วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 21:05 น.
“กรมเจ้าท่า” เผยเหตุเรือสปีดโบ๊ทระเบิด ทำให้เกิดไฟไหม้ขณะซ่อมเครื่องยนต์ที่ท่าเทียบเรือโคโค่เพียร์ จ. ภูเก็ต บาดเจ็บ 5 ราย เสียชีวิต 1 ราย สั่งเจ้าท่าภูเก็ตตั้งกรรมการสอบหาสาเหตุ ขีดเส้นสรุปภายใน 7 วัน
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) เปิดเผยว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้รายงานเหตุเรือสปีดโบ๊ทเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. บริเวณท่าเทียบเรือโคโค่เพียร์ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เรือลำที่เกิดเหตุชื่อ “เตกีล่า” หมายเลขทะเบียน 685101413 ขนาด 11.18 ตันกรอส ประเภทเรือบรรทุกคนโดยสาร (เรือเร็ว/สปีดโบ๊ท 2 ท้อง) โดยใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 และกรมธรรม์ประกันภัยผู้โดยสารจะหมดอายุในวันที่ 10 เมษายน 2569 ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างการซ่อมเครื่องยนต์ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 1 ราย และสูญหาย 1 ราย โดยเป็นคนประจำเรือและช่างซ่อมบำรุง
สำหรับผู้บาดเจ็บ 5 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ประกอบด้วย นายนิวัฒน์ ดวงมณี อาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลดีบุก น.ส.ปิยธิดา โปจีน อายุ 23 ปี อาการไม่รุนแรง มีบาดแผลบริเวณข้อเท้าขวา ถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต นายชุติเดช อธิสุชาธิต มีบาดแผลไฟไหม้ประมาณ 20% ของร่างกาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลดีบุก นายคมกริช อรุณเดช อายุประมาณ 30 ปี อาการสาหัส มีบาดแผลไฟไหม้รุนแรงประมาณ 50% ถูกนำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และนายมูฮำมัดฮูซาม เตียงน้อย อายุ 26 ปี มีบาดแผลไฟไหม้บริเวณใบหน้า ถูกนำส่งโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
อย่างไรก็ตามส่วนผู้สูญหาย 1 ราย คือ นายคมเพชร หวานดี ซึ่งเป็นไกด์ ซึ่งได้มีการค้นหา โดยคาดว่าอาจติดอยู่ภายในเรือ เนื่องจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้ส่งผลให้โครงสร้างหลังคายุบตัวลงมาทับ เป็นอุปสรรคต่อการเข้าค้นหา เจ้าหน้าที่จึงต้องลากเรือออกจากจุดเกิดเหตุไปเกยตื้นบริเวณใกล้เกาะตะเภาใหญ่ เพื่อรื้อโครงสร้างและเร่งค้นหาผู้สูญหายต่อไป ภายหลังเกิดเหตุ เรือได้ถูกลากออกจากพื้นที่เพื่อควบคุมเพลิง ก่อนจะจมลงบริเวณใกล้เกาะตะเภาใหญ่ ขณะที่ผู้บาดเจ็บทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่แจ้งว่าพบร่างไกด์ผู้ชายที่สูญหายแล้ว เสียชีวิตอยู่บนเรือในช่วงเวลาเกิดเหตุ
นายกริชเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุ เนื่องจากเรือลำดังกล่าวจอดซ่อมเครื่องยนต์อยู่ และเตรียมดำเนินการต่อใบอนุญาตใช้เรือแต่เกิดเหตุก่อน อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เจ้าท่าภูเก็ตตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยให้รายงานผลภายใน 7 วัน เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคตต่อไป