หน้าแรก > สังคม

อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการด่วน "ฝ่ายปกครองทั่้วประเทศ" ดำเนินมาตรการควบคุมอาวุธปืนเข้มงวดในทุกมิติ ยกระดับความปลอดภัย ปชช.

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20:46 น.


วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มีข้อสั่งการด่วนถึงฝ่ายปกครองทั่วประเทศ กำชับการดำเนินมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดในทุกมิติ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. การออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) เพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) ให้นายทะเบียนท้องที่ทั่วประเทศ ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 อย่างเคร่งครัด พร้อมสอบสวนพฤติการณ์ส่วนตัว ผู้ใกล้ชิด และประวัติการเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายอย่างละเอียด รอบคอบ และรัดกุม

2. ให้นายทะเบียนท้องที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจตราและสอดส่องดูแลผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ผ่านกลไกเครือข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาคประชาชน และส่วนราชการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว ยังคงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย หากตรวจพบพฤติกรรมที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย นายทะเบียนท้องที่จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งทางปกครองและทางอาญา

3. งดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน (แบบ ป.12) ชั่วคราว ลดความเสี่ยงอาชญากรรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มข้น โดยมีคำสั่ง งดการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดโอกาสการใช้อาวุธปืนก่อเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ และสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน โดยห้ามเจ้าพนักงานออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนให้บุคคลทั่วไปอย่างเด็ดขาด

เตือนประชาชน พกพาอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุสมควร มีความผิดตามกฎหมาย

การพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดตามกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่

• ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371

• พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ

ทั้งนี้ แม้ผู้ใดจะได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) แล้ว ก็ไม่มีสิทธิพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยทั่วไปได้ โดยต้องเก็บรักษาไว้ในที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ หากผู้ใดฝ่าฝืนย่อมมีความผิดตามกฎหมาย ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง

พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครอง ตรวจตรา การฝ่าฝืนกฎหมายอาวุธปืนในพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยฝ่ายปกครองลงพื้นที่เพื่อบังคับใช้กฎหมาย ผ่านการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัด การสุ่มตรวจสอบในพื้นที่สาธารณะ และพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมาย และให้เกิดความปลอดภัยให้กับประชาชนมากที่สุด 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม