วันที่ 14 มีนาคม. 2569 เวลา 02:46 น.
รองนายกฯ “โสภณ ซารัมย์” ย้ำงบแก้ปัญหายาเสพติดต้องลงสู่หน่วยงานโดยตรง เร่งขับเคลื่อนแผนบูรณาการปี 2569–2570 ชี้ KPI สำคัญคือความพึงพอใจของประชาชน
( 13 ม๊.ค.69 ) ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 - 2570 ครั้งที่ 2 โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคี เข้าร่วมการประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้
ก่อนการประชุมฯ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมการขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ในวันนี้ไม่ได้มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากตั้งใจให้เป็นการทำงานในลักษณะ “คณะทำงานเฉพาะกิจ” ที่ทุกหน่วยงานจะบูรณาการการทำงานร่วมกัน ดังนั้นจึงได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่องในวันนี้ โดยที่รองนายกรัฐมนตรีได้หารือเพื่อสานต่อการทำงานในเรื่องนี้ต่อในบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างมากในการแก้ไขปัญหาของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมามุ่งเน้นการทำงานฝ่ายบริหารเป็นหลัก จนอาจมองข้ามประเด็นด้านกฎหมายที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การศึกษา หรือสังคม ดังนั้น หากมีกฎหมายใดที่ไม่เอื้อต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ล้าสมัย หรือยังไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ ก็ควรต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ความสำเร็จของฝ่ายนิติบัญญัติ หรือของสภา คือการทำให้ประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมว่า ปัญหาของประเทศสามารถแก้ไขได้ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย จึงมีความจำเป็นต้องเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยเฉพาะสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด และต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จากงบประมาณที่มีอยู่ควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน ควรมองว่าพื้นที่ใด หน่วยงานใดเป็นกำลังหลักสำคัญในการดำเนินงาน เช่น หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร หน่วยข่าวกรอง หรือหน่วยงานฝ่ายปกครองในพื้นที่
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกหน่วยงานสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุง โดยหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการจัดทำ Workshop เพื่อหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน และผลักดันการบูรณาการงบประมาณในปี 2570 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดย “ตัวชี้วัด KPI ด้านความพึงพอใจที่สำคัญที่สุด คือระดับความพึงพอใจของประชาชนต่อผลลัพธ์ของการแก้ไขปัญหายาเสพติด”
ทั้งนี้ ที่ประชุมรับทราบ สรุปสาระสำคัญการประชุมขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 - 2570 รวมถึงรับทราบรายงานความคืบหน้าการบูรณาการโครงการรวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ (Quick Big Win) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายตามโครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการในรูปแบบสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดภายใต้สถานพยาบาลภาครัฐ ซึ่งมีแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคโดยมี 28 จังหวัดนำร่อง โดย (1) scan ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง ทั่วประเทศ (2) คัดกรองอาการของผู้เสพ และแยกประเภทสีของผู้เสพทั่วประเทศ (3) นำผู้เสพเข้ากระบวนการบำบัดรักษา (4) ทุกอำเภอมีค่ายบำบัดผู้ติดยาเสพติด และ (5) ควรมีการแยกผู้ป่วยจากการติดยาเสพติดออกจากผู้ป่วยทั่วไป
โดยกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้รายงานผลการดำเนินงานโครงการรวมพลัง ฯ ซึ่งผลการปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ค้นหา (Scan) ผู้ค้าเสพในพื้นที่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในระบบ MOI DRUGE GIS ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 ผู้ค้ายาเสพติด จำนวน 6,534 ราย ดำเนินการแล้ว จำนวน 5,613 ราย คิดเป็นร้อยละ 85.90 ผู้เสพยาเสพติด จำนวน 39,582 ราย นำเข้ากระบวนการแล้ว จำนวน 23,413 ราย คิดเป็นร้อยละ 59.10 โดย มท. ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวทาง ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย โดยให้การสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพทางสังคมของผู้ที่ผ่านรับการบำบัด พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยใช้กลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ
