หน้าแรก > สังคม

นายกสภาทนายฯ เอาจริง ปม ทนายคนดังล่วงละเมิดสาว 19 ยันไม่มีเอกสิทธิ์ เพื่อธำรงศักดิ์ศรีวิชาชีพ

วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 12:29 น.


23 มกราคม 2569 จากกรณีที่มีการเปิดเผยเรื่องราวของนาย มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับหญิงสาววัย 18 ปี 4 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านตัดสูท ทำให้พ่อของผู้เสียหาย โพสต์ข้อความระบายความในใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จนต่อมาทนายแก้วได้ออกมาเคลื่อนไหว ด้วยการโพสต์ขอโทษครอบครัว แต่ยังไม่ประสงค์จะให้รายละเอียด เพราะอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน และบานปลาย รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณี  

จนล่าสุด ทนายแก้ว ได้แถลงเปิดใจ ยอมรับ-กราบขอโทษกราบเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อครอบครัวของตนเองและครอบครัวของน้องผู้หญิง

ขณะที่ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ โพสต์แสดงความคิดเห็นในกรณีดังกล่าว ผานเพจส่วนตัว ระบุ ว่า สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตระหนักถึงความสนใจและความห่วงใยของสังคมต่อกรณีที่มีข่าว การกล่าวหาทนายความซึ่งเป็นบุคคลมีชื่อเสียงและดำรงตำแหน่งในสภาทนายความ อาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำความผิด อันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของวิชาชีพทนายความโดยรวม ในฐานะนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า สภาทนายความยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และจริยธรรมแห่งวิชาชีพเป็นสำคัญ โดยจะไม่มีการยกเว้นหรือให้เอกสิทธิ์แก่บุคคลใด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีชื่อเสียงหรือดำรงตำแหน่งใดในองค์กรก็ตาม

หากปรากฏข้อกล่าวหาที่มีมูล หรือมีคำร้องพร้อมพยานหลักฐานตามสมควร สภาทนายความจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติทนายความและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยแยกการพิจารณาทางวินัยออกจากกระแสหรือแรงกดดันทางสังคม ทั้งนี้ จะเคารพหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าการสอบสวนจะได้ข้อยุติ

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งในสภาทนายความ เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือขององค์กร สภาทนายความจะกำชับให้บุคคลดังกล่าวงดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการบริหารหรือการกำกับดูแลเป็นการชั่วคราว และงดการใช้ตำแหน่งของสภาทนายความในการสื่อสารหรือปกป้องตนเองในที่สาธารณะ

สภาทนายความจะสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาในกรอบที่ไม่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และจะไม่ซ้ำเติมผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่จะยืนอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง

หากผลการสอบสวนปรากฏชัดว่ามีการกระทำผิดจริง สภาทนายความจะดำเนินการทางวินัย(มรรยาท)อย่างตรงไปตรงมาตามข้อบังคับ และจะเปิดเผยผลการพิจารณาในระดับที่เหมาะสม เพื่อยืนยันต่อสังคมว่าสภาทนายความยืนอยู่ข้างจริยธรรมและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ มิใช่ยืนอยู่ข้างบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

สภาทนายความเชื่อมั่นว่า การกล้าตรวจสอบคนของตนเองด้วยความซื่อตรงและเป็นธรรม คือรากฐานสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหลักประกันว่ามาตรฐานแห่งวิชาชีพทนายความจะดำรงอยู่อย่างสง่างามต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และปรากฏข้อเท็จจริงครบถ้วนเป็นที่ยุติ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์จะได้แถลงแนวทางการดำเนินการ เพื่อแจ้งให้พี่น้องประชาชนและทนายความทั่วประเทศทราบโดยทั่วกันต่อไป
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม