วันที่ 19 มีนาคม. 2569 เวลา 18:31 น.
18 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ประชุมครั้งที่ 9/2569 ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2569 ณ สำนักงาน กสทช. โดยมีวาระที่ผ่านการพิจารณาทั้งสิ้น 37 วาระ จากทั้งหมด 81 วาระ
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งร่างประกาศเกี่ยวกับโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ การพิจารณาโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ประเภทที่ 1 ประจำปี 2568 ตลอดจนวาระด้านการอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ โทรคมนาคม และการยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์บางส่วน
โดย วาระ 4.39 ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ ซึ่งสำนักงาน กสทช. เสนอให้มีการปรับโครงสร้างค่าบริการโทรศัพท์มือถือ โดยยึดหลักประโยชน์สาธารณะและการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ สาระสำคัญของร่างประกาศ คือ การกำหนดค่าบริการเหมาจ่ายรายเดือนไม่เกิน 210 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมกำหนดสิทธิขั้นต่ำด้านบริการเสียง 70 นาทีต่อเดือน และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่แบบใช้งานต่อเนื่อง โดยผู้ใช้จะได้รับความเร็วสูงสุดภายใต้ปริมาณข้อมูล 6 GB และเมื่อใช้เกินจากปริมาณดังกล่าวแล้ว ยังต้องใช้งานต่อได้ที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 512 Kbps "ความเร็วหลังใช้ครบโควตาถูกปรับเพิ่มจากมติเดิมของที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 20/2568 ซึ่งเคยกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 256 Kbps มาเป็นไม่ต่ำกว่า 512 Kbps สะท้อนว่าผู้กำกับดูแลต้องการให้แพ็กเกจในกลุ่มราคาประหยัดยังตอบโจทย์การใช้งานดิจิทัลขั้นพื้นฐานได้จริง ไม่ใช่เพียงมีแพ็กเกจราคาถูกในเชิงตัวเลข แต่ใช้งานจริงได้จำกัด มาตรการนี้เป็นเหมือนแพคเก็จธงฟ้าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการรายได้น้อยผู้สูงอายุนักเรียนนักศึกษาและประชาชนที่ต้องการเข้าถึงบริการสื่อสารในราคาที่แน่นอนมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่โทรศัพท์มือถือไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงาน การเรียน การค้าขาย และการเข้าถึงบริการภาครัฐ หากประกาศนี้มีผลใช้บังคับจริง ก็จะเป็นอีกกลไกที่ช่วยประคองกำลังซื้อในระดับครัวเรือน"
โดย กสทช. ได้มอบหมายให้สำนักงานนำร่างประกาศดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ต่อไป