หน้าแรก > ภูมิภาค

สิ้นสุดการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ หลังขัดขืนใช้อาวุธยิง และปาระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

วันที่ 12 มีนาคม. 2569 เวลา 00:01


สิ้นสุดการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ หลังขัดขืนใช้อาวุธยิง และปาระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้ง จากด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ว่าพบบุคคลต้องสงสัยมีพฤติกรรมแสดงท่าทีพิรุธขณะผ่านบริเวณด่านตรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย บุคคลดังกล่าวได้พยายามหลบหนี

ต่อมาจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า บุคคลดังกล่าวเป็น ผู้ต้องหาตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดตามเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมาย กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 15.35 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งพยายามใช้แนวทางสันติวิธี โดยการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหาออกมาแสดงตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ และขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์เข้าใส่เจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางหลบหนีและขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนถึงการใช้ความรุนแรงและไม่เคารพต่อกระบวนการยุติธรรมของรัฐ ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้อง ควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธี โดยยึดหลักความอดทนอดกลั้น และตอบโต้เท่าที่จำเป็นตามสถานการณ์ ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

ต่อมาเวลา 19.50 น. ภายหลังเสียงปืนและเสียงระเบิดสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ทราบชื่อคือ นายมะสะกรี (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ระดับปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในกรณีเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต และพังงา

จากการตรวจสอบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถ ตรวจยึดอาวุธปืนเล็กยาวแบบ M16 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น จำนวน 1 กระบอก และระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก โดยได้รวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐาน เพื่อนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ยังคงเลือกใช้ความรุนแรงและอาวุธสงครามในการหลบหนีการดำเนินคดี และพยายามขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่าง การตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุ จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
YalaToDay ยะลาทูเดย์

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม