วันที่ 23 มีนาคม. 2569 เวลา 14:28 น.
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดินฉบับ (ฉบับที่ 3 )พ.ศ. 2568 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร และกำหนดมาตรการกำกับดูแลผู้จัดสรรที่ดินให้มีความชัดเจน โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1.เพิ่มความเข้มงวดเรื่องสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรร กำหนดให้สาธารณูปโภค เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น ตกอยู่ภายใต้ภาระจำยอมเพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อ และผู้จัดสรรที่ดินต้องบำรุงรักษาให้ได้มาตรฐาน ไม่ให้ด้อยลงจากเดิม พร้อมกำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินต้องจัดให้มีสัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อ
2.กำหนดเงื่อนไขการพ้นหน้าที่บำรุงรักษาให้ชัดเจน ผู้จัดสรรจะพ้นจากหน้าที่ได้เมื่อผู้ซื้อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพื่อรับโอนทรัพย์สิน หรือดำเนินการอุทิศทรัพย์สินเป็นสาธารณประโยชน์ และต้องส่งมอบเงินค้ำประกันให้แก่นิติบุคคลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกรณี
3. เพิ่มกลไกให้ผู้ซื้อมีสิทธิดำเนินการเองได้ กรณีผู้จัดสรรไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ซื้อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงที่จำหน่ายแล้ว สามารถยื่นคำขอจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้
4.ปรับหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าส่วนกลาง ให้สามารถกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือขนาดพื้นที่ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด
5.เพิ่มบทกำหนดโทษกรณีฝ่าฝืนคำสั่ง ผู้จัดสรรที่ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการ อาจถูกปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท และปรับรายวันจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดิน ช่วยลดปัญหาข้อพิพาทในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเป็นธรรมและหลักประกันที่มั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกคน
.png)







