วันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 01:06
ปฎิบัติการปิดถนนจับกลางดึกขบวนการขนแรงงานเถื่อน รวบต่างด้าวชาวเมียนมา 12 ราย
กองบังคับการตำรวจทางหลวง(บก.ทล.) โดย พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม
1.นายซันชาย อายุ 37 ปี
2.นายวัน ลุงนะ อายุ 35 ปี พร้อมแรงงานต่างด้าว 12 ราย โดยกล่าวหาว่า
ผู้ถูกจับที่ 1 - 2 “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จับได้บริเวณ กม.37-39 ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี(ขาเข้า)ทล.340 ตำบลเทพมงคล อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลาง
1.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA REVO สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน จ.เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2.รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA REVO สีดำ ป้ายทะเบียน จ.ลำพูน
จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 2 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
3.โทรศัพท์ยี่ห้อ VIVO สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
4.โทรศัพท์ยี่ห้อ HONOR สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 2)
ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้สั่งการให้กวดขันจับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่น่าสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกสืบสวนในพื้นที่ภาคกลาง หลังรับแจ้งว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าระวังตามเส้นทางเป้าหมายกระทั่งพบรถยนต์กระบะ 2 คัน ขับติดตามกันมา มีพฤติกรรมเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ใช้ความเร็วสูง และติดฟิล์มมืดทึบ เข้าข่ายมีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและเสียง พร้อมสั่งหยุดรถเมื่อถึงบริเวณถนนบางบัวทอง–สุพรรณบุรี ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ได้แสดงตนและขอตรวจสอบรถยนต์คันหนึ่ง พบผู้ขับขี่เป็นชายสัญชาติเมียนมา และมีบุคคลโดยสารอยู่ภายในรถรวม 12 คน
จากการตรวจสอบไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารใดใช้แทนหนังสือเดินทางผู้ขับขี่ให้การว่า มีรถยนต์อีกคันทำหน้าที่ขับนำทางมาตั้งแต่จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่จึงติดตามและเรียกรถคันดังกล่าวหยุดตรวจสอบ พบผู้ขับขี่เป็นชายไทย เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในรถจากการตรวจสอบข้อมูลการสื่อสาร พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีการติดต่อประสานงานกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และโทรศัพท์ติดต่อกันตลอดเส้นทาง ผู้ถูกจับที่ 1 ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างผ่านไลน์ให้ไปรับแรงงานต่างด้าว 12 คน จากจังหวัดลำปาง ไปส่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 13,000 บาท และมีรถอีกคันทำหน้าที่นำทางและสำรวจเส้นทาง ผู้ถูกจับที่ 2 ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลหนึ่งให้ขับรถนำทางขบวนการขนแรงงานต่างด้าวจากจังหวัดลำปางไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ค่าจ้างครั้งละ 6,000 บาท ทำหน้าที่ตรวจสอบด่านตรวจและแจ้งเส้นทางปลอดภัยให้กับรถที่บรรทุกแรงงาน ส่วนผู้ถูกจับ ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 12 ราย
ให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งประเทศเมียนมาเข้ามายังอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อหางานทำในประเทศไทย และเสียค่าใช้จ่ายให้นายหน้าประมาณคนละ 20,000 บาทเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกจับที่ 1 และ 2 ในข้อหา “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม” และแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 12 ราย ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






24 มกราคม 2569
24 มกราคม 2569