 9 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ หลังวันที่ 9 พ.ค ก็จะมีส่วนลดเพิ่มเติมอีก -3 บาท ซึ่งก่อนวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบน.) อีกรอบ ซึ่งจะลงในราชกิจจานุเบกษาภายในวันนี้ โดยจะส่งผลทันทีในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ เหตุผลที่มีการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลง เนื่องจากคำนวนตัวเลขเมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย ซึ่งตัวค่าการกลั่น สูงขึ้นไปแตะเฉลี่ยอยู่ที่ 14 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทรวงได้อนุญาตให้นำต้นทุนที่สูงกว่าปกติ ทุกด้าน อาทิ ค่าประกันและค่าขนส่ง ซึ่งทั้ง 6 โรงกลั่นจะต้องส่งตัวเลขจริงเข้ามาที่กระทรวงฯ และเมื่อพิจารณาแล้วจะดูค่าการกลั่นที่เหมาะสมจะอยู่ที่เท่าใด ซึ่งส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินก็จะนำมาลบออก
นายเอกนัฏ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเวลาการคำนวณค่าการกลั่นกระทรวงได้ดูในทุกผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นเบนซิน หรือ ดีเซล เมื่อนำมาทอยออกหรือดูว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกิน โดย 2 สัปดาห์แรก ของต้นเดือนเม.ย. เกิน 5 พันล้านบาท ก็นำส่วนเดินมาลดราคาให้กับน้ำมันดีเซลออก เนื่องจากราคาส่วนต่างที่สูงในขณะนี้คือน้ำมันดีเซล จึงนำมาลบดีเซลออกอยู่ที่ – 5 บาทต่อลิตร และไม่นับของเดิมที่เคยลบ 2 บาท ซึ่งขณะนี้ก็คำนวณได้ว่าผลประโยชน์ส่วนเกินอยู่ที่ประมาณ 4000 ล้านบาท ในขณะที่ครั้งรนี้อยู่ที่ประมาณ 5 พันล้าน รวมๆ เงินที่นำมาจากโรงกลั่น ร่วม 1หมื่นล้านบาท ซึ่งนำมาเป็นส่วนลดราคาที่หน้าโรงกลั่น
ผู้สื่อข่าวถามถึงการลดราคาหน้าโรงกลั่นจะส่งผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นตัวเลขตั้งต้นราคาที่โรงกลั่น ซึ่งหมายความว่า จะเป็นไปได้ 2 ทาง 1 คือนำเงินส่วนหนึ่งไปลดราคาที่หน้าปั๊ม หรือราคาขายปลีก/ 2 นำไปลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เพราะตอนนี้กองทุนเป็นหนี้ติดลบกว่า 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากไม่รีบใช้หนี้ ผู้ใช้น้ำมันอาจจะต้องใช้นำมันพงขึ้นในอนาคตเพื่อจะทำเงินส่วนต่างมาคืนหนี้ที่ก่อไว้ ดังนั้นจะมีการบริหาร2 อย่างควบคู่กันไป
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ ราคาที่สิงคโปร์ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเห็นว่าไทยยังไม่มีการปรับราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊ม ดังนั้นกระทรวงจะนำเงินดังกล่าวมาบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้ราคาหน้าปั๊มอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยในเย็นวันนี้จะการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกบน. เพื่อกำหนดราคาน้ำมันขายปลีกอีกครั้งแต่ทั้งนี้ จะต้องรอดูสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์อ้างอิงด้วย
นายเอกนัฏ ย้ำว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นที่ -5 ในขณะนี้ไม่ได้แปลว่าจะมีการลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากนี้ไปการพิจารณาปรับขึ้นหรือปรับลง จะไม่เป็นไปแบบกระชาก5 ถึง 6 บาทต่อลิตรเหมือนที่ผ่านมา หรือปรับตัวลดลง3 ถึง 4 บาทต่อลิตร ที่ถือเป็นการปรับขึ้นลงมากเกินไป โดยหลังจากนี้จะเป็นการทยอยปรับขึ้นลง และมีความคาดหวังว่าจะไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีก แต่ทั้งนี้ก็จะต้องดูราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์เพื่อนำมาอ้างอิงด้วย
นายเอกนัฏ ยังเปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอรัฐบาลเพื่อขอกู้เงิน วงเงิน 2 หมื่นล้าน เพื่อ มาพยุงกองทุนน้ำมัน แต่จะไม่ขอกู้เกินกรอบเพดานจนทำให้กระทรวงการคลังจะต้องมาค้ำประกันเงินกู้ให้ ซึ่งจะทำตามกรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมัน คือ กู้เงินไม่เกินกรอบที่กำหนดไว้ 2 หมื่นล้านบาท
“การกู้ไปถึงอาจจะไม่ปรับไปถึง 100,000 ถึง 150,000 ล้านบาท เพราะจากกระทบต่อสถานะกองทุนน้ำมันและ จะมีการพูดคุยกับเจ้าหนี้ของกองทุน มีการยืดหนี้โดยการเจรจาให้ผู้ค้ามีการยื่นหนี้กองทุนออกไป ซึ่งกระทรวงจะพยามบริหารจัดการให้ดีขึ้น ซึ่งกองทุนน้ำมันเคยติดลบต่อวัน 2600 ล้านบาท จะให้ขาดทุนหรือมีส่วนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย สักวันละ 1 ร้อยล้านบาทเป็นต้น เพื่อให้กองทุนมีเงินไปคืนเจ้าหนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องกู้สูงกว่าระดับที่ พ.ร.บ.กองทุนกำหนดไว้ จนนำไปสู่การออก พ.ร.ก.เงินกู้ จน ให้กระทรวงการคลังมาค้ำประกันคืนหนี้ ซึ่งพยายามบริหารให้เป็นแบบนี้อยู่ แต่ต้องยอมรับสภาพว่ากองทุนเป็นหนี้ ซึ่งการลดราคาหน้าโรงกลั่นเปรียบเสมือนให้มาช่วยใช้หนี้ตรงนี้ด้วย”นายเอกนัฏ กล่าว
นายเอกนัฏ ยืนยันว่า จะพยายามที่จะ รักษาสถานะกองทุนให้อยู่ภาวะที่เหมาะสมไม่เช่นนั้นจะรับมือไม่ไหว เพื่อเตรียมความพร้อมในการสู้รบแต่หากไม่มีและสถานการณ์ในตะวันออกกลางดีขึ้นก็จะยินดีทยอยลดลงโดยเฉพาะราคาขายปลีกน้ำมันที่หน้าปั๊ม
นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังพยายามที่จะดูแลในเรื่องของการอุดหนุนราคาน้ำมันให้แก่เกษตรกร รถบรรทุก ไรเดอร์ ที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพน้ำมันบี 20 บีเจ็ด ซึ่งรัฐบาลก็อุดหนุนเป็นจำนวนมากกว่าน้ำมันประเภทปกติ
