หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05:39 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569


>> ผอ.เขตจตุจักร ตรวจสอบ - ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เหตุเพลิงไหม้ตลาดนัดจตุจักร

09.00 น. นายประสาท โพธิ์มาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร พร้อมด้วยนายอนุรัตน์ เครือชะเอม และนางกนิษฐา ช่างหล่อ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร และคณะผู้บริหารเขตฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักร (ประตู 1) ถนนกำแพงเพชร 2 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.42 น. ของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นล็อกร้านค้าโครงสร้างเหล็กชั้นเดียว หลังคาสังกะสี ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ร้านค้าภายในโครงการ 17 เพลิงลุกไหม้ร้านค้าซอย 9/2 ซอย 9/3 และซอย 9/4 รวม 4 ล็อก จำนวน 48 ห้อง ผู้ได้รับความเดือดร้อน 32 ราย พื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 240 ตารางเมตร

ทั้งนี้ สำนักงานเขตจตุจักรได้ประชุมร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ สำนักงานตลาดนัดจตุจักร เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปเหตุการณ์ ตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างรอบด้าน 
พร้อมกันนี้ สำนักงานเขตจตุจักรได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และตั้งโต๊ะรับลงทะเบียน พร้อมออกหนังสือรับรองผู้ประสบอัคคีภัย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประสบภัยจะได้รับเงินช่วยเหลือจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 11,400 บาทต่อครอบครัว


>> "อนุทิน" หารือ ครม.สั่งทุกหน่วยเตรียมความพร้อมขั้นตอนทางกฏหมาย เพื่อประกาศ "ยกเลิก MOU44"

10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประกาศแนวทางยกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU44 ว่า "จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อประกาศยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว"

นายอนุทิน ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การยกเลิกโดยทันทีของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่เป็นการเตรียมขั้นตอนทางกฎหมายและการบริหารไว้ล่วงหน้า เนื่องจากเห็นว่า MOU44 ไม่มีความคืบหน้า และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์จากการคงไว้ต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะรัฐมนตรีมีอำนาจยกเลิกได้ทันทีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนจะเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ รัฐบาลจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารายละเอียดและขั้นตอน เพื่อให้การยกเลิกเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ใกล้เคียงซอยเอกชัย 102 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

10.39 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเอกชัย 102 ถนนเอกชัย แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ชนิดกระบะตู้ทึบ สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ภายในห้องเครื่องที่สายไฟช่วงแบตเตอรี่ ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่

ขณะเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 28 ปี ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกเนื่องจากถูกกระแทกกับพวงมาลัย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 8 และ เป็นเพศชาย อายุประมาณ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขาบริเวณหัวเข่าด้านซ้ายเนื่องจากกระโดดลงจากรถขณะเกิดเหตุ อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 8 พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน


>> งานบุญก็ไม่เว้น จับโจ๋อุกอาจ ตีกันกลางงานบุญกลายเป็นงานบาป

10.43 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุม นายทอ(นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพกพาอาวุธ (ขวาน,มีด)(ปืน) และร่วมกันมีอาวุธ (ปืน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

โดยจับกุม ได้บริเวณหน้าบ้าน ซอย 4 ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ผู้เสียหายพร้อมภรรยาและบุตร2 คน กับกลุ่มเพื่อนได้ไปงานบุญประจำปี ที่บ้านคำบอน จังหวัดอุบลราชธานี จังหวะที่ผู้เสียหายกำลังจะกลับบ้าน ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่น (ผู้ต้องหา) จำนวนหลายคน ใช้ขวานฟันจากด้านหลังถูกบริเวณท้ายทอยและใบหู ฟัน 2 - 3 ครั้ง และยังมีผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดแทงมาอีกหลายครั้ง ลักษณะรุมทำร้าย จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

กระทั่งชุดจับกุมได้สืบทราบนายทอ 1 ในคนร้าย หลบหนีมาอยู่แถวย่านแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ จึงเข้าจับกุม จากการสอบถามผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง แต่ปฎิเสธไม่ได้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งไปยังสถานีตำรวจภูธรศรีเมืองใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> กกต. ย้ำ รื้อป้ายหาเสียงเส้นตาย 15 ก.พ. นี้ หากยังพบตกค้าง กกต.รื้อเอง และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายผู้สมัคร

12.12 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ย้ำเตือนผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองให้ดำเนินการรื้อถอนป้ายหาเสียงและสื่อประชาสัมพันธ์ทางการเมืองออกจากพื้นที่สาธารณะภายในระยะเวลา 7 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง หรือไม่เกินวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ตามที่กฎหมายและระเบียบการเลือกตั้งกำหนด

หากพ้นกำหนดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วยังพบป้ายหาเสียงตกค้าง กกต.หรือหน่วยงานท้องถิ่นมีอำนาจเข้าดำเนินการรื้อถอนแทน และจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจากผู้สมัครหรือพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง โดยการฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามกติกาการหาเสียง และอาจส่งผลต่อการพิจารณาในการเลือกตั้งครั้งถัดไป

กกต.ขอความร่วมมือผู้สมัครและพรรคการเมืองเร่งดำเนินการรื้อถอนป้ายหาเสียงให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด เพื่อลดภาระของหน่วยงานรัฐ และป้องกันผลกระทบต่อทัศนียภาพ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชน


>> นายกฯ เป็นประธานพิธีวันสถาปนาครบรอบ 72 ปี กองอาสารักษาดินแดน

13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน เป็นประธานในพิธีสดุดีกองอาสารักษาดินแดน และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงประจำกองอาสารักษาดินแดน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี ประจำปี 2569 พร้อมมอบเครื่องหมายและรางวัลเชิดชูเกียรติกองอาสารักษาดินแดนผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

นายกฯ เน้นย้ำให้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชสมัยปัจจุบัน มาขับเคลื่อนภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง โดยยึดหลัก "ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที" เป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชน และดำรงรักษาไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ของประเทศชาติสืบไป


>> กกต. แจงปมร้องเรียนเลือกตั้ง ย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใส สั่งเร่งสอบเหตุวุ่นชลบุรี – ปทุมธานี

14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร พร้อมด้วยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงชี้แจงกรณีข้อร้องเรียนและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ภายหลังการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ โดยย้ำว่าการดำเนินการของ กกต. ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและยึดหลักความโปร่งใส พร้อมชี้แจงว่าการสั่งนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำได้ตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องมีเหตุอันควรและพยานหลักฐานชัดเจน เช่น จำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ หรือมีข้อบ่งชี้ว่านับคะแนนไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ประชาชนควรทักท้วงในขณะเกิดเหตุเพื่อให้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวถึงกรณีความวุ่นวายในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ว่าเป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตรหลังนับคะแนนเสร็จ แม้บางจุดไม่ได้ใช้สายรัดแต่มีการซีลหีบแล้ว โดย กกต.กลางได้สั่งให้ กกต.ชลบุรี รวบรวมพยานหลักฐานภายใน 2 วันเพื่อพิจารณาว่าจะนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ขณะที่กรณี จ.ปทุมธานี ที่มีการนับคะแนนใหม่ 2 รอบ กกต.อยู่ระหว่างตรวจสอบ เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยไม่มีอำนาจเปิดหีบเอง หากพบทำผิดอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ด้านนายครรชิตเผยว่าขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนรวม 113 เรื่อง พร้อมยืนยัน กกต.ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และขอความร่วมมือประชาชนแสดงออกภายใต้กรอบกฎหมาย


>> รถตู้สาธารณสุขอุทัยธานี ชนท้าย รถบรรทุก ดับ 3 เจ็บหลายราย บนถนนพหลโยธิน

15.00 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถตู้ของหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี ชนท้ายรถบรรทุกของหมวดทางหลวงบ้านแดน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลัก กม.361+500 หน้าร้านโมจิ ในพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลหนองกระโดน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ สีเทา ลักษณะชนกับ รถบรรทุก อีซูซุ สีส้ม เบื้องต้นทราบว่า ภายในรถตู้มีผู้โดยสารรวม 8 คน พบผู้เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ แพทย์ 1 ราย พยาบาลวิชาชีพ 1 ราย และคนขับรถตู้ 1 ราย นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากรถตู้จำนวน 5 คน

ในส่วนเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงบ้านแดนที่อยู่กับรถบรรทุก ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น 2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป


>> หนุ่มวัย 27 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ เสียชีวิตริมถนนทางรถไฟสายเก่า

15.30 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางรถไฟสายเก่า ใกล้เคียงทางเข้าสำนักงานเขตบางนา ในพื้นที่ เขตบางนา กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับรถเทรล์เลอร์ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 27 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา


>> หนุ่มเครียด! ถือยาบ้า - ไอซ์ มอบตำรวจ ลั่นอยากติดคุกเข้าไปหาเพื่อนแก๊งคอลฯ

16.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอ นามสมมติ อายุ 26 ปี เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง พร้อมของกลาง ยาบ้า 6 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนัก 0.41 กรัม

โดยเจ้าตัวเปิดใจแบบตรงไปตรงมาว่า อยากให้ตำรวจจับกุมตัวเอง เนื่องจากใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกแล้วเกิดความเครียด ไม่มีงานทำ ไม่มีญาติพี่น้อง และกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อีกทั้งยังอยาก “กลับเข้าไปข้างใน” เพื่อไปหาเพื่อนที่ถูกคุมขังอยู่ในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากตัวเองเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เพียง 3 วัน

จากการสอบถาม นายเอ นามสมมติ เล่าว่า ก่อนหน้านี้พยายามหาหนทางให้ตัวเองมีคดีติดตัวมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยการไปขโมยปูแกะ บริเวณชายหาดลับ ซอย 18 นาเกลือ แต่สุดท้ายศาลมีคำสั่งให้รอลงอาญา ก่อนปล่อยตัว เนื่องจากเจ้าตัวยอมรับสารภาพ ทำให้แผน “กลับคุก” ไม่สำเร็จ

กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา นายเอ นามสมมติ ตัดสินใจเดินทางไปยัง จอมเทียน ซอย 3 เพื่อหาซื้อยาเสพติด โดยจ่ายเงินไปทั้งหมด 2,000 บาท ก่อนจะเดินทางเข้ามาที่ สภ.บางละมุง ในช่วงเช้า เพื่อนำยาเสพติดมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่าไม่มีใครบังคับหรือแนะนำให้ทำแบบนี้ มันเป็นความสมัครใจล้วนๆ เพราะต้องการเข้าไปอยู่ด้านในเรือนจำ

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังระบุอีกว่า หากตำรวจไม่ดำเนินคดีจับกุมตนเอง ก็มีแผนจะไป ทุบกระจกที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อให้มีคดีติดตัว แต่ยืนยันว่าไม่อยากก่อเหตุรุนแรงหรือทำร้ายใคร เพราะไม่ต้องการให้ผู้อื่นเดือดร้อน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง ตรวจสอบประวัติพบว่า นายเอ นามสมมติ เป็นบุคคลหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน


>> ปภ.สมุทรสาคร เผยเหตุ เพลิงไหม้โรงงาน ย่านอ้อมน้อย มีผู้บาดเจ็บรวม 14 ราย

16.30 น. สำนักงาน ปภ. จังหวัดสมุทรสาคร รายงานการ กรณีเหตุเพลิงไหม้ ในพื้นที่ เทศบาลนครอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนอะไหล่จยย. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 18.00 น. และสถานการณ์อยู่ในความเรียบร้อย ไม่มีการลุกลามเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้มีการตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะเกิดเหตุในเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 14 ราย ทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ และนำส่งเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาล ได้แก่ รพ.กระทุ่มแบน รพ.วิชัยเวช อ้อมน้อย และ รพ.มหาชัย 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตามอาการ ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน


>> คนร้ายลอบวางระเบิด ห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 3 รายที่ จ.นราธิวาส

18.19 น. ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัดนราธิวาส รายงานเหตุระเบิด บริเวณห้องน้ำชายปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง สาขาศรีสาคร จ.นราธิวาส เบื้องต้นได้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีสาคร

หญิงไทย อายุ 42 ปี ชาว อ.ศรีสาคร มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี, หญิงไทย อายุ 40 ปี ชาว อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี และ หญิงไทย อายุ 22 ปี ชาว อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี 
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และชุดปฏิบัติการพิเศษได้เข้าปิดกั้นพื้นที่โดยรอบทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบชนิดของระเบิดและรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการภายในปั๊มน้ำมันเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนพลุกพล่าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและสังเกตสิ่งผิดปกติ และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ชาย นุ่งโสร่งลายขาวดำ ผมยาว ลอบนำระเบิดมาวางไว้ในห้องน้ำชาย ปั๊มน้ำมันดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสาคร จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตาตัวต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

23.14 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 123 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> อุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน เสียหลักชนรถกระบะตู้ทึบ และรถนั่งส่วนบุคคล กลางถนนพหลโยธิน มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

01.36 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์, รถนั่งส่วนบุคคล และรถกระบะ เฉี่ยวชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนพหลโยธิน ขาเข้า ช่วงซอยพหลโยธิน 42 ในพื้นที่เขตจตุจักร กทม.

อาสา ม.ป่อเต็กตึ๊ง จุดโคกคาม คืบหน้า ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ นินจา สีดำ ไม่พบป้ายทะเบียน, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ยังไม่พบป้ายทะเบียน, รถกระบะ ตู้ทึบ โตโนต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. และ รถนั่งส่วนบุคคล วอลโว สีเทา ป้ายทะเบียน กทม.

ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส โดยเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 35 - 40 ปี ทางอาสาสมัครกำลังช่วยเหลือและประสานรถกู้ชีพมาร่วมดำเนินการและนำส่ง รพ. ไอเอ็มเอช สีลม ส่วนอีก 1 รายนั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันแล้วว่าเสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 19 ปี (ขับขี่รถ จยย.คาวาซากิ)

อาสาฯ เล่าว่า ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า รถจักรยานยนต์ชนกันบริเวณทางกลับรถหน้าปากซอยพหลโยธิน 42 แล้วรถจักรยานยนต์คันหนึ่งไถลไปชนกับรถกระบะตู้ทึบ ส่วนรถจักรยานยนต์อีกคันกระเด็นขึ้นขอบทาง ส่วนผู้เสียชีวิตร่างกระแทกกับรถเก๋ง ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

02.05 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 372 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม