หน้าแรก > ต่างประเทศ

ทรัมป์ลั่น! อิหร่านไม่สามารถใช้ช่องแคบฮอร์มุซ 'ข่มขู่' สหรัฐฯ ได้

วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 16:52 น.


วอชิงตัน, 19 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (18 เม.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิหร่าน และระบุว่าอิหร่านไม่สามารถใช้ช่องแคบฮอร์มุซเพื่อข่มขู่สหรัฐฯ ได้

สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (18 เม.ย.) ว่าอิหร่านมีความมุ่งมั่นที่จะควบคุมการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าสงครามจะยุติลงอย่างเด็ดขาด และเกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค โดยตราบใดที่ฝ่ายศัตรูมีเจตนาจะขัดขวางการเดินเรือ และใช้วิธีการอย่างเช่นปิดล้อมทางทะเล อิหร่านจะถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และจะขัดขวางการเปิดช่องแคบอย่างมีเงื่อนไขและจำกัด

ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ (17 เม.ย.) ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยืนยันว่าช่องแคบดังกล่าวเปิดอย่างสมบูรณ์สำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำ ขณะที่ทรัมป์ระบุผ่านโพสต์บนทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่าการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ จะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้านอิหร่านจึงเตือนว่าจะปิดเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์นี้อีกครั้ง หากการปิดล้อมของสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป

ข้อมูลติดตามเรือแสดงให้เห็นว่ามีเรือราว 10 ลำถอยกลับลำในวันเสาร์ (18 เม.ย.) ขณะพยายามผ่านเส้นทางดังกล่าว หลังจากอิหร่านกลับมาควบคุมพื้นที่อีกครั้ง

ขณะที่ เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมปฏิบัติการขึ้นตรวจค้นเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และยึดเรือพาณิชย์ในน่านน้ำสากล

เมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ เผยว่าสหรัฐฯ จะไล่ติดตามเรือที่ชักธงอิหร่าน หรือเรือลำใดก็ตามที่พยายามให้การสนับสนุนด้านวัตถุแก่อิหร่าน และกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ จะรับหน้าที่บางส่วนในปฏิบัติการนี้

รายงานระบุว่ามาตรการดังกล่าวจะเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านที่กำลังเดินเรืออยู่นอกอ่าวเปอร์เซียแล้ว หรือเรือขนส่งอาวุธซึ่งอาจถูกใช้สนับสนุนอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นมาตรการกดดันอิหร่านระยะใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ตั้งชื่อว่า "อีโคโนมิก ฟิวรี" (Economic Fury) มีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านขั้นสูงสุด ท่ามกลางสถานการณ์หยุดยิงชั่วคราวระหว่างทั้งสองฝ่ายที่กำลังจะสิ้นสุดลงในสัปดาห์หน้า

ด้านแอนนา เคลลีย์ โฆษกทำเนียบขาว เผยว่าประธานาธิบดีทรัมป์มองว่าการปิดล้อมทางทะเล ควบคู่กับมาตรการภายใต้ "อีโคโนมิก ฟิวรี" จะช่วยเอื้อต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม