หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569


>> รถตู้ชนประสานงากับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต

07.40 น. สมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยา รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถตู้และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนจอมพล ป. มุ่งหน้าสี่ขวา ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีเทา ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ สีขาว ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 ราย มีอาการสาหัสและหมดสติไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการ CPR ก่อนประสานขอทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลเอเชียอินเตอร์เนชั่นแนล ดำเนินการผู้บาดเจ็บส่งต่อที่โรงพยาบาล และรับแจ้งว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน จะเชิญผู้ขับขี่รถยนต์ตู้มาสอบปากคำ และรวบรวมรายละเอียดในที่เกิดเหตุก่อนดำเนินคดีตามกฏหมาย ต่อไป


>> กอ.รมน.ภาค 4 สน. คืบหน้าเหตุระเบิดในปั๊มฯ ต.ตะลุโบะ จ.ปัตตานี พบ จนท.อีโอดี บาดเจ็บ 1 นาย

09.15 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสาย 410 ปัตตานี – ยะลา ตำบลตะลุโบะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2569) หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยทำลายวัตถุระเบิด หรือ อีโอดี ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดภายหลังได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัย

จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้นำระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา ไปซุกซ่อนไว้ภายในห้องน้ำคนพิการจำนวน 2 ลูก โดยในเวลา 09.10 น. เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการเก็บกู้และเคลียร์ระเบิดลูกที่ 1 ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในโถสุขภัณฑ์ฝั่งเด็ก ทางด้านขวาของห้องน้ำได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดลูกที่ 2 ซึ่งซุกซ่อนอยู่บริเวณโถสุขภัณฑ์ฝั่งผู้ใหญ่ ทางด้านซ้ายของห้องน้ำ วัตถุระเบิดดังกล่าวได้เกิดทำงานขึ้น แรงระเบิดส่งผลให้ ดาบตำรวจ พิชิตพาล เวชชาชีวี เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีได้รับบาดเจ็บ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปัตตานีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บรวบรวมวัตถุพยานอย่างละเอียด เพื่อเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> รวบ "อาแปะ" เจ้าของร้านข้าวต้มหัวปลาย่านลำผักชี หนีคดีฆ่าฝังดินที่ฮ่องกงมากบดานในไทยนาน 32 ปี

10.23 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.) พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.ป. นำกำลังจับกุม ชาย อายุ 62 ปี ถูกจับกุม ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นของทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยถูกรวบตัวได้ที่บ้าน แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 
สืบเนื่องจากเมื่อปี 2532 เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง รับแจ้งพบศพชายถูกฆ่าแล้วนำไปฝังดินอำพรางศพบริเวณชายหาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ 4 ราย ก่อนจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้เกือบหมดแล้ว แต่คงเหลือเพียง ผู้ต้องหารายสำคัญที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนลงมือใช้พลั่วตีจนเสียชีวิต

ต่อมา เจ้าหน้าที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้ประสานมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางใช้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายซึ่งคาดว่าหลบหนีมากบดานในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2537 จากการตรวจสอบ พบชายต้องสงสัยเปิดร้านข้าวต้มหัวปลาชื่อร้าน "อาแปะ" อยู่ย่านลำผักชี จึงขอหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าจับกุม

เจ้าตัว ให้การยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยหลบหนีคดีเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2537 เปิดโรงงานเล็กๆ อยู่ใน จ.สมุทรปราการ ได้ภรรยาเป็นคนไทย มีบุตรด้วยกัน 3 คน ล่าสุดมาเปิดร้านข้าวต้มหัวปลา ย่านลำผักชี ส่วนคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นนั้นขอไม่ให้การใดๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "หลบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย"


>> ตร.ระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนเลือกตั้ง จับกุมอาวุธปืนและยาเสพติด กว่า 5,300 คดี

12.44 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ด้านความมั่นคง) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้ปฏิบัติตามแผนพิทักษ์เลือกตั้ง/66 อย่างเคร่งครัด พร้อมให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน โดยมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมทั่วไปและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และยาเสพติด

จากการรวบรวมผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนการเลือกตั้งของหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ ในห้วงระหว่างวันที่ 25-31 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบผลการจับกุมสำคัญ คือ

การปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนรวมทั้งสิ้น 1,431 คดี ผู้ต้องหา 1,406 ราย ตรวจยึดอาวุธปืน 1,420 กระบอก แบ่งเป็น อาวุธปืนมีทะเบียน จำนวน 175 กระบอก อาวุธปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 1,245 กระบอก เครื่องกระสุน จำนวน 4,463 นัด, คดีวัตถุระเบิด จับกุมได้จำนวน 3 คดี และคดีอาวุธสงคราม จับกุมได้จำนวน 3 คดี 
และ การปราบปรามยาเสพติด นอกจากการกวาดล้างอาวุธปืนแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยในห้วงเวลาเดียวกันสามารถจับกุมดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ถึง 3,900 คดี และจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดได้จำนวน 3,857 ราย


>> รถบรรทุก 6 ล้อเฉี่ยวชนรถจักรยานไฟฟ้า พ่อเฒ่าวัย 85 ปีเสียชีวิต ที่ร่องกลาง ถนนพหลโยธิน จ.พะเยา

13.31 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิลือชา พะเยา มีอุบัติเหตุรถบรรทุกชนกับรถจักรยานไฟฟ้า และมีผู้เสียชีวิต บนถนนพหลโยธิน (ขาล่อง) บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว ในพื้นที่ ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. แม่กา พร้อมแพทย์นิติเวชและเจ้าหน้าที่กู้ภัยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา เดินทางออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน ชพิษณุโลก จอดอยู่บริเวณไหล่ทางร่องกลางถนนสภาพรถด้านหน้าบุบยุบและมีรอยเบรกยาวกว่า 10 เมตร และพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่บริเวณหน้ารถสวมเสื้อสีเทากางเกงสีดำมีเลือดออกบริเวณศีรษะ เป็นชายไทย อายุ 85 ปี

ทางเจ้าหน้าที่ กู้ภัยฟ้ามุ่ย พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยพะเยา ได้เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปดำเนินการตามขั้นตอน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่กา อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อประกอบสำนวนคดีและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> เลือกตั้ง สส. ควบประชามติ กทม. ย้ำทุกเขต เตรียมพร้อมรอบด้าน รับประชาชนแห่ใช้สิทธิ

14.40 น. นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี สำนักงานปกครองและทะเบียน ร่วมลงพื้นที่ ณ สำนักงานเขตสะพานสูง และสำนักงานเขตลาดพร้าว

รองปลัดฯ ธนิต ได้เน้นย้ำให้สำนักงานเขตเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งให้ครบถ้วนทุกด้าน ทั้งด้านบุคลากร หน่วยเลือกตั้ง การรับมอบหีบบัตรและวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนกระบวนการนับคะแนน เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และถูกต้องทุกขั้นตอน ในส่วนของประธาน กปน. ที่เป็นข้าราชการครูบรรจุใหม่ ซึ่งอาจยังไม่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเลือกตั้งมาก่อน ขอให้สำนักงานเขตซักซ้อมทำความเข้าใจในการปฏิบัติงานอย่างละเอียดทุกขั้นตอน รวมถึงให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก จึงขอให้จัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม เพื่อรองรับประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยจัดระบบพื้นที่ภายในหน่วยเลือกตั้งอย่างเป็นระเบียบ ลดความแออัดจากข้อจำกัดด้านสถานที่ กำหนดผังการจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ช่องทางเข้า-ออก ป้ายปิดประกาศ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และความมั่นคงแข็งแรงของเต็นท์เลือกตั้ง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน นอกจากนี้ ให้นำระบบเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วแก่ประชาชน โดยเฉพาะการใช้คิวอาร์โค้ดสำหรับตรวจสอบรายชื่อ ที่ตั้งหน่วยเลือกตั้ง เส้นทางการเดินทาง และสถานที่จอดรถ พร้อมทั้งจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและการจราจร เพื่อให้การใช้สิทธิของประชาชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยในภาพรวม


>> ไฟไหม้รถยนต์เสียหายที่ห้องเครื่อง บริเวณซอยปรีดีฯ 45 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับ ก่อนจะลุกลาม

14.55 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้รถยนต์ ใกล้เคียงซอยปรีดีพนมยงค์ 45 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบรอนด์ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากระบบเบรกไม่ทำงาน เกิดการชนรถคันข้างหน้า จนไฟลุกบริเวณห้องเครื่อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ


>> รวบหนุ่มทาสยาเสพติด คลุ้มคลั่งคว้ามีดพร้าจะทำร้ายแม่ หวิดดับคาบ้าน

15.46 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐาน “หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และพยายามฆ่าบุพการี” โดยจับกุมได้ บริเวณตลาดใน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ชายรายดังกล่าว มีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด อยู่ที่บ้านพักใน จ.นครศรีธรรมราช ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดพร้าจะทำร้ายแม่และพี่สาว ทำให้มารดาเครียดหนัก กินยาเกินขนาดเพื่อฆ่าตัวตาย เมื่อญาติๆ เห็นเหตุการณ์จะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อส่งโรงพยาบาล นายปอ ก็ยังขัดขวาง 
หลังก่อเหตุ ชายรายนี้ ได้หลบหนีไปอยู่พื้นที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบ และวางแผนจับกุมตัวไว้ได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แต่ทั้งนี้ จากการสอบให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอให้การต่อสู้คดีในชั้นศาล

สำหรับ ชายคนดังกล่าว เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกจับข้อหาจำหน่ายยาเสพติดเมื่อปี 2562 ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี 3 เดือน ต้องโทษอยู่ที่ฑัณทสถานวัยหนุ่มนครศรีรรมราช 2 ปี 1 เดือน หลังพ้นโทษออกมาก็ยังเสพยาเสพติดอีกจนหลอนคลุ้มคลั่งทำร้ายมารดาและพี่สาว


>> ขบวนรถบัสชนกัน ของคณะชาว สปป.ลาว กลางถนนมิตรภาพ หลังเดินทางกลับจากการต่อหนังสือสัญญา บาดเจ็บระนาว

16.00 น. ตำรวจทางหลวง รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสชนกัน 2 คัน บนถนนมิตรภาพ ต.มะเกลือเก่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา

โดยรถทั้งสองคันเป็นคณะเดียวกัน บรรทุกผู้โดยสารรวม 98 คน เป็นบุคคลต่างด้าวชาว สปป.ลาว เดินทางกลับจากต่อหนังสือสัญญาจาก จ.มุกดาหาร

ในนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 9 ราย เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลสูงเนิน


>> รอง ผบ.ตร. "ธัชชัย" ลงพื้นที่ตามคดีชิงทอง กลางเมืองหาดใหญ่ ล่าสุดจับกุมตัวได้แล้ว

16.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เดินทางไปยัง สภ.คอหงส์ จ.สงขลา เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองรูปพรรณในร้านห้างทอง ภายในห้างสรรพสินค้าใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กวาดสร้อยคอทองคำไปได้ประมาณ 33 บาท

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน และตรวจพบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ จอดทิ้งไว้บริเวณอ่างเก็บน้ำอำเภอนาหม่อม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับมาตรการป้องกันปราบปราม ให้เพิ่มความเข้มงวดและความถี่ในการตรวจตราบริเวณร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ตามแผน "ก้าวสกัด" ให้มีความพร้อมสูงสุด ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งให้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านทองในพื้นที่ พิจารณามาตรการเสริมความปลอดภัยทางกายภาพ เช่น การติดตั้งลูกกรงหรือเหล็กดัด เพื่อลดโอกาสและความเสี่ยงในการก่ออาชญากรรม รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายภาคเอกชนและภาคประชาชน ในการช่วยเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

มีรายงานอัปเดตล่าสุด บก.ป. นำกำลังเข้าควบคุมตัว ชาย อายุ 15 ปี ชาว จ.สงขลา ผู้ต้องสงสัย ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอุบลราชธานี ก่อนนำตัวมาสอบปากคำ ต่อมาเวลา 19.30 น. ผู้ต้องหาได้รับสารภาพพร้อมเปิดเผยสถานที่เก็บซ่อนของกลาง ซึ่งอยู่ที่บ้านเพื่อนคนหนึ่งในพื้นที่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ กก.6 บก.ป. ส่วนหนึ่งจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังดังกล่าว ก่อนพบทองคำรูปพรรณซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านดังกล่าวจริง รวมประมาณกว่า 30 เส้น


>> ผบ.ตร.ฮ่องกง บินตรงขอบคุณตำรวจ ตม.ไทย ยกระดับความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรม

16.58 น. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช./โฆษก สตม. เปิดเผยว่า นายโจว หยัดหมิง ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ร่วมต้อนรับ และ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ช่วยราชการ สตม. และ พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 เป็นผู้แทน สตม. เพื่อแสดงความขอบคุณอย่างเป็นทางการต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นในการจับกุมอาชญากรข้ามชาติรายสำคัญหลายคดี ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ ผบ.ตร.ฮ่องกง ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการจับกุมคนร้ายชาวจีนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านแบรนด์เนมหรูในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อกลางปี พ.ศ.2568 ซึ่งหลบหนีเข้าประเทศไทย และถูก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (บก.ตม.2) สกัดจับได้อย่างรวดเร็ว ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ก่อนผลักดันส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมของฮ่องกง

นอกจากนี้ ผบ.ตร.ฮ่องกง ยังกล่าวชื่นชมและขอบคุณเป็นพิเศษ ต่อกรณีล่าสุดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม ซึ่งหลบหนีมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานได้สำเร็จ โดยถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสูง


>> เพลิงไหม้บนอาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองมหาสารคาม จนท.รุดเข้าดับไฟทันก่อนจะลุกลาม เสียหายที่ตู้คอนโทรลเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศ

19.50 น. นายภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ได้รับแจ้งเหตุจากฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน หลังได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณ อาคารอเนกประสงค์ของเทศบาลเมืองมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถ ควบคุมเพลิงไว้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ความเสียหายจำกัดอยู่บริเวณ ตู้คอนโทรลเครื่องเสียง และระบบปรับอากาศ ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียด

เทศบาลเมืองมหาสารคาม ขอเรียนให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทราบว่า หน่วยงานให้ความสำคัญสูงสุดกับ ความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สินของทางราชการ และจะดำเนินการตรวจสอบระบบต่างๆ อย่างรอบคอบ พร้อมทั้งปรับปรุงมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

เทศบาลเมืองมหาสารคามขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความเข้าใจและติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด โดยจะมีการแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป  


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีผู้เสียชีวิตหญิง 1 รายกลางถนนพหลโยธิน จ.ปทุมธานี

00.35 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ตรงข้ามอนุสรณ์สถาน ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ที่เกิดหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า แจ็ส สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า เวฟ สีดำ ยังไม่ทราบทะเบียน มีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาล ส่วนผู้ขับขี่ รถจยย.พ่วงข้าง เป็นผู้หญิง ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต  


>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา

02.38 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา (18.87°N,96.32°E) ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 170 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม