วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 12:09 น.
ผู้ว่าฯ นครนายก ติดตามไฟไหม้ทุ่งนา ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี ระดมรถดับเพลิงและกำลังกว่า 200 นาย คุมสถานการณ์ตลอดคืน ย้ำ! งดเผาในที่โล่งทุกชนิด กำชับเร่งหาตัวผู้กระทำความผิด
วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ วัดลำบัวลอย ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก จุดบัญชาการเหตุแก้ไขเพลิงไหม้ทุ่งนา นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเพลิงไหม้บริเวณทุ่งนา ในหลายพื้นที่ของ ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี ซึ่งประมาณการความเสียหายในพื้นที่การเกษตรกว่า 10,000 ไร่ นั้น
ปัจจุบันยังคงเหลือพื้นที่เพลิงไหม้ ในพื้นที่หมู่ที่ 1 (บางส่วน) หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 6 ตำบลปากพลี จังหวัดนครนายกได้ระดมสรรพกำลังทั้งอุปกรณ์ และกำลังคน เข้าระงับเหตุตั้งแต่เมื่อวานนี้ (27 มกราคม 2569) โดยแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุด เพื่อเข้าระงับเหตุอย่างทั่วถึง ประกอบด้วยรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ 27 คัน และกำลังคนมากกว่า 200 คน เร่งเข้าระงับเหตุ และเฝ้าระวังเพลิงไหม้ลุกลามไปยังพื้นที่บ้านเรือนพี่น้องประชาชนตลอดทั้งคืน
ตามที่จังหวัดนครนายก ได้ออกประกาศ ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดในพื้นที่จังหวัด ห้ามเผาตั้งแต่ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฉบับนี้ จะมีความผิดตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และได้มีการมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นในพื้นที่ เข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนทุกครั้งที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ เพื่อให้เรียกเจ้าของที่หรือผู้เช่า เข้าให้ถ้อยคำเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
โดยเน้นย้ำ! จังหวัดนครนายก ไม่ได้นิ่งนอนใจ กับสถานการณ์เพลิงไหม้ในพื้นที่นาในครั้งนี้ และรับทราบข้อมูล เข้าใจถึงบริบทของพี่น้องอำเภอปากพลี ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรกว่า 40,000 ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาโดยเป็นนาข้าวน้ำลึก ซึ่งทำให้มีตอซังข้าวที่สูงตามระดับน้ำ ยาว และเหนียว จัดการได้ยากภายหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเผาในพื้นที่นา
อย่างไรก็ตาม จังหวัดนครนายก ได้มีการเร่งหาแนวทางในการจัดการตอซังข้าวเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทดลองใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์ออกซิเจนในการย่อยสลายตอซัง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทางกรุงเทพมหานคร อีกทั้งเร่งผลิตและดัดแปลงนวัตกรรม เพื่อช่วยตัดสับตอซัง เพื่อให้ง่ายต่อการไถกลบ ของพี่น้องเกษตรกร ตลอดจนส่งเสริมการทำเกษตรลดเผา เปลี่ยนการเผาเป็นการใช้ประโยชน์จากตอซังเพิ่มสร้างรายได้เพิ่ม
ทั้งนี้ จังหวัดนครนายก ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน งดเผาในที่โล่งทุกชนิด และร่วมกันสอดส่องดูแลพื้นที่ใกล้เคียง หากพบการกระทำความผิดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้การเข้าระงับเหตุเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันเวลา ลดผลกระทบสุขภาพของพี่น้องประชาชน



