หน้าแรก > ภูมิภาค

ศาลจังหวัดปัตตานี พิพากษาจำคุก 5 ปี 6 เดือน อดีตครูชายอนาจารเด็ก ป.6 ใน จ.ปัตตานี พร้อมสั่งชดใช้ 8 หมื่น เผยพฤติการณ์แสบพยายามยัดเงินปิดข่าว

วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 00:37


ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกอดีตครูโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี ในความผิดฐานพรากเด็กและกระทำอนาจารลูกศิษย์ชั้น ป.6 หลังอาสามูลนิธิเป็นหนึ่งรุดช่วยเหลือ พบประวัติเคยก่อเหตุซ้ำซากและมีความพยายามใช้ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เคลียร์คดี

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ศาลจังหวัดปัตตานี ได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตครูรายหนึ่ง ในความผิดเกี่ยวกับเพศและพรากผู้เยาว์ โดยศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริง จึงมีคำพิพากษา ฐานความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ลงโทษจำคุก 4 ปี ฐานความผิดฐานกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย ลงโทษจำคุก 7 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุกรวม 5 ปี 6 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันมิใช่ตัวเงินแก่ผู้เสียหายเป็นเงินจำนวน 80,000 บาท

ภายหลังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อนำไปฝากขังที่ เรือนจำกลางจังหวัดปัตตานี เป็นวันแรก โดยจำเลยยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาได้ภายใน 1 เดือนตามกฎหมาย

โดยคดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2568 เมื่อ นางสาว ณภัชกมล สังข์แก้ว อาสาสมัครมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของเด็กชาย ป.6 ที่สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกชายหลังจากกลับจากไปเที่ยวกับครูรายดังกล่าว โดยเมื่อตรวจสอบโทรศัพท์มือถือกลับพบข้อความสนทนาที่น่าตกใจ ครูมีการ ขอดูของสงวน และ ชักชวนทำอนาจาร จากการขยายผลของ มูลนิธิเป็นหนึ่ง และ พมจ.ปัตตานี พบว่าพฤติการณ์ของครูรายนี้จะทำทีขออนุญาตแม่เด็กพาไปเที่ยวตลาดหรือน้ำตก แต่กลับพาน้องไปที่โรงเรียนเพื่อกระทำอนาจาร ก่อนจะพาส่งบ้าน นอกจากนี้ยังพบข้อมูลจากศิษย์เก่าว่าครูคนนี้มีพฤติกรรมแบบนี้มานานแล้ว

นอกจากนั้นในช่วงก่อนเป็นคดี มีความพยายาม "ปิดปาก" ผู้เสียหายในหลายรูปแบบตามที่ปรากฏในสำนวนและคำให้การของแม่เด็ก ผู้อำนวยการโรงเรียน พยายามเกลี่ยกล่อมไม่ให้เอาความ อ้างครูฐานะไม่ดีและทำเป็นครั้งแรก พร้อมย้ายไปอยู่ห้องเอกสาร ซองขาวปริศนา มีครูนำเงิน 3,000 บาท มาใส่กระเป๋าแม่เด็กเพื่อขอให้จบเรื่อง และยังมีอดีตกำนันในพื้นที่พยายามนำเงิน 5,000 บาทไปให้พ่อของเด็ก และปล่อยข่าวลวงว่าแม่เด็กเรียกเงินครู 2 แสนบาท เพื่อสร้างความแตกแยกในครอบครัว

ปัจจุบันผู้เสียหายอยู่ในความดูแลของนักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่ พม. เนื่องจากยังมีอาการหวาดระแวงและไม่กล้าเข้าสังคม ส่วนทางด้านวินัย ครูรายดังกล่าวได้ถูกออกจากราชการไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่ อาสาสมัครมูลนิธิเป็นหนึ่ง กำลังเตรียมข้อมูลในการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ที่เป็นข้าราชการที่ได้พยายามจ่ายเงินเพื่อปิดปากช่วยเหลือจำเลยในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อีกด้วย

คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการปกป้องสิทธิเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นการย้ำเตือนว่า"โรงเรียน" ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของเด็ก หากกระทำผิดเสียเองย่อมต้องได้รับโทษทวีคูณตามกฎหมาย

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม